บันเทิง

กฤษณะทัวร์ยกล้อ:'อารยสถาปัตย์ กับวัดในเมืองไทย'

กฤษณะทัวร์ยกล้อ:'อารยสถาปัตย์ กับวัดในเมืองไทย'

13 พ.ค. 2556

'อารยสถาปัตย์ กับวัดในเมืองไทย' : คอลัมน์ กฤษณะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล

 

          เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผม และทูตอารยสถาปัตย์ ซึ่งมีคุณไมค์ ภิรมย์พร นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง มาร่วมทำหน้าที่เป็นทูตอารยสถาปัตย์ ได้ไปลงพื้นที่สำรวจอารยสถาปัตย์ หรือการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตามวัดวาอารามหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร เลยได้ข้อมูลตัวเลข และปัญหาที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังครับ

          เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ เพราะประชาชนส่วนใหญ่กว่า 90% นับถือศาสนาพุทธ และเมืองไทยเราน่าจะเป็น “แชมป์โลก” ในฐานะประเทศที่มีจำนวนวัดมากที่สุดในโลก เพราะปัจจุบัน วัดในเมืองไทยมีมากถึง 40,717 วัด เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่จำนวน 33,902 วัด ส่วนอีก 6,815 แห่ง เป็นวัดร้าง 

          ส่วนพระภิกษุสงฆ์  มีจำนวน 293,879 รูป และสามเณรอีก 61,416 รูป

          จังหวัดที่มีวัดมากที่สุดในเมืองไทย คือ นครราชสีมา มีจำนวน 1,443 วัด  ส่วนกรุงเทพมหานคร มี 451 วัด โดยเขตบางกอกน้อย กับเขตตลิ่งชัน เป็นเขตที่มีวัดเยอะสุด คือ มีเขตละ 32 วัดเท่ากัน

          กลุ่มคนที่นิยมเดินทางไปวัดมากที่สุด มักหนีไม่พ้นกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อหวังสะสมบุญบารมีไปสู่สัมปรายภพ หรือภพหน้าโลกหน้า  รวมถึงกลุ่มคนที่กำลังมีความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์เพราะเศรษฐกิจ การทำงาน ความรัก หรือทุกข์เพราะปัญหาสุขภาพ รวมถึงคนที่นั่งรถเข็นวีลแชร์ ต่างก็อยากไปวัดเพื่อแสวงหาที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวทางใจ
นอกเหนือจากนี้  วัดหลายแห่งทั่วไทย ยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเที่ยวชมกันอย่างไม่ขาดสาย นำเงินรายได้ทางการท่องเที่ยวมาสู่ประเทศเราเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นวัดพระแก้ว วัดโพธิ์ท่าเตียน  วัดอรุณฯ  ไปจนถึงเหนือสุดที่วัดร่องขุ่น พุทธศิลป์อลังการของท่านสล่า “เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์” 

          แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าวัดจำนวนกว่า 40,000 วัด ทั่วเมืองไทยในขณะนี้ มีอยู่เพียงไม่ถึง 10 วัด ที่มีการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ พร้อมสรรพสำหรับคนทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย และเพื่อคนทั้งมวล เพราะวัดเกือบทั้งหมด ยังขาดการปรับปรุง และพัฒนาเรื่องอารยสถาปัตย์ 

          แม้แต่สิ่งก่อสร้างใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ วิหาร ศาลา ฯลฯ ของวัดต่าง ๆ ที่สร้างกันอย่างครึกโครมในปัจจุบัน ก็ยังไม่มีการออกแบบที่เป็นธรรมสำหรับคนทั้งมวล  ส่งผลให้ผู้สูงอายุ  ผู้พิการ ตำรวจทหารผ่านศึก ตลอดจนผู้ป่วยพักฟื้นที่ต้องนั่งวีลแชร์ ไม่สามารถเข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้ตรงตามกฎหมาย  ไม่สามารถขึ้นโบสถ์ ขึ้นศาลาได้ เพราะมีแต่ขั้นบันได ไม่มีใครใส่ใจที่จะแก้ไขปรับปรุง  ทั้งๆ ที่เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญจำเป็น และเป็นการเอื้อประโยชน์ หรืออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มคนที่นิยมมาวัดโดยตรง   

          ด้วยความที่เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ผม และทูตอารยสถาปัตย์ ได้พยายามเสาะแสวงหาวัด หรือศาสนสถานที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีในการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับผู้สูงอายุ และผู้พิการ เพื่อใช้เป็นจุดโชว์ในเรื่องอารยสถาปัตย์ของเมืองไทย แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังหาไม่เจอ !

          แต่ก็เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นมาบ้างแล้ว เมื่อมีวัดหลายแห่งในขณะนี้  เริ่มมีการทำห้องสุขาสำหรับให้บริการญาติโยมที่นั่งวีลแชร์  มีที่จอดรถสำหรับมนุษย์ล้อ และมีการทำทางลาดขึ้นลงวิหาร กุฏิ หรือศาลา แม้จะยังไม่เชื่อมโยงทุกจุดก็ตาม แต่ก็เป็นเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ และเป็นความหวังใหม่ของวงการพระพุทธศาสนา อย่างเช่นที่ พระวิหารหลวงพ่อทองคำวัดไตรมิตร กรุงเทพฯ  วัดร่องขุ่นของ อ.เฉลิมชัย และที่วัดสระพัง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เป็นต้น
สัปดาห์นี้แล้วนะครับ 14-15 พฤษภาคม ที่รัฐบาลจะจัดงานใหญ่ “คิกออฟอารยสถาปัตย์ไทยสู่ประชาคมอาเซียน” ในชื่องาน “เปลี่ยนภาระ เป็นพลัง  สร้างสังคมเพื่อทุกคน” ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

          ไฮไลท์อย่างหนึ่งในงานนี้ ที่ทุกคนไม่ควรพลาด คือ การจัดแสดงนิทรรศการเพื่อการปรับปรุง และพัฒนาอารยสถาปัตย์ของเมืองไทยในรูปแบบต่างๆ มากมาย จากหลายองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาต่างๆ   

          เป้าหมายเพื่อการเสริมสร้างความตระหนักรู้ และนำไปสู่ภาคปฏิบัติ ในการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวก และการออกแบบที่เป็นธรรมสำหรับคนทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย และเพื่อคนทั้งมวล

          มาร่วมกันเดินไปสู่ที่หมายปลายฝัน นั่นคือ “เมืองไทย-เมืองศูนย์กลางอารยสถาปัตย์แห่งประชาคมอาเซียน”  ฝันนี้ไม่ไกลเกินไปนัก ขอเพียงพวกเราคนไทยทุกคน ช่วยกันสนับสนุน ผลักดัน และช่วยกันสร้างทำตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'อารยสถาปัตย์ กับวัดในเมืองไทย' : คอลัมน์ กฤษณะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล)