บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม:'แฟนธอม อิน ไทยแลนด์'

มองผ่านเลนส์คม:'แฟนธอม อิน ไทยแลนด์'

13 พ.ค. 2556

'แฟนธอม อิน ไทยแลนด์' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์

 
          "ไม่ใช่แค่มีโรงละคร ก็จะเอาละครเพลงเรื่องยิ่งใหญ่นี้มาได้นะครับ" ...
 
          เสียงของ "บอย" ถกลเกียรติ วีรวรรณ กล่าวหลังการแสดง " แฟนธอม  ออฟ ดิ โอเปร่า" รอบกาล่า ไนท์ จบลง
 
          ซึ่งคุณบอยพูดไม่ผิดเลย เพราะไม่เพียงเวทีที่ได้มาตรฐานระดับโลก อย่างรัชดาลัย เธียเตอร์ จะสามารถรองรับฉากที่อลังการงานสร้างจากบรอดเวย์ได้เท่านั้น ทว่าความตั้งใจจริงของผู้จัดน่าจะเป็นส่วนสำคัญในการนำละครเพลงสุดคลาสสิคนี้มาที่บ้านเราให้จงได้
 
          ยิ่งได้ผนึกกำลังกับ บีอีซี-เทโร ในนาม "บีอีซี-เทโร ซีเนริโอ" ก็ยิ่งทำให้คนไทยอิ่มเอม โดยที่ไม่ต้องบินไปดูถึงต่างประเทศให้สิ้นเปลืองและเมื่อยตุ้ม
 
          เพราะการแสดงที่ "เป๊ะ" สุดๆ ไม่ว่าจะดูที่ไหนก็ไม่ต่างกันเลย
 
          แต่กลับจะยิ่งเพิ่มที่สุดของที่สุดมาให้ชมเสียด้วยซ้ำ เพราะเขาเลือกที่จะนำโปรดักชั่นระดับเซียน และทีมนักแสดงที่ได้ชื่อว่าสุดยอดแล้วในยุคนี้
 
          ที่สำคัญเป็นผลงานของผู้กำกับชาวอเมริกัน ฮาร์โรลด์ ปรินซ์ ผู้คว่ำหวอดแวดวงละครเวทีมาร่วม 60 ปี เรื่องนี้จึงทำออกมาได้ถูกอกถูกใจคอละครยิ่งนัก
 
          ยิ่งได้ แบรด ลิตเติ้ล ที่รับบทเป็น "แฟนธอม" ผู้สวมหน้ากากเล่นมาแล้วกว่า 2,250 รอบ และแคลร์ ลีออน ในบท "คริสติน" รวมทั้ง แอนโธนี่ ดาวนิ่ง หนุ่มหล่อที่รับบท "ราอูล" พวกเขาพาเราล่องลอยเข้าสู่โลกยุควิคตอเรียน และอินไปกับเรื่องราวความรักแสนเศร้า   
 
          ซึ่งถ้าจะให้เครดิตต้นทางก่อนจะมาเป็น "แฟนธอมฯ" ต้องยกให้นักประพันธ์ชาวฝรั่งเศส Gaston Leroux ผู้เขียน Le Fantome de L'Opera ที่ผูกโยงเรื่องราวความรักสามเส้าในโรงอุปรากร ที่มีชายอัปลักษณ์แต่อับฉริยะด้านดนตรีและสถาปนิก ที่เรียกว่า "ปีศาจแห่งโรงละคร" หญิงสาวตัวประกอบในโอเปร่า ที่เรียนรู้การร้องเพลงจากชายลึกลับ และเศรษฐีหนุ่มผู้เข้ามากุมหัวใจสาวน้อย
 
          ความลึกลับสยองขวัญอิงเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในยุคนั้น ไม่ว่าความสวยงามของโรงอุปรากรปารีส การค้นพบทะเลสาปที่ชั้นใต้ดินของโรงละคร และเหตุการณ์ที่โคมระย้าตกลงมากลางเวที ล้วนทำให้นวนิยายคลาสสิกกว่าร้อยปีเรื่องนี้ ยังคงอมตะถึงทุกวันนี้
 
          ยิ่งได้การรับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์และละครเวที และละครเวทีแบบมิวสิคัล ตามการตีความมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน รวมทั้งเวอร์ชั่นของ แอนดรูว์ ลอยด์ เว็บเบอร์ นักประพันธ์เพลงชื่อดัง
 
          บทประพันธ์เยี่ยมยอด เพลงสุดโรแมนติก บวกกับฝีมือของผู้กำกับ ทำให้ "แฟนธอม  ออฟ ดิ โอเปร่า" ได้รับการกล่าวถึง นับแต่เริ่มการแสดงที่อังกฤษเมื่อ 27 ปีที่แล้ว (ปี 1986)
 
          จากนั้นมาเรื่องนี้ก็ได้ทำการแสดงอย่างต่อเนื่องทั้งในอังกฤษ อเมริกา และประเทศอื่นๆทั่วโลก
 
          รวมทั้ง ณ วันนี้ที่ประเทศไทย
 
          ในค่ำคืนสุดพิเศษที่รัชดาลัย เธียเตอร์ หลายคนบอกตรงกันว่า ไม่ว่าจะชมกี่ครั้งก็ประทับใจ เพราะทุกองค์ประกอบลงตัว และเป็นตำนานความรักที่ไม่ตาย
 
          ขนาดคุณบอยยังบอกเลยว่าแฟนธอม ออฟ ดิ โอเปร่า... "เป็นความจริงที่ได้ทำตามสิ่งที่ฝันไว้แล้ว"!
 
          แล้วคุณล่ะ จะไม่อยากมาลองพิสูจน์บ้างหรือ
.......................................
(หมายเหตุ  'แฟนธอม อิน ไทยแลนด์'  : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์)