บันเทิง

ขบคิดขีดเขียน:คุณยังมีความหวังอยู่หรือเปล่า

ขบคิดขีดเขียน:คุณยังมีความหวังอยู่หรือเปล่า

14 พ.ค. 2556

คุณยังมีความหวังอยู่หรือเปล่า : คอลัมน์ ขบคิด ขีดเขียน โดย... หญิงยศ

 

          วันที่หญิงยศเขียนต้นฉบับอยู่นี้ หญิงยศเพิ่งเดินทางกลับมาจากอเมริกาค่ะ และก่อนวันที่จะเดินทางกลับก็มีข่าวใหญ่เกิดขึ้น เมื่อมีการพบตัวผู้หญิงสามคนที่หายตัวไปนานเป็นสิบปี ผู้หญิงสามคนนี้ถูกลักพาตัวไปในเวลาที่ต่างกัน แต่อยู่ในเมืองเดียวกันและเพิ่งค้นพบว่าถูกลักพาตัวไปโดยผู้ชายคนเดียวกัน! ที่สำคัญผู้หญิงสามคนนี้ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวอยู่ในบ้านของชายคนนี้ซึ่งมีรัศมีห่างจากบ้านของพวกเธอไปไม่ถึงสิบกิโลเมตร

          ข่าวการหายตัวไปของทั้งสามเป็นเรื่องราวใหญ่โตที่เกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ ของอเมริกา เมืองที่ทุกคนรู้จักกัน แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไรที่ไม่มีใครเคยเห็นผู้หญิงสามคนนี้ในบริเวณนั้นเป็นเวลานานกว่าสิบปี เพื่อนบ้านเล่าว่าทุกเช้าชายผู้นี้ก็จะเดินออกมานั่งเล่นดื่มกาแฟที่ระเบียงพร้อมกับทักทายคนที่ผ่านไปมา ก่อนจะออกไปทำงานขับรถโรงเรียนแล้วก็กลับบ้านอย่างปกติ ไม่ได้มีใครสงสัยเลยว่าเบื้องหลังประตูปิดล็อกนั้นคือหญิงสาวสามคนที่คนทั้งเมืองตามหาอยู่ และไม่ได้หายไปเพียงแค่สามสี่วันเท่านั้นแต่เป็นเวลากว่าสิบปี

          เด็กสาวเหล่านี้โดนจับตัวไปตั้งแต่อายุเพียงแค่สิบกว่าปีเท่านั้น ตลอดเวลาที่ทั้งสามนี้หายตัวไป ครอบครัวทั้งสามอยู่ได้ด้วยความหวังค่ะ ทุกคนมีความเชื่อเหมือนกันคือพวกเขาเชื่อว่าลูกสาวของพวกเขายังมีชีวิตอยู่ คุณแม่ของหนึ่งในสามไม่เคยเคลื่อนย้ายของใช้ของลูกสาวเลย เธอซื้อของขวัญวันเกิดให้ลูกสาวทุกปีและผูกริบบิ้นสีเหลืองไว้ที่ต้นไม้หน้าบ้านทุกวัน แต่ในที่สุดไม่กี่ปีก่อนที่ลูกสาวเธอจะหนีออกมาจากนรกนั้นได้คุณแม่ท่านนี้ก็เสียชีวิตลงเสียก่อน ถึงแม้หมอจะลงความเห็นว่าเธอตายเพราะป่วย แต่คนใกล้ชิดต่างรับรู้กันว่าเธอตายเพราะหัวใจสลาย หนึ่งความหวังที่ดับสลาย อีกครอบครัวตัดสินใจไม่ย้ายบ้านไปไหนทั้งสิ้นด้วยเหตุผลเดียวคือหากลูกสาวเขากลับมาวันหนึ่งเธอจะได้เจอกับทุกคน

          แล้ววันนั้นก็มาถึงเมื่อผู้ชายคนนั้นออกไปทานข้าวกับแม่ของเขา โดยที่ลืมใส่กุญแจห้องที่ขังพวกเธอไว้ หญิงสาวทั้งสามออกมาใช้โทรศัพท์แจ้งความและร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ในเวลาสิบกว่าปีที่โดนกักขังนั้นพวกเธอโดนล่วงละเมิดทางเพศจนเด็กสาวคนหนึ่งถึงกับตั้งครรภ์และวันที่เดินออกมาจากบ้านหลังนั้นเธอมีลูกสาวอายุถึงหกขวบออกมาด้วย และในวันนี้ทั้งสามคนมีอายุยี่สิบกว่าจนถึงเกือบสามสิบ สิบปีที่หายไปในห้องมืด สิบปีที่เรียกกลับมาไม่ได้อีก โลกภายนอกจะเป็นอย่างไรและพวกเธอจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร โดยเฉพาะในฐานะลูกผู้หญิงที่โดนกระทำและล่วงเกินอย่างหยาบคายติดต่อกันมานานขนาดนี้ พวกเธอจะหาจุดยืนในสังคมได้อย่างไรและที่สำคัญที่สุดคือ พวกเธอจะยังเคารพตัวเองได้อีกหรือไม่ เมื่อพวกเธอมองเข้าไปในกระจกพวกเธอจะมองเห็นเกียรติ์และศักดิ์ศรีของความเป็นคนได้ไหม ความหวังและความสดใสที่โดนดับลงด้วยน้ำมือของคนใจร้าย พวกเธอจะใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไร โชคดีนะคะที่เรื่องของเธอทั้งสามเกิดขึ้นในประเทศที่เสรีและขึ้นชื่อในเรื่องของการให้โอกาส จากกรณีนี้ผู้หญิงสาวที่เคยโดนกักขังและล่วงละเมิดทางเพศมาก่อนมาช่วยปลอบโยนและให้ความหวังพวกเธอ เธอบอกว่าหลังจากที่เธอหนีออกจากขุมนรกนั้นมา เธอกัดฟันสู้ เสียอะไรก็เสียได้ขอแค่อย่าหมดหวังและอย่าหยุดนับถือตัวเอง วันนี้เธอกำลังจังจะฉลองครบรอบแต่งงานหนึ่งปีกับผู้ชายที่รักและเคารพในตัวเธอ ความหลังให้เป็นความหลัง ความหวังยังคงสว่างไสว หญิงยศขอเป็นกำลังใจให้เธอทั้งสามให้กลับมายืนอย่างมั่นคงอีกครั้ง ขอให้มองกระจกแล้วจงรักเงาสะท้อนนั้นให้ได้อีกครั้งค่ะ

          ในเมืองไทยเรามีเด็กหายมากมายเหลือเกิน แต่พื้นที่สื่อมีน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆที่ในความคิดของหญิงยศ เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่โตไม่น้อยไปกว่าปัญหาอื่นๆ หนึ่งวันที่เราได้ตัวเด็กกลับมาเร็วขึ้นนั้นจะลดรอยแผลเป็นในใจของเด็กคนนั้นไปได้มากแค่ไหน แต่หากหน่วยงานทั้งหลายที่สามารถช่วยเหลือได้ละทิ้งความหวังกันไปอย่างรวดเร็ว อาจเป็นไปได้ว่าเราอาจสูญเสียเด็กน้อยเหล่านี้ไปได้ตลอดกาล ลองนึกถึงใจของเขาที่ต้องสูญเสียดวงใจดวงน้อยๆ ความหวังความฝันทั้งหมด ลองนึกถึงใจของเด็กๆ ที่ต้องหวาดกลัว เจ็บปวด ถูกทำร้าย โลกที่ควรจะเต็มไปด้วยความสดใสและความเป็นไปได้ต่างๆถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดนั้น... มันรุนแรงเกินไปจริงๆ ค่ะ และอีกอย่างที่หญิงยศอยากขอจากสังคมคือการให้โอกาส สิ่งเลวร้ายใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ พวกเขาไม่ได้ร้องขอและไม่ใช่ความผิดของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย หากเขาโชคดีพอที่จะได้กลับมาบ้านอีกครั้ง เราทำได้คือหยิบยื่นความหวังให้พวกเขาอีกครั้ง ไม่ใช่รังเกียจหรือทำร้ายกันอีก เพราะหากนั่นคือสิ่งที่พวกคุณทำ พวกคุณก็คงไม่ได้ต่างไปจากพวกคนร้ายที่คอยจ้องจะจับตัวลูกของคนอื่นไปเลยแม้แต่น้อย...

          ฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายนะคะ หากคุณมีลูกน้อยอยู่กับตัวในวันนี้ จับมือเขาไว้ให้แน่นๆ กอดเขาบ่อยๆ อย่าผลักไส อย่าปล่อยให้ห่างสายตา เพราะคุณไม่มีวันรู้เลยว่า วินาทีที่ลูกคุณลับสายตาไปเพียงเสี้ยววินาทีนั้น มันจะมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขาได้บ้าง

          และถึงเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทั้งหลาย... อย่าหมดหวังกันเร็วเกินไปนะคะ
.......................................
(หมายเหตุ คุณยังมีความหวังอยู่หรือเปล่า : คอลัมน์ ขบคิด ขีดเขียน โดย... หญิงยศ)