
ว่าด้วยเรื่องแต่งเพลง
ว่าด้วยเรื่องแต่งเพลง : คอลัมน์มั่วดริ๊งค์ by ฟองเบียร์
หลายๆ คนเคยถามว่าการแต่งเพลงนั้นสอนกันได้รึเปล่า...ตัวผมเองเคยเป็นทั้งนักเรียนในคลาสสอนแต่งเพลงและได้มีโอกาสเป็นอาจารย์ในการสอนแต่งเพลงอยู่หลายทั้ง วันนึงก็กลับมานั่งคิดว่าจริงๆ แล้วของแบบนี้มันสอนกันได้จริงๆหรือไม่ แล้วผมก็รู้สึกว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลจริงๆ บางทีพรสววรค์มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้แต่งเพลงได้ การเป็นนักแต่งเพลงนั้นในวันนี้ผมรู้สึกได้เลยจากประสบการณ์ทำงานมาจนถึงปัจจุบัน มันประกอบไปด้วยอุปนิสัยส่วนบุคคลหลายๆ อย่าง ซึ่งแต่ละอย่างมันจะค่อยๆ ช่วยหล่อหลอมคนคนนั้นจนกลายเป็นนักแต่งเพลงไปได้โดยคนคนนั้นอาจจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
อีกหนึ่งคำถามที่เจอคนมาถามบ่อยมากคือ การเป็นนักแต่งเพลงนั้นจำเป็นต้องเล่นดนตรีเป็น หรือ รู้เรื่องดนตรีด้วยหรือไม่ ? ถามนักแต่งเพลงแต่ละท่านก็อาจจะตอบไม่เหมือนกัน ถ้าส่วนตัวผมนั้นคิดว่าการเล่นดนตรีเป็นนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร สิ่งสำคัญคือคุณเป็นคนพูดรู้เรื่องรึเปล่า...เพลงๆ หนึ่งนั้นมีความยาวมาตรฐานโดยเฉลี่ยราวๆ 4 นาที ซึ่งเนื้อหาของเพลงจริงๆ ไม่รวมดนตรีช่วงอินโทร ไม่รวมดนตรีท่อนโซโล่ และ ไม่รวมการนำท่อนฮุกมาร้องซ้ำนั้นน่าจะอยู่ราวๆ 2 นาทีเท่านั้นเอง คุณลองเล่าเรื่องๆ หนึ่งที่คุณอินมากๆ หรือ เรื่องราวที่คุณประทับใจให้เพื่อนคุณสักคนหนึ่งฟังดูสิครับ ถ้าคุณเล่าแล้วเพื่อนคุณเข้าใจในสิ่งที่คุณพูดออกมาทั้งหมด เพื่อนคุณจำช็อตประทับใจในเรื่องเรื่องนั้นที่คุณเล่าได้ นั้นคือในเบื้องต้นคุณก็เป็นคนที่อาจจะเป็นนักแต่งเพลงได้แล้ว
สาระสำคัญของการแต่งเพลงคือการเล่าเรื่องเรื่องหนึ่งที่มันแสนจะธรรมดาให้คนคนหนึ่งประทับใจและอินไปกับมัน ในความหมายของเรื่องธรรมดาๆ นั้นคือ อาจจะเป็นเรื่องความรักของคุณในสักช่วงชีวิตหนึ่ง ซึ่งที่ยกตัวอย่างแบบนี้เพราะเรื่องความรักมักจะเป็นเรื่องที่ถูกนำมาเขียนบ่อยที่สุดในจำนวนเนื้อหาเพลงทั้งโลก หรือถ้าคุณรันทดในเรื่องความรักจริงๆ ก็ลองเล่าเรื่องเรื่องหนึ่งเพื่อให้เพื่อนคุณสักคนมีกำลังใจในการต่อสู้กับชีวิตของเขาต่อไป ซึ่งถ้ามันทำให้เพื่อนคุณคนนั้นอินและมีกำลังใจขึ้นมาได้ นั่นก็คือคุณก็มีแววจะเป็นนักแต่งเพลงได้
เรื่องเหล่านี้จนถึงตอนนี้ผมคิดว่ามันอาจจะสอนกันไม่ได้ว่าคุณต้องคิดยังไง พูดยังไง เขียนยังไงให้คุณกลายเป็นนักแต่งเพลงได้ แต่ถ้าคุณเป็นคนช่างสังเกตถึงกิริยาของคนรอบข้างคุณเวลาเขาได้ฟังเรื่องราวต่างๆ ของคุณ คุณจะรู้ได้เองว่าวันนี้คุณมีคุณสมบัติเบื้องต้นของการเป็นนักแต่งเพลงรึยัง ซึ่งคุณอาจจะไม่จำเป็นต้องไปเรียนที่ไหนเลยก็ได้ เพราะผมเคยเป็นนักเรียนมาก่อน ในห้องเรียนมีนักเรียนแต่งเพลง 50-60 คน แต่วันนี้ทุกคนในคลาสนั้นเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ไม่มีใครมาอยู่ในสายงานอาชีพนักแต่งเพลงเลย ทั้งที่ในวันเริ่มคลาสเรียนทุกคนมาด้วยความฝันเดียวกันว่าพวกเราอยากทำอาชีพนักแต่งเพลงเลยมาเรียนด้วยกัน
จากการทำงานมาจนถึงวันนี้ บางทีการแต่งเพลงก็เกิดขึ้นมาง่ายซะจนไม่น่าเชื่อ หลายๆ ครั้งก็พูดๆ กันขึ้นมาก็เป็นเพลง บางครั้งนั่งเคาะโต๊ะกันเฉยๆ ก็กลายเป็นเพลงขึ้นมาได้ บางเพลงเคาะขวดโซดากันก็กลายเป็นเพลงขึ้นมาได้ และหลายๆ ครั้งที่ทำแบบนี้ ก็เกิดเป็นเพลงฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองไปซะอย่างงั้น พวกเรามานั่งขำๆ หัวเราะกันเสมอว่าเฮ้ยมึง ไอ้เพลงแบบนี้มันฮิตได้ไงว่ะ คนมันเต้นกันขนาดนี้เลยเหรอเพลงเคาะโต๊ะของพวกเรา ทำไมมันขายได้เป็นแสนๆ ก๊อบปี้เลยว่ะ เจ้านายรู้จะด่าพวกเราไหมว่ะ บางทีการสะเพร่านี่แหละคือต้นกำเนิดของเพลงฮิตมากมาย
แต่ในอีกมุมนึงการแต่งเพลงก็มีหลายรูปแบบ ถ้าคุณเป็นคนที่อยากแต่งเพลงแบบแต่งทั้งเนื้อทั้งทำนองด้วยกัน ความรู้เรื่องดนตรี ทักษะในด้านการเล่นดนตรีก็สำคัญขึ้นมาทันที อย่างเช่นพี่เสก โลโซ พี่เสือ ธนพล หรือ ตัวผมเองก็แต่งเพลงด้วยกระบวนการทำเนื้อและทำนองไปด้วยกัน อย่างน้อยๆ ก็ต้องพอเล่นเปียโน หรือ กีตาร์ได้บ้างในเบื้องต้น เช่นเล่นคอร์ดวน หรือ บางคนเรียกว่าคอร์ดสูตรได้ ในความหมายคือคอร์ด C / AM / F / G ซึ่งคอร์ดวนชุดนี้เป็นคอร์ดที่ง่ายมากๆ ต่อการหัดเล่นดนตรีพื้นฐาน และ มีเป็นร้อยๆ พันๆ เพลงในโลก หรือ อาจจะเป็นหลักหมื่นหลักแสนเพลงในโลกที่ถูกสร้างจากคอร์ดสูตรชุดนี้
สรุปว่าผมคิดว่าการแต่งเพลงว่าต้องเขียนยังไงถึงโดน เขียนยังไงถึงดังเป็นเพลงฮิตนั้น ผมว่าเรื่องแบบนี้คงสอนกันไม่ได้ แต่เรื่องการเล่นดนตรีนั้นสอนกันได้ ทุกอย่างไม่ใช่พรสววรค์จะเป็นตัวกำหนดทั้งหมด แต่การสังเกตตัวคุณเองนั้นเป็นการสอนตัวเองที่ดีที่สุด แต่ไม่ใช่การไปเรียนแต่งเพลงจะไม่ดี เพราะอย่างน้อยมันก็อาจจะช่วยทำให้คุณจัดระเบียบและวิธีคิดในการเรียบเรียงความสำคัญในเรื่องเรื่องนั้นที่คุณอยากจะเล่าออกมาได้ แต่มันไม่ใช่การไปเรียนนั้นจะทำให้คุณเป็นนักแต่งเพลงที่เก่ง หรือ เป็นเจ้าของเพลงฮิตได้
เริ่มจากวันนี้ถ้าคุณคิดว่าคุณอยากเป็นนักแต่งเพลง ขอให้ลองพูดคุยกับเพื่อนๆ หรือ คนในครอบครัวคุณก่อน ลองเล่าเรื่องราวง่ายๆ ให้เขาฟัง ลองดูอาการและสอบถามถึงสาระที่คุณพยายามจะสื่อออกไป ว่ามันทำให้เขาเหล่านั้นประทับใจหรืออยากจะฟังมันอีกซ้ำๆ หรือไม่ ผมเชื่อว่าทุกคนเป็นนักแต่งเพลงได้ ถ้าคุณพูดภาษาไทยได้ ถ้าคุณเขียนภาษาไทยได้ ถ้าคุณสร้างความประทับใจให้หลายๆ คนจากคำพูดคุณได้ และ ถ้าคุณเป็นคนพูดรู้เรื่อง
แล้วเจอกันใหม่ครับนักแต่งเพลงทุกท่าน
.......................................
(ว่าด้วยเรื่องแต่งเพลง : คอลัมน์มั่วดริ๊งค์ by ฟองเบียร์)



