บันเทิง

'วิชิต โห้ไทย'ชีวิตที่ยังไม่ทิ้งความเป็นครู

'วิชิต โห้ไทย'ชีวิตที่ยังไม่ทิ้งความเป็นครู

15 พ.ค. 2556

ศิลปินแห่งชาติ'วิชิต โห้ไทย'ชีวิตที่ยังไม่ทิ้งความเป็นครู


 

          เมื่อต้นปีที่ผ่านมา วงการเพลงลูกทุ่งต่างแสดงความยินดีกันกับสองศิลปินที่เกี่ยวข้องกับเพลงลูกทุ่งได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ นั่นคือ เพลิน พรหมแดน ในสาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยลูกทุ่ง) กับ พันโทวิชิต โห้ไทย สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย-โยธวาทิต) ในส่วนของอาเพลิน พรหมแดน นั้น เราได้พบเห็นท่านตามงานหรือสื่อมากมาย แต่สำหรับครูวิชิตนั้น ไม่ค่อยมีใครได้พบเห็นท่านออกงานมากนัก หรือไม่ก็อาจจะเคยพบเห็นตามงานบ้างแต่อาจไม่ทราบว่าคือ ครูวิชิต โห้ไทย
 
          วันเสาร์ที่ผ่านมา ครูวิชิต ไปปรากฏตัวอยู่ที่งานคอนเสิร์ต “แปดสิบปี โล ธุระวณิชย์” ที่โรงละครสำนักพระราชวัง สนามเสือป่า ทีมข่าว “คมชัดลึก” จึงไม่รอช้า หาจังหวะนัดหมายพูดคุยกับครูวิชิตแบบเท่าที่เวลาจะอำนวย มาฝากแฟนๆ ที่คิดถึงกัน
 
          เมื่อถามถึง สุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง ครูวิชิตตอบเสียงดังฟังชัด ไม่มีอาการแบบคนชราทั้งๆ ที่วัยปาเข้าไป 80 ปีแล้ว
          “เดือนสิงหานี้จะ 81 แล้ว (เกิด 14 สิงหาคม 2478 ) สุขภาพก็ไม่สบายอยู่บ้าง ด้วยอาการกระดูกเคลื่อน และเป็นหวัดธรรมดาๆ แต่รักษาตัวมาอย่างสม่ำเสมอ ตอนนี้มาสอนดนตรีสากล อยู่ที่ โรงเรียนชลประทานวิทยา ปากเกร็ด นนทบุรี ก็เลยได้มารักษาตัวที่โรงพยาบาลชลประทาน ด้วย ผมสอนดนตรีมาตลอดครับ สอนมาได้ 22-23 ปีแล้ว สอนมา 50-60 โรงเรียน”

          พันโท วิชิต ที่เกษียณราชการมาแล้ว 20 ปี เล่าย้อนไปถึงตอนเข้าสู่วงการเพลงว่า
          
         “ผมเป็นนักเรียนดุริยางค์ทหารบก สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 1 เมษายน 2489 แต่เริ่มเล่นเครื่องดนตรีตั้งแต่ อายุ 13-14 ปีซึ่งกองดุริยางค์ทหารเขาสอนให้ ผมเล่น แซกโซโฟน คาริเน็ท ฟลุต และตระกูลแซกโซโฟน ทรัมเปต บาริโทน ฯลฯ ต้องเรียนรู้ทุกอย่างเพราะเราต้องเป็นครูต้องไปสอนเขา  ส่วนเรื่องของวงการเพลง ผมไปคลุกคลีตั้งแต่ยังไม่เรียกว่า เพลงลูกทุ่งเลย ไปอัดเสียงให้ไวพจน์ เพชรสุพรรณ (แฟนๆ ลูกทุ่งคงคุ้นเคยกับเสียงเครื่องเป่าที่โดดเด่น) เพลง “เพลงใหม่ไวพจน์” “หน้าด้านหน้าทน” “ไวพจน์ลาบวช” เมื่อราวๆ ปี 2503 ไพรวัลย์ ลูกเพชร เพลง “ใต้เงาโศก” “เมีย” สังข์ทอง สีใส ขวัญจิต ศรีประจันต์ เพลิน พรหมแดน รุ่งเพชร แหลมสิงห์ ฯลฯ ซึ่ง สมัยนั้นการเรียบเรียงดนตรีนั้น นักดนตรีกับนักร้องอัดเสียงพร้อมกัน ช่วงนั้นถ้าใครผิดสักคนก็ต้องเริ่มอัดกันใหม่หมด แต่เดี๋ยวนี้ร้องผิดหรือดนตรีผิดตรงไหนก็ซ่อมได้”
 
          นอกจากการบันทึกเสียงในห้องอัดแล้ว ในส่วนของการเดินสายไปหรือการทำวงดนตรี ครูวิชิตก็ผ่านมาแบบโชกโชนไม่น้อย
          
         “ปี 2506 มีประกวดวงดนตรีลูกทุ่ง วงดุริยะทิพย์ ที่ผมทำอยู่ได้ ชนะเลิศถ้วยพระราชทานแห่งประเทศไทย ทั้งถ้วยเพลงลูกทุ่ง กับ เพลงปลุกใจ แข่งกันทางช่อง 4 บางขุนพรหม นักดนตรีรุ่นผม ร่วงกันไปจะหมดแล้ว ยังเหลืออยู่ก็ ปรีชา เมตไตรย์ สมัยก่อนกับครูสง่า อารัมภีร ก็เดินสายด้วยกัน ช่วงวงดนตรีเทียนชัย สมยาประเสิรฐ ที่มีผ่องศรี วรนุช ร้องอยู่ ผมก็ทำวงไปกับเขา วงทูล ทองใจ วงมงกุฎทอง ของโรงพยาบาลพระมงกุฎ ตอนนั้นเขายังไม่แบ่งลูกทุ่งลูกกรุง สมัยก่อนเดินสายวงดนตรีบรรยากาศอบอุ่น มีแฟนเพลงเอาผลไม้มาให้หลังเวที สนุกสนานดี”
 
          พูดถึงผลไม้ ครูวิชิต หนุ่มสวนทุเรียน เมืองนนทบุรีโดยกำเนิด พูดถึงสวนทุเรียนของตนเองที่ยังมีอยู่ว่า
         
          “ผมเป็นชาวสวนทุเรียน ตอนนี้ยังมีสวน 2 ไร่ ที่นนทบุรี อยู่แถวๆ วัดเฉลิม วัดสวนแก้ว เป็นสวนทุเรียน แต่ไม่มีใครทำ ลูกเต้าก็โตกันหมดแล้ว ตอนนี้ลงปลูกทุเรียนใหม่เป็นพันธุ์ทุเรียนเก่าแก่ เช่น พันธุ์กบ ตอนนี้อยากขายสวนทุเรียน ใครสนใจก็ลองมาคุยกันได้ เพราะตอนนี้ผมอยู่กับลูกชายที่เมืองทองธานี ใกล้ๆ กับโรงเรียนที่ผมไปสอนดนตรี ”

          นอกจากการสอนดนตรีที่ไม่ได้หยุดมาโดยตลอดแล้ว ครูวิชิตยังมีโอกาสทำงานดนตรีที่ตนเองรักด้วย
          
         “ปัจจุบันยังเล่นดนตรีอยู่ ผมเล่นดนตรีไทยด้วย ตอนนี้กำลังทำเพลงซึ่งเป็นโครงการของสามกองทัพ ผมเป็นที่ปรึกษาโครงการ เมื่อก่อนก็ทำควบคุมการแสดงโขนประกอบดนตรี โดยใช้วงโยธวาธิต แข่งกับปี่พาทย์ ประชันกันคนละข้าง (ครูเคยไปเปิดการแสดงที่งานแห่เทียนพรรษาที่สุพรรรณบุรี และอีกหลายงาน)
.......................................

          พันโท วิชิต โห้ไทย ปัจจุบันอายุ 80 ปี เกิดที่ตำบลบางศรีเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เรียนจบชั้นประถมต้นที่โรงเรียนภิรมย์ศิริ วัดบางระโหง ตำบลบ้านกร่าง เมื่ออายุ 13 ปี เริ่มเรียนวิชาดนตรีสากลที่โรงเรียนดุริยางค์กองทัพบก เรียนปฏิบัติเครื่องลมไม้ เรียนดนตรีไทย เรียนวิชาแยกเสียงประสาน และที่สุดได้รับมอบให้ทำหน้าที่ไหว้ครูดนตรีไทยมาจนทุกวันนี้

          พันโทวิชิต โห้ไทย เป็นทั้งครู นักวิชาการ และศิลปินดนตรี มีความรู้ ความสามารถโดดเด่นยอดเยี่ยมในสายงานดนตรีไทย ประเภทโยธวาทิต ตลอดชีวิตได้อุทิศทั้งกายใจ ทำงานเรื่องเพลงไทยกับวงโยธวาทิต ต่อเนื่องมานานกว่า 60 ปี มีความตั้งใจและมีความพยายามอย่างยิ่งในการอนุรักษ์เพลงไทย โยธวาทิตทุกรูปแบบ

         นอกจากจะเป็นผู้อำนวยเพลง เป็นผู้แยกเสียงประสาน ได้บันทึกเสียงเพลงสำคัญๆ จำนวนมากมาย อาทิ เพลงพระนิพนธ์ของทูนกระหม่อมบริพัตร ของจางวางทั่ว พาทยโกศล แล้วยังนำเพลงไทยของครูดนตรีท่านอื่นๆ เช่น หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ครูมนตรี ตราโมท ครูบุญยง เกตุคง ครูเฉลิม บัวทั่ง ฯลฯ ซึ่งไม่เคยบรรเลงด้วยโยธวาทิตมาก่อน ก็ได้นำมาแยกเสียงประสานเพิ่มเติมไว้เป็นสมบัติของชาติอีกเป็นจำนวนมาก

          ตลอดเวลากว่า 20 ปี ได้ร่วมทำหน้าที่ชำระตรวจสอบ เขียนซ่อมโน้ตเพลงไทยของเก่าที่ขาดหรือสูญหายไปแล้วให้กลับคืนมาใช้ในราชการอีกเป็นจำนวนมาก ครูมีความสามารถส่วนตัวในการเดี่ยวเพลงไทยด้วยปี่คลาริเน็ทและแซกโซโฟนนั้น นอกจากจะเขียนทางเดี่ยวเป็นโน้ตสากลเผยแพร่แล้ว ยังได้แสดงฝีมือเดี่ยวเพลงไทยไว้มากมาย เรียกว่าทุกประเภทเพลงเดี่ยวด้วยเครื่องเป่า ที่มีชื่อเสียงมากได้แก่เพลงนกขมิ้น 3 ชั้น พญาโศก 3 ชั้น พญาโศกเถา เชิดนอก สารถี ม้าย่อง จนถึงเพลงทยอยเดี่ยว นอกจากนี้ ยัง ได้ช่วยงานในวงการเพลงลูกทุ่งมาโดยตลอดเวลากว่า 30 ปี ช่วยปรับวงดนตรี สร้างแนวประสานเสียงให้นักร้องลูกทุ่งเป็น จำนวนมากได้ขับร้อง จนวงดนตรีลูกทุ่งได้รับรางวัล และนักร้องหลายคนได้เป็นศิลปินระดับชาติมาแล้วหลายรายพันโทวิชิต โห้ไทย จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย-โยธวาทิต) พุทธศักราช 2555