บันเทิง

Eat Play Life:'อิสระ'และ'เร็ว'สินค้าใหม่สังคมไทย

Eat Play Life:'อิสระ'และ'เร็ว'สินค้าใหม่สังคมไทย

04 มิ.ย. 2556

'อิสระ'และ'เร็ว'สินค้าใหม่สังคมไทย : คอลัมน์ Eat Play Life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

  
          คงจะมีคนอยู่น้อยมาก ที่เปิดทีวีบ้านเราในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แล้วไม่เจอโฆษณาสินค้า ที่เน้นคอนเซปต์เร็ว ด่วน และไร้กฏเกณฑ์ต่างๆ ที่จะมาควบคุม พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ แม้จะมีกติกาอะไรก็ตาม แต่มันไม่ใช่คำพูดที่ถูกชูขึ้นมา เนื่องจากสิ่งที่เราจะต้องได้ยินได้ฟังมากที่สุดคือ สินค้านั้นๆ มีบริการกับคุณแบบ “เร็วทันใจ เร็วที่สุด” (แต่เลวด้วยหรือเปล่า ยังไม่รู้นะ) เช่นนี้แล้ว message ที่เราจะได้ยินกันอีกนาน จึงจะต้องเป็นเรื่อง “เร็วเข้าว่า” จะแบงค์ หรือประกันชีวิต จะรถหรือร้านอาหาร
 
          ทุกหมวดสินค้าจึงต้องชู “ธง” เกี่ยวกับความด่วนเร็ว (พยานปากเอกเสียงหนึ่งก็คือ การค่อยๆ ลดลง หายไปของวัฒนธรรมสะสมแต้มแบบยาวๆ) การเอา ”ความเร็ว ความด่วน” มาเล่นกับผู้บริโภคนั้น ถือเป็นเพลงยุทธ์ที่มาถูกทาง เพราะมันรับใช้พอดีเป๊ะ สอดคล้องกับพฤติกรรมของสังคมยุคใหม่ ที่ต้องเร็ว ด่วน (จะมาเล่นบทเพลงเยื่อนไม้ นั่งปั้นหม้อ เห็นจะลำบากแล้ว)
 
          การที่ในทางจิตวิทยาและทางพฤติกรรมของมนุษย์ ที่รีบเร่ง ร้อนรนและด่วนที่สุด นี่เอง ไลฟ์สไตล์แบบ ”มาเร็ว เคลมเร็ว” จึงมาแรงที่สุด ในการทำโฆษณายุคใหม่ ไลฟ์สไตล์เร็วๆ ด่วนๆ ยังถูกมองจากเอเยนซี่หลายค่าย ที่จับตาดูอาการอย่างว่าของคนในสังคม และ “ปรับ” ทุกอย่างเพื่อรองรับผู้บริโภค จนแทบจะทั้งหมด
 
          ตอนเอางาน copy writer ไปส่งแบงค์แบรนด์หนึ่ง ตัวเองก็มีโอกาสได้นั่งคุยกับคนทำโฆษณาในวงกาแฟ แต่ผมเสนอว่า ตอนนี้มันไม่ใช่แค่ด่วนหรือเร็ว เทรนด์ใหม่ที่มาพักหนึ่งแล้ว และตอนนี้ เสนอหน้ากันสลอนก็คือ นอกจากเร็วแล้ว จะต้องอิสระเสรีด้วย
 
          ขายมองตาดูสิ ประกันชีวิต, รถ, บริการมือถือ, ธุรกรรมการเงิน ไล่เรื่อยไปจนถึงไฟแนนซ์ และอื่นๆ อีกมากมาย ต่างเฮโลไปที่ “วัฒนธรรมอิสระ” ที่เป็นเช่นนี้ เพราะคนเราเบื่อกฏเกณฑ์และมาถึงจุดที่รู้สึกได้ว่า ผู้จ่ายตังค์มีสิทธิ์ในการเลือกอะไรด้วยตัวเอง จัดการด้วยตัวเอง (โฆษณา AIA ฉบับณเดชน์ จึงเป็นผู้กำกับเลือกชีวิตตัวเอง และโรงแรม Tune ที่แฟรนไชส์ไปทั่ว ก็ให้ผู้เข้าเลือกเวลาเช็คอิน เช็คเอาท์เอง นี่ยังไม่นับสายการบินที่หันมาเล่นบ้างแล้ว)
 
          จากที่เคยแค่ “เร็วด่วน” ตอนนี้ต้องพ่วง “อิสระ” เข้าไป ถึงจะขายได้  ผมไม่ชอบโฆษณาของแบงค์กรุงศรีบางตัว เพราะมีอิทธิพลจากหนังต่างประเทศเยอะ แต่ “ตัวหนึ่ง” ที่ผมชอบคือ ภาพของหนุ่มออฟฟิศเหงาๆ ที่เดินเข้าไป เอาบิลเสียบตู้แบงค์ แป๊ปๆ แล้วจบ แล้วเขาก็เดินจากไปอย่างเหงาๆ ผมชอบโฆษณาตัวนี้ เพราะคิดว่า มันตรงกับสภาพ สภาวะ ของสังคมไทยตอนนี้
 
          การเป็นพวกชอบสังเกตทางทีวีก็เป็นเรื่องสนุกนะครับ ผมชอบเปิดทีวีเพื่อดูโฆษณา พอละครมาก็ปิดเสียง ไปทำอย่างอื่นๆ แต่พอโฆษณามา ก็จะเปิดเสียงตั้งใจดู จะทำให้เราคิดและเห็นแง่มุม ได้เห็นว่าแบรนด์นี้ เล่นไปทางนั้น เห็นว่าแบรนด์นั้น เดิน message ตัวนี้ และมันจะสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่กำลังเป็นอยู่ของคน
 
          เหมือนในอดีตที่โฆษณาตลกเฟื่องฟู ก่อนจะมาเน้นสมจริง ให้ข้อมูล มันก็เหมือนชีวิตคนในสังคมช่วงนั้นๆ ที่ไหลเลื่อนไปกับอารมณ์ความรู้สึก สลับไปมา
 
          นั่งคุยกับมิตรสหายไปเนิ่นนาน เพื่อนคนหนึ่งในวง ที่นั่งเงียบๆ มานาน ก็ถามผมว่า แล้วถ้าด่วนเร็วไปแล้ว หรือขายวัฒนธรรมอิสระไปแล้ว อะไรคือสินค้าที่ขายดีที่สุด อยู่ตลอดเวลาในสังคมไทย ?
 
          “ดราม่าไงครับ” ดราม่านี่แหละ ขายดีมากในสังคมนี้
 
          “ดราม่า” จึงเป็น “สินค้า” ที่ส่งออกและขายในประเทศ ที่ทำเงินสูงสุด และใครหลายคนก็นิยมมัน รวมทั้งท่านนายกฯ
.......................................
(หมายเหตุ 'อิสระ'และ'เร็ว'สินค้าใหม่สังคมไทย : คอลัมน์ Eat Play Life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)