
เล่นหูเล่นตา:คอนเสิร์ต
คอนเสิร์ต : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
ชื่อ : เจนนิเฟอร์ คิ้ม อายุ 45 ปี, อาชีพ รับจ้าง ฉันรับจ้างร้องเพลงประจำจนถึงชั่วคราว ตั้งแต่อายุ 21 มาถึงตอนนี้ 25 ปีแล้ว ไม่เคยเลือกที่ทาง เลือกแค่สตางค์ เงินถึงฉันก็ไปทั้งนั้นแหละ ไปถึงงานแล้วจะต้องเจออะไรดีหรือร้ายก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ ใช้สัญชาตญาณเอาตัวรอดเป็นหลัก พรสวรรค์ในการร้องเป็นรอง แม้จะทุ่มเทเต็มร้อยแต่ผลออกมาก็ไม่ร้อยเสมอไปภายใต้สถานการณ์ที่แปรเปลี่ยนไปตามงาน ใครจะไปควบคุมได้หมดทุกสิ่ง อากาศร้อนจนตับจะแตก ฝนตกไม่เลือกเวลา เครื่องเสียงขัดข้องจนไฟดับ เจอมาหมดแล้วทุกสิ่ง อะไรก็ไม่น่าปวดติ่งเท่าลูกค้าวีน เฮ้อ บางทีลูกค้าก็เป็นมากกว่าซุปตาร์นะ!
แต่นั่นก็คืออาชีพหลักที่เอาไว้เลี้ยงปากท้องของฉันและครอบครัว ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหนมันก็เป็นประสบการณ์ที่สอนให้ฉันเป็นผู้ฟังและผู้รับจ้างที่ทำตามคำสั่งได้ดี ได้ดั่งใจผู้จ้างก็ไม่ได้หมายความว่าได้ดั่งใจเรา บอกแล้วว่ารับจ้างตามสั่ง เมื่อร้องไปนานๆ เข้าสีสันในชีวิตก็จะเริ่มซีดจาง สีสันในชีวิตของฉันไม่อาจระบายปาดป้ายได้ด้วยการท่องเที่ยวหรือใช้วัตถุมาทดแทนได้ มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะทำให้อะดรีนาลีน (Adrenaline) หลั่ง เหงื่อซึม หัวใจเต้นเร็ว ตูมตามโครมครามจนจะกระเด็นออกมาจากอก คอนเสิร์ต!
ฉันหลงใหลในเสียงปรบมือ กลิ่น และบรรยากาศของคอนเสิร์ต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คอนเสิร์ตของตัวเอง การได้นั่งพูดคุยปรึกษาระดมสมองกับทีมงานเลือกสรรเฟ้นหาทุกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนดูมันเป็นเรื่องท้าทายทำให้สมองแล่นจนไม่อยากหลับอยากนอน เหมือนคอมพิวเตอร์ที่ปิดเครื่องแล้วแต่ภาพยังค้างอยู่หน้าจอ สมองตื่นอยู่ตลอดเวลา! มันคือความหลงใหลระดับเดียวกับการอยู่ในช่วงต้นของการหลงรักใครสักคน ใช่ ฉันหลงรักคอนเสิร์ต! ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็เหมือนการเริ่มต้นรักครั้งใหม่เสมอ มันต่างกับการเป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ตของคนอื่น (ตามคอนเซ็ปต์) ลิบลับ แขกรับเชิญร้องเพลงตามที่สั่งมาไม่ต้องคิดอะไรมากมายเพราะทีมงานเขาคิดเอาไว้ให้แล้ว แต่คอนเสิร์ตของตัวเองต้องแสดงถึงตัวตนของเราในมุมมองที่ทำให้คนดูประทับใจสุดๆ ประสบการณ์ที่ผ่านมาต้องเอามากลั่นกรองจนตกตะกอนเพื่อให้เกิดเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่น่าสนใจในแต่ละครั้งที่ทำคอนเสิร์ต มันต้องทำให้น่าสนใจตั้งแต่วันแถลงข่าวเลยทีเดียว
“พี่คิ้ม เราจะมีคอนเสิร์ตวันที่ 27-28 กรกฎาคม ที่รอยัลพารากอน ฮอลล์แล้วจะแถลงข่าววันที่ 15 พฤษภาคมนี้นะพี่”
การแถลงข่าวเพื่อแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน นับเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องทำในการจัดคอนเสิร์ตจะมีประโยชน์อะไรถ้าไม่มีใครรู้ว่าเรากำลังจะทำอะไร? ยิ่งในเดือนเดียวกันหรือวันเดียวกันดันมีคอนเสิร์ตหลายๆ คอนเสิร์ตเกิดขึ้นพร้อมกัน ความจริงในใจก็คือ “มันอาจจะไม่ใช่คอนเสิร์ตซะทีเดียว แต่มันคือ สงคราม” (ระหว่างนั้น) “ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด” จึงเป็นคำขวัญประจำใจฉันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉันไม่ใช่ซุปตาร์ หรือดีว่า ฉันเป็นแค่นักร้องรับจ้างที่พร้อมมาตั้งแต่เกิดและยิ่งแน่ใจเมื่อต้องใช้เสียงหาเลี้ยงปากท้อง เส้นทางชีวิตของฉันทั้งขุรขระ แคบและเล็ก ฉันจึงถูกประสบการณ์ชีวิตสั่งสอนให้สู้ไม่ถอย! อาวุธในการต่อสู้ของฉันไม่ใช่ “เสียง” แต่เป็นพลังของความรักและความเมตตาจากคนดูที่เปรียบเสมือนกองทัพเล็กๆ ที่แข็งแกร่งของฉัน กองทัพที่พอดีกับสนามรบที่พอเหมาะ ชัยชนะจะอยู่ตรงหน้าฉัน วันนั้น! อั่ม จะร้องหรือจะรบ! ปกติฉันเป็นคนที่ไม่ชอบการแข่งขันหรือเปรียบเทียบใดๆ ไม่ค่อยชอบคำว่า “ที่สุด” ที่ไม่มีคำต่อท้ายว่า “ของใคร” ที่สุดของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน มันก็แค่ที่สุดของมันสมองหนัก 1.4 กิโลกรัมที่หลบซ่อนอยู่ในกะโหลกหนาๆ ของคนคนหนึ่งเท่านั้น
เมื่อไม่ชอบเปรียบเทียบหรือแข่งขันฉันจึงใช้ได้แค่ “สัญชาตญาณการเอาตัวรอด” เพราะมันแม่นยำและฉับพลัน แม้แต่ในคอนเสิร์ตที่วางแผนและซักซ้อมกันมาอย่างดิบดีก็ยังหนีการใช้สัญชาตญาณไปไม่ได้ มันทำให้เกิดคำว่า “แสดงสด” ทั้งแววตา ท่าทาง และคำพูดที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าในแต่ละรอบที่ต่างกัน
อีก 2 เดือนครึ่งที่ฉันยังมีเวลาจะคิดจะทำ แม้จะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในที่สุด ฉันก็ยังอดตื่นเต้นทุกวันที่ตื่นขึ้นมาไม่ได้ แต่ละวันที่ได้ลืมตาและหายใจช่างมีความหมาย โดยเฉพาะขั้นตอนแรกที่ต้องผ่านไปให้ได้ วันแถลงข่าว “คอนเสิร์ต 45 ปี เจนนิเฟอร์ คิ้ม คอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย ก่อนวัยทอง” มันทำให้ฉันนอนไม่ค่อยหลับเหมือนวันแสดงจริงเป็นวันแต่ง วันแถลงเป็นวันหมั้น มันวึ่นวือเวิ่นเว้อทุกสิ่งอันต้องคัดสรรสิ่งที่ฉันมองเห็นว่าดีที่สุด สำหรับฉัน ชุดราตรีสีดำโอต์กูตูร์ (Haute Couture) ฝีมือของผักกาดแห่งร้านฮุคส์ (Hook’s) ตุ้มหู กำไลและแหวนจากร้านโอลิเวียร์ ไดมอนด์ (Olivia Diamonds) ศูนย์การค้าเกษรพลาซ่า รวมถึงเพลง “แสงสุดท้าย” ที่ส่งไปให้ “หนึ่ง” (จักรวาล เสาธงยุติธรรม) โปรดิวเซอร์แถวหน้าของเมืองไทยทำดนตรีออกมาให้แตกต่างจากต้นฉบับที่เป็นของบอดี้สแลม ช่างหน้าคือ “ข้าวตู” เจ้าเก่า ช่างผมคือ “พี่นัท” (ช่างผมประจำตัว ก้อง สหรัถ) มาทำแทน อ.เอก ที่คิวไม่ว่าง (คิวทองฝังเพชรสำหรับช่างผมคนนี้) ทุกอย่างพร้อมในวันที่ 15 พฤษภาคม 2556 ณ ชั้น 1 ตึกแกรมมี่ เป็นตึกที่ฉันไม่ค่อยอยากจะมาเพราะนอกจากหาที่จอดรถยากแล้ว รถโคตรติด!
10 โมงเช้าเริ่มแต่งหน้าทำผม บ่าย 2 ตรงลงไปแถลงข่าวพร้อมกับอีก 2 คอนเสิร์ต คือ ดีเจออนสเตจปะทะเดอะสตาร์ (28-29 ก.ย.56) และ 6.2.13 อีกสักทีที่อิมแพ็ค อารีน่า (9-10 พ.ย.56) ระหว่างนั้นต้องไปเช็กเสียงและเครื่องเสียงที่เรียกว่า ซาวนด์เช็ก (Sound Check) แหกปากขึ้นเสียงสูงตั้งแต่ 10 โมงเช้า ลองคิดดูไม่โมโหใครแต่ให้ขึ้นเสียงสูง ทรมานกรูมะ?
อีกหนึ่งพิธีกรรมที่ควรจะจัดตั้งเป็นรางวัลให้แก่เอไทม์คือ “พิธีกรรมดีเด่นแห่งปี” มูเตรูสุดๆ อะที่นี่! จุดธูปไหว้และถวายผลไม้ดอกไม้ที่ศาลทุกศาลที่มีอยู่รอบบริเวณตึก ควันโขมงจากธูปเป็นร้อยๆ ดอกที่ถูกจุดบูชาเจ้าที่ทำให้ฉันซึ่งเป็นภูมิแพ้จะสำลักควันตายก่อนแถลงข่าว มองดูเครื่องสักการะแล้วคาดว่าปีๆ หนึ่งเอไทม์จะต้องใช้งบประมาณหลายแสน เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องไหว้เจ้ากันก่อน อือ นึกว่าแม่ฉันเป็นคนเดียว ใครๆ เขาก็เป็นกันทั้งนั้น ยกเว้นฉันใช่ไหม? นักข่าวมากันเพียบ กดชัตเตอร์กันฉึบฉับ ชอบจริงๆ บรรยากาศแบบนี้ รู้แล้วว่าคนมีชื่อเสียงเขาเป็นแบบนี้นี่เอง ฉันชอบความชุลมุนวุ่นวายในวันแถลงข่าว ฉันชอบความซับซ้อนและละเอียดประณีตในวันคอนเสิร์ต ฉันชอบดมกลิ่นผู้คนที่ผสมกันเป็นกลิ่นคอนเสิร์ต ฉันชอบเสียงปรบมือและเสียงกรี๊ด
ที่สำคัญฉันชอบดู “คนดู” มากกว่าอะไรทั้งนั้น ชีวิตนี้ไม่มีผัวก็ไม่ว่า ขอให้มีคนมาดูคอนเสิร์ตก็พอ!
.......................................
(หมายเหตุ คอนเสิร์ต : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



