
ร้อยพบพันเจอกับมิสเตอร์บางอ้อ:แค่มี
แค่มี : คอลัมน์ ร้อยพบพันเจอกับมิสเตอร์บางอ้อ โดย... คงกะพัน แสงสุริยะ
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราคงเคยได้ยินข่าวชาวอังกฤษที่เป็นนักปั่นจักรยานรอบโลกมาเสียชีวิตขณะที่ปั่นจักรยานผ่านเมืองไทย และนักศึกษาชาวอังกฤษเช่นกันที่มาเสียชีวิตขณะนั่งรถทัวร์เดินทางท่องเที่ยวในเมืองไทย จนครอบครัวของเขาต้องเดินทางมาตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตด้วยตัวเอง ก็พบว่า รถอยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งาน อะไหล่ที่สำคัญเช่น ยางรถนั้น ก็หมดสภาพแล้ว ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตจึงต้องทำหนังสือแจ้งเตือนมายังกระทรวงต่างประเทศทั้งของเราและของเขา
เรื่องที่แจ้งเตือนมายังของเราคือ อยากให้เราปรับปรุงมาตรฐานรถสาธารณะ เข้มงวดเรื่องกฎระเบียบเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ส่วนที่แจ้งเตือนไปยังกระทรวงต่างประเทศของอังกฤษก็คือ ให้เตือนนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่จะมาเที่ยวเมืองไทยเกี่ยวการใช้รถสาธารณะ และการใช้รถใช้ถนนในประเทศนี้ โดยนำสถิติการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตบนท้องถนนมาประกอบ เพื่อไม่ให้ใครต้องมาเสียชีวิตหรือเกิดอุบัติเหตุที่นี่อีก....
ฟังดูทีแรกก็เขินชาวต่างชาติที่เป็นแขกบ้านแขกเมือง แต่อีกมุมหนึ่งก็น่าคิดนะครับว่า "มันก็จริงของเขา" อย่าว่าแต่ฝรั่งเลย คนไทยเราที่เสียชีวิตและเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนนั้น แต่ละปีไม่รู้เท่าไหร่ รู้แต่ว่าติดอันดับโลกครับ เป็นสถิติที่ไม่น่าภาคภูมิใจเท่าไหร่นัก.....แล้วเราจะทำอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น...? เราในฐานะคนไทยเจ้าบ้านที่ทั้งเจ็บและผมเชื่อว่ามีหลายคนก็อายอยู่พอสมควรกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ก็เพราะความง่ายๆ สบายๆ แบบไทยๆ ของเรานี่แหละครับ ที่อาจเป็นสาเหตุของเรื่องทุกอย่าง.....ความจริงเราก็มีกฎหมาย กฎระเบียบทุกอย่างเหมือนกับต่างชาติที่เจริญแล้วเขามี แต่เราก็แค่มี และเราก็ใช้กันแบบหลวมๆ...บทลงโทษสำหรับผู้กระทำความผิดก็เบาะๆ การปรับหรือชดใช้ความผิดก็เบาๆ ผู้ที่อยู่ภายใต้กรอบกฎระเบียบของสังคมก็เลยเบลอๆ ไม่เห็นความสำคัญเท่าไหร่ จึงทำให้ใช้กฎหมายแบบบ้านๆ คือใช้เหมือนอยู่ที่บ้านไม่ได้จริงจังเข้มงวดอะไร สะดวก สบายเกินไป พอเกิดเหตุอะไรก็โทษโชคชะตาฟ้าดินซะงั้น....มันก็เป็นซะอย่างนี้...!!!
เรามีประชาธิปไตยแบบไทยๆ...ที่คลาสสิกไม่เหมือนใคร...มีเสรีภาพล้นเหลือมากกว่าที่ใดในโลก...ที่พูดเช่นนี้..เพราะคุณสามารถปิดถนนได้ทุกเมื่อที่ต้องการถ้าคุณมีจำนวนมากพอ แถมมีเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยให้อีก...คุณสามารถยึดปิดสนามบินก็ได้ แล้วจัดเป็นเวทีคอนเสิร์ต เพื่อเรียกร้องสิ่งที่คุณต้องการ... หรือยึดสถานที่ที่มีความสำคัญที่สุดของประเทศอย่างทำเนียบรัฐบาลก็ยังได้ แล้วปลูกข้าวทำนาในนั้น...จะเห็นว่า ถ้าสิ่งที่พูดมาทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นและทำได้ในเมืองไทย มันจะมีสิ่งไหนอีกที่ทำไม่ได้...??? การเมาแล้วขับ การบรรทุกเกิน การไม่ตรวจสภาพรถ ขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต ดัดแปลงต่อเติมสภาพรถ หรือแม้แต่การทิ้งขยะ การปล่อยสารพิษลงแม่น้ำลำคลอง ปล่อยควันพิษ การบุกรุกทำลายป่า ล่าสัตว์ป่า รุกล้ำที่อุทยาน หรือสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ อีกมากมายคงเป็นเรื่องเล็กน้อยมากถ้าเปรียบเทียบกับสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น...
สิ่งที่ผ่านมาเกิดขึ้นแล้วคงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเราเอาบทเรียนและวิกฤติทุกอย่างทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาเป็นโอกาสในการปรับปรุงแก้ไขแล้วจริงจังกับการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดก็คงจะดีไม่น้อยนะครับ...ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายบนท้องถนนที่ทำให้เราอายฝรั่งต่างชาติเขาอย่างเดียวหรอกนะครับ...เรื่องอื่นๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน และเราก็จะได้ประโยชน์จากตรงนี้มากโข...อันไหนโทษเบาไปหน่อย ก็เพิ่มขึ้นให้หนัก ให้เข็ดหลาบอีกนิดก็ยังได้ แล้วบังคับใช้กันให้จริงจัง..... ให้เรามีกฎหมายจริงๆ ไม่ใช่แค่มี และใช้อย่างตั้งใจไม่ใช่หลวมๆ ผู้คนจะได้เคารพศรัทธาในตัวบทกฎหมาย ทำให้บ้านเมืองสะอาด ปลอดภัย สดใสไร้มลภาวะ ป่าไม้ ชาวบ้าน สัตว์ป่า อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ที่มีความสุขจริงๆ ไม่ใช่แค่มี....ผมรักเมืองไทยสุดหัวใจครับ....
.......................................
(หมายเหตุ แค่มี : คอลัมน์ ร้อยพบพันเจอกับมิสเตอร์บางอ้อ โดย... คงกะพัน แสงสุริยะ)



