
เล่นหูเล่นตา:ภาพลักษณ์
ภาพลักษณ์ : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
"ใจเย็นๆ นะคะคุณพี"
"มันจะดีเหรอพี่"
ประโยคแรกเป็นของสีเกด ... ประโยคที่ 2 เป็นของนังนุชนาฎ ... บางทีฉันก็มองเห็นลูกน้องทั้งสองคนเป็น " ยันต์ " สรรพคุณของนางทั้งสอง คือ "หยุดความจริง (เกินไป) จากปากของฉัน" ...
ความมีชื่อเสียงมันมีมูลค่าและข้อบ่งใช้ในตัวมันเอง สิทธิพิเศษจะมาพร้อมกับข้อห้ามมากมาย ข้อหลังจะมากกว่าข้อแรก ฉันไม่เคยจดบันทึกหรือนับจำนวนข้อห้ามที่ฉันเคยเจอหรือเคยผ่าน เอาเป็นว่า ... "ยิ่งมีชื่อเสียงมากขึ้นก็ยิ่งเป็นตัวจริงได้น้อยลง" ... นั่นหมายความว่าเราพูดความจริงได้น้อยลงตามด้วยเพียงเพื่อรักษาคำว่า "ภาพพจน์ที่ดี" ไว้ ...
ในความเป็นจริงคนมีชื่อเสียงก็คือคนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่มีความรัก โลภ โกรธ หลงได้มากเท่ากับมนุษย์คนหนึ่งจะเป็น เพียงแต่ภายใต้ "ภาพพจน์" นั้น หลายสิ่งก็มิอาจเปิดเผยได้ตรงๆ โดยเฉพาะในช่วงอารมณ์ "โกรธ" คนมีชื่อเสียงไม่สามารถตอบโต้หรือก่นด่าคู่กรณีได้อย่างเปิดเผย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสื่อออนไลน์ หนึ่งข้อความของคนดังที่แสดงออกอาจมีผลต่อคนอีกเป็นแสนที่เข้ามาร่วมแจมทั้งให้กำลังใจและด่าทอ ชื่อเสียงของคนๆ หนึ่ง อาจกลายเป็น "สนามรบ" ที่มีน้ำลายเป็นอาวุธและอาจไปจบลงที่ "สุสาน" ในที่สุด
ไม่น่าแปลกใจว่าคนดังสมัยนี้ "ดังเร็วและดับเร็ว" เพราะมีเครื่องมือสื่อสารโปรโมทโฆษณาตัวเองหรือระบายความในใจอยู่ในมือ (ถือ) แค่กดพิมพ์ข้อความออกไป จะมีทั้งคนกดไลค์ให้กำลังใจหรือด่าทอสาดเสียเทเสียราวกับเป็นเรื่องของตัวเองซะงั้น ดังนั้นคนดังที่ไม่ชั่งใจก็อาจดับได้ภายในเวลาแค่ข้ามคืน ฉันยังชอบระบบของการมีโฆษกประจำตัวออกมาแถลงข่าวต่อหน้าสื่อฯ ด้วยคำพูดที่ได้คัดกรองมาแล้วเป็นอย่างดีโดยผู้มีวัยวุฒิและคุณวุฒิ ทั้งการใช้ภาษาและน้ำเสียงที่ราบเรียบของตัวแทน (ไม่ใช่เจ้าตัว) สื่อฯ และผู้ชมไม่สามารถนำไปตีความหรือบิดเบือนเป็นเรื่ิองอื่นใดได้
เมื่อคนดังไม่สามารถแสดงอารมณ์ที่แท้จริงออกมาหรือพูดความจริงได้อย่างหมดเปลือก เนื่องจาก "ภาพพจน์" คอยค้ำคออยู่นั้น มันก็ทำให้เกิดช่องโหว่เล็กๆ ที่เห็บเหาแมลงกินศพและสัตว์ปีกในไฟลัม (phylum) ต่ำๆ จะเจาะรูเข้ามาหาเหตุทำลายชื่อเสียงจากการใส่ความหรือตีความถ้อยคำไม่กี่พยางค์ ... สิ่งที่คนดังต้องทำคือ "สงบนิ่งอย่างมีสติ" ง่ายๆ ก็คือ ... "เป็นใบ้ชั่วคราว" ปล่อยให้เรื่องราวมันดำเนินไปจะดุเด็ดเผ็ดร้อนแค่ไหนก็ต้องทนเอา จนกว่าเรื่องราวมันจะสงบไปเอง ตบมือข้างเดียวไม่ดัง ขืนตอบโต้กันไปมาก็คงหาคำว่า "ยุติ" ไม่เจอ ...
การใบ้ชั่วคราวนั่นไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้นไม่มีทางสู้ แต่ไม่รู้จะเอาชื่อเสียงที่มีอยู่ไปแลกทำไม ... มันไม่คุ้มกันถ้าจะต้องถึงโรงถึงศาลให้ตัวแทนกฎหมายไปว่ากันจนกว่าจะจบเรื่อง นั่นคือสิ่งที่คนมีชื่อเสียงทั่วๆ ไปเขาทำกัน
และนี่คือสิ่งที่ฉัน "เกลียด" ในความมีชื่อเสียง ฉันเป็นเจ็กที่เกิดมาในครอบครัวนักเล่น (การพนัน) จบปริญญาตรีเพราะแม่ส่งเสริมและตัวเองรักดีเติบโตและเรียนรู้บนเส้นทางการใช้เสียงทำมาหากินอย่างธุรกันดารเป็นอันมาก นิสัยกล้าได้กล้าเสียแบบตรงไปตรงมามีอยู่ในสายเลือด "ผิด" ฉันก็ว่าผิด คนเราควรจะรู้จักพูด "ขอโทษ" และยอมรับผิด แต่ถ้า "ถูก" แล้วถูกปรักปรำ ถ้าจะให้ฉันยอมรับผิดเพื่อให้เรื่องมันจบๆ ไปง่ายๆ คงต้องฆ่าฉันให้ตายเสียเลยจะดีกว่า โดยทั่วไปการใช้เงินมักทำให้เรื่องราวต่างๆ จบลงไปง่ายๆ หากมีเรื่องฟ้องร้องแล้วคนดังเป็นฝ่ายผิด เงินก็ซื้อคำว่า "จบ" ได้อย่างเฉียบพลัน!
แต่ก่อนหน้านั้นฉันว่าคนดังมักจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ยอมจ่าย หรือยอมถูกเอาเปรียบบ่อยๆ เพียงเพราะไม่อยากทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่แม้จะถูกเอาเปรียบหรือเป็นฝ่าย " ถูก " ก็ตาม! โลกนี้ไม่มีคำว่าฟรีและโลกนี้ก็ไม่มีคำว่า " เสมอตัว " เงินทุกบาททุกสตางค์จะคุ้มค่าเป๊ะๆ ฉันไม่เคยเห็น ดังนั้นถ้าฉันยอมได้ก็ยอมกันไป แต่ถ้ายอมไม่ได้ ฉันก็ไม่กลัวเรื่องชื่อเสียงเพราะความยุติธรรมและความผิดถูกโดยสามัญสำหรับฉันมันมาก่อนชื่อเสียง
หลายครั้งฉันจึงทั้งว้ากทั้งแว้ดจนลูกน้องต้องช่วยกันพูดว่า "คุณพี่คะ ... คุณพี่เป็นเจนนิเฟอร์ คิ้ม นะคะ" เพื่อให้ฉันสงบลง แต่คำตอบก็คือ "ถ้าเจนนิเฟอร์ คิ้ม แปลว่า ควาย พี่จะหุบปากเดี๋ยวนี้ ไม่ถูกมันก็แปลว่าไม่ถูก ความผิดถูกกับความยุติธรรมมันเป็นภาษาสากล ถ้าจะต้องกลัวคนเลวๆ กลัวเสียชื่อเสียง กรูไม่เป็นนักร้องก็ได้ฟะ กรูจะไปเป็นนักมวย!"
บางทีความกลัวเสียชื่อเสียง มันทำให้เราอ่อนแอและบิดเบือนความผิดถูกอยู่หลายครั้ง เราฟังความคิดเห็นของผู้คนที่ไม่ค่อยรู้จักตัวตนและความคิดของเรา พวกเขารู้จักเพียงแค่ "ภาพพจน์" และบางที "ภาพพจน์" ก็ไม่ได้หมายถึงสิ่งดีๆ ที่เราเป็น แต่มันหมายถึง "สิ่งดีๆ ที่คนอื่นอยากให้เราเป็น" ความดีเพียบพร้อมแบบนั้นมีอยู่เพียง ... ใน "จินตนาการ" ของคนๆ นั้น ตราบเท่าที่เราต่างก็ยังเป็นคน ความดีและความเลวก็ยังคงมีอยู่เหมือนๆ กัน ในอัตราส่วนที่ต่างกัน และแสดงออกต่างกันภายใต้เปลือกที่ต่างกัน ... และตราบเท่าที่ฉันรู้จักแยกชื่อเสียงออกจากตัวตนที่แท้จริงของฉัน ใช้สติคิดพิจารณาก่อนที่จะทำสิ่งใดออกไปแล้ว ฉันว่าฉันไม่กลัวความจริิง นักร้องอย่างฉันมีทั้งคนชอบและคนชัง ชื่อเสียงของฉันจึงประกอบขึ้นด้วยความรักและความเกลียด "ความรัก" เป็นพลังโอบอุ้มให้ฉันลุกขึ้นยืนได้ทุกครั้งที่ล้ม "ความชัง" เป็นพลังผลักฉันให้พุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัวต่ออุปสรรค และนั่นทำให้ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้แม้เวลาล่วงเลยมาถึง 45 ปี ... เพราะฉันไม่เคยมีภาพพจน์ ... มีเพียงแค่ ... ตัวจริงกับความจริง!
.......................................
(หมายเหตุ ภาพลักษณ์ : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



