บันเทิง

ธุรกิจ'หนัง-ละคร'ไทยยังไปได้ไกล

ธุรกิจ'หนัง-ละคร'ไทยยังไปได้ไกล

24 พ.ค. 2556

ธุรกิจ'หนัง-ละคร'ไทย ยังไปได้ไกลในจีน : คอลัมน์สกู๊ปบันเทิง

               ขนาดเมืองไทยยังมีกระแส เค-ป๊อป จึงไม่เป็นเรื่องน่าแปลกที่เมืองจีนจะมีกระแส ไทย-ป๊อป กันบ้าง โดยเฉพาะระยะหลังๆ เราจะเห็นได้ว่าหนัง-ละครไทย เริ่มตีตลาดเมืองจีนมากขึ้น เพราะหลายผู้จัด มองในแง่ธุรกิจ เพราะประเทศจีนมีจำนวนประชากรมาก หากหนัง-ละครเรื่องใดสามารถตีตลาดที่จีนนั่นหมายถึงผลกำไรมหาศาล

                แต่การจะนำหนัง-ละครเข้าไปฉายในจีนได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในปีหนึ่งๆ เมืองจีนจะกำหนดโควตาว่าปีหนึ่งๆ จะมีหนัง-ละครต่างประเทศเข้าเมืองจีนได้กี่ตอน กี่เรื่อง นอกจากนี้ระบบเซ็นเซอร์หนัง-ละครของจีนที่มีข้อกำหนดต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความยาวของละครที่ต้องไม่เกิน 50 ตอนต่อเรื่อง (ซึ่งละครจีนส่วนใหญ่จะยาวมากกว่านั้น) ส่วนเวลาแพร่ภาพก็ต้องหลัง 22.00 น. และต้องไม่มีเนื้อหาหรือประเด็นที่รุนแรงและมีอิทธิพลต่อเสถียรภาพของสังคมของจีน  ต้องไม่เกี่ยวข้องกับเพศที่สาม (รักร่วมเพศ) จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีละคร-ภาพยนตร์หลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น "yes or no" และ "รักแห่งสยาม" "สี่แพร่ง" ที่ไม่สามารถเข้าไปฉายที่เมืองจีนได้ แม้กระทั่งภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ มาริโอ้ เมาเร่อ อย่าง "พี่มาก...พระโขนง" ก็ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ในโลกออนไลน์ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้ฉายที่เมืองจีนหรือไม่ แม้จะมีบริษัทที่จีนซื้อเรื่องนี้ไปแล้วก็ตาม

                แม้จะมีอุปสรรคมากมาย แต่ก็มีหนัง-ละครไทยหลายๆ เรื่อง ที่ได้ถูกซื้อลิขสิทธิ์เข้าฉายที่เมืองจีน ไม่ว่าจะเป็น "สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก" "กวนมึนโฮ" "ต้มยำกุ้ง" "รักไม่มีวันตาย" "มาลัย 3 ชาย" "ตะวันเดือด" "ดอกรักริมทาง" "วนิดา" ฯลฯ ขนาดละครเรื่อง "รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์" (ที่นำแสดงโดย ติ๊ก เจษฎาภรณ์ และ ออม สุชาร์) และ "มารกามเทพ" (นำแสดงโดยป้อง ณวัตร และโม มณชนก แสงเพียงเพ็ญ) ก็ถูกซื้อลิขสิทธิ์ให้ไปฉายที่จีนทั้งๆ ที่ตอนนี้ยังถ่ายทำอยู่ด้วยซ้ำ ดูๆ ไปแล้วธุรกิจบันเทิงไทย ก็แลดูสดใจและไปได้ไกล ซึ่งสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้หนัง-ละครไทยได้รับความนิยมต่อเนื่อง อาจเป็นเพราะ

                1.ละครไทยมักจะสอดแทรกเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิต-ครอบครัว ด้วยสภาพสังคมไทย ที่มักอยู่รวมกันแบบครอบครัวใหญ่ ซึ่งคล้ายคลึงกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของสังคมจีน เนื้อหาส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องสมัยปัจจุบัน ไม่เน้นแนวพีเรียดจองเวรทั้งเรื่อง เหมือนจีนแผ่นดินใหญ่ หรือพูดคุยเรื่องหุ้นทั้งเรื่อง เหมือนซีรีส์ฮ่องกง และไม่หวานเลี่ยน เหงา เศร้าน้ำตานองหน้าเหมือนซีรีส์เกาหลี แต่กลับมีรสชาติที่หลากหลายทางอารมณ์ มีทั้งเรื่องรัก ริษยา อาฆาตและขัดแย้ง อยู่ภายในเรื่องเดียวกัน ทำให้คนดูอินกับเนื้อเรื่องได้ง่าย

                2. นักแสดงไทยทั้งหญิง-ชายเป็นคนมีเสน่ห์ มีใบหน้าสวย-หล่อถูกใจ อาตี๋-อาหมวย ซึ่งเราจะสังเกตได้จากระยะหลังๆ ดารา-นักแสดงไทยจำนวนไม่น้อยต่างตบเท้าไปรับงานอีเวนท์และจัดงานแฟนมีทติ้งที่เมืองจีนเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะเป็น "ป้อง" ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ "พิช" วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล "แพนเค้ก" เขมนิจ จามิกรณ์ "บี้" สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว "ติ๊ก" เจษฎาภรณ์ ผลดี "แอฟ" ทักษอร เตชะณรงค์ "สน" ยุกต์ ส่งไพศาล ฯลฯ  และหลายคนไม่ว่าจะเป็น มาริโอ้ เมาเร่อ หรือ "ออม" สุชาร์ มานะยิ่ง ก็ดังมาก ชนิดต้องเซ็นสัญญามีผู้จัดการ (เป็นคนจีน) คอยจัดคิวงานที่เมืองจีนให้กันเลยทีเดียว

                3.หนัง-ละครของไทยส่วนใหญ่มักถ่ายทำในสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ต้องยอมรับว่าสิ่งสำคัญที่จะทำให้หนัง-ละครน่าติดตาม ไม่ได้มีเพียงแค่นักแสดงเท่านั้น สถานที่ (โลเกชั่น) ก็มีส่วนสำคัญไม่น้อย คนดูชาวจีนชอบดูละครไทย เพราะในละครไทยมักจะไปถ่ายทำในสถานที่สวยๆ เน้นธรรมชาติในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภูเขา น้ำตกหรือแม้แต่ทะเล (ซึ่งทะเลเมืองไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวจีนนิยมมาเที่ยวกันมาก) ครั้งหนึ่งเราเคยเที่ยวเกาหลีเพื่อตามรอยซีรีส์เกาหลี...แต่คงมีสักวันที่เราจะสามารถทำทัวร์ตามละครในเมืองไทยกันบ้าง

                4.รัฐบาลจีนต้องการจำกัดชั่วโมงในการออกอากาศของซีรีส์เกาหลี จะเห็นได้ว่าระยะหลังๆ ละครที่ผลิตโดยคนจีนได้รับความนิยมลดน้อยลง คนจีนรุ่นใหม่หันไปสนใจละครต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะซีรีส์ประเทศเกาหลี ที่ได้รับความนิยมสุดๆ จนรัฐบาลจีนเห็นว่าควรจำกัดชั่วโมงในการออกอากาศของซีรีส์เกาหลี นั่นเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสให้กับละครโทรทัศน์ประเทศอื่นๆ เข้ามาฉายที่ประเทศจีนได้มากขึ้น รวมถึงละครไทยด้วย ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ละครโทรทัศน์ไทยถูกนำเข้าไปออกอากาศในช่องโทรทัศน์จีน เป็นเพราะราคาต่อตอนที่ถูกกว่ากันเกือบครึ่ง (เมื่อเทียบกับละครของประเทศอื่น) จึงทำให้สถานีโทรทัศน์ทำกำไรจากการขายโฆษณาได้อย่างมหาศาล

                5.การเติบโตของสังคมออนไลน์ แม้ประเทศจีนจะเป็นกึ่งๆ สังคมคอมมิวนิสต์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าประเทศของเขาจะถูกปิดกั้นอิสรภาพจากสังคมภาพนอก สังคมออนไลน์เป็นช่องทางสำคัญในการเผยแพร่เรื่องราวหนัง-ละครโทรทัศน์จากประเทศไทย หากใครอาศัยอยู่ในประเทศจีน แล้วต้องการติดตามละครไทยนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก เพราะละครไทยที่ออกอากาศที่ไทยในวันนี้รอเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถหาชมพร้อมคำบรรยายเป็นภาษาจีนได้ทางเว็บวิดีโอของจีน (Youku.com) และหากละครเรื่องใดดูสนุก ก็จะถูกบอกต่อผ่านช่องทางสังคมออนไลน์ อย่าง เว่ยปั๋ว (Weibo) หรือกระดานสนทนาต่างๆ ทำให้ละครไทยได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

                แต่ละครไทยจะฟูเฟื่องที่จีน อย่างนี้อีกนานแค่ไหน หากยังขาดคุณลักษณะเฉพาะ เหมือนดูซีรีส์เกาหลี ผู้ชมจะรู้สึกเหมือนได้ทานเนื้อย่างเกาหลี ดูซีรีส์ญี่ปุ่นเหมือนได้ทานปลาดิบ แต่พอดูละครไทยกลับไม่พบสิ่งใดที่เป็นไทยนอกจากภาษาไทย แถมในประเทศจีนตอนนี้ ก็เริ่มมีผู้ผลิตละครหลายค่าย เริ่มศึกษาแนวละครไทย แล้วเอาไปสร้างเพื่อให้มีความ “น้ำเน่า” คล้ายๆ กัน หากหนัง-ละครไทย สามารถสร้างเอกลักษณ์เฉพาะความเป็นไทย เชื่อได้ว่า บันเทิงไทย ยังไปที่จีนได้อีกนานแสนนาน

 

...........................................

(ธุรกิจ'หนัง-ละคร'ไทย  ยังไปได้ไกลในจีน : คอลัมน์สกู๊ปบันเทิง)