
'ซานิ'ทุ่มสุดตัว'เดอะวอยซ์ คิดส์'
'ซานิ' ข้ามกรอบความกดดัน ทุ่มสุดตัว 'เดอะวอยซ์ คิดส์'
ในฐานะการเป็นศิลปิน “ซานิ” นิภาภรณ์ ฐิติธนการ ถือว่าเป็นศิลปินหญิงที่ได้รับการยอมรับในระดับหนึ่งของเมืองไทย แต่ด้วยประสบการณ์การเป็นนักร้องของซานิในฐานะของศิลปินมีเพียงแค่ 3 ปีกว่ากับการอยู่ภายใต้บ้านดนตรี “ทรู แฟนเทเชีย” ซึ่งถือว่าน้อยมาก และยิ่งล่าสุดสาว “ซานิ” ต้องมารับหน้าที่หนักกับการเป็นโค้ชประจำรายการ “เอดะวอยซ์ คิดส์” จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างหนาหู ถึงประสบการณ์และความสามารถของซานิ อาจจะไม่มากพอที่จะมายืนในจุดนี้
แต่ความกดดันนั้นดูจะไม่ส่งผลกับสาวซานิสักเท่าไหร่ เพราะซานิได้เล่าให้ฟังว่า ในช่วงแรกตัวเธอกดดันมากกับการมาเป็นโค้ชในรายการเดอะวอยซ์ แต่พอมาในช่วงหลังๆ ก็สนุกมากขึ้น เพราะได้ร่วมงานกับปาน (ธนพร แหวกประยูร) และตู่ (ภพธร สุนทรญาณกิจ) ซึ่งเธอถือเป็นคนที่มีประสบการณ์น้อยที่สุดกว่าโค้ชอีกสองคน
“ซานิไม่เคยมีประสบการณ์ในตรงนี้เลย ยิ่งเป็นเรื่องของประสบการณ์ในการต้องสอนคนอื่นด้วยแล้ว การมาตัดสินคน สำหรับซานิถือว่าเป็นงานหินงานแรก ซึ่งทุกคนที่ทำเดอะวอยซ์ คิดส์ จะบอกกับเราเลยว่า ให้เราไม่ต้องคิดมาก ให้เป็นธรรมชาติ สัญชาตญาณบอกเราว่ายังไง ให้ทำตามนั้น เพราะความเป็นศิลปินในตัวเรามันจะออกมาเอง เมื่อได้ยินแบบนี้มันทำให้เราเกิดความสบายใจมากขึ้น” นักร้องสาว บอก
นักร้องสาวยังเสริมอีกว่าเธอเองก็ตั้งคำถามไม่แตกต่างกระแสวิจารณ์ที่ออกมาว่าทำไมทางรายการ “เดอะวอยซ์ คิดส์” ถึงตัดสินใจเลือกเธอมาเป็นหนึ่งในสามโค้ชของรายการ แต่ตัวเธอไม่คิดที่จะไปถามผู้ใหญ่ที่มอบหมายงานนี้ให้ เพราะเธอถือว่าเมื่อผู้ใหญ่เห็นว่าเธอมีดีพอที่จะทำได้ เธอก็ต้องเชื่อมั่นและทำให้ได้อย่างที่ผู้ใหญ่และทีมงานให้โอกาส
“ถามว่ารู้ไหมว่ามันเป็นคำถามที่ทุกคนอยากถามเราว่าทำไมเป็นเรา ซึ่งเรารู้มาตั้งแต่แรก แต่ถามว่าเราเตรียมคำตอบหรือคำอธิบายคำถามนี้ไว้ยังไง เราบอกเลยว่าเราไม่มีคำตอบที่เตรียมไว้เลย เพราะเรารู้อยู่แล้วว่ามันต้องมีคำถาม ซึ่งคำตอบที่เราจะตอบจะเป็นยังไง มันไม่ได้เป็นตัวตัดสินเรื่องนี้ แต่ผลงานที่ออกมามากกว่าที่เป็นตัวตัดสิน เมื่อมีคนเชื่อว่าเราทำตรงนี้ได้ และถ้าเราเชื่อแบบนั้นเช่นกัน คำตอบมันจะไม่มีอะไรเลย มันอยู่ที่ผลของการกระทำที่ออกมาต่างหาก” ซานิ กล่าว
โดยซานิยอมรับว่าตัวเองยังประสบการณ์ไม่ถึงตรงนี้ แต่เมื่อมีโอกาส เธอก็พร้อมที่จะรับในโอกาสนี้ ถ้าคนดูๆ แล้วไม่ยอมรับเธอก็ได้ แต่อยากที่จะให้โอกาสเด็ก เพราะอย่างที่เธอพูดมาตลอดว่า รายการนี้ชื่อเดอะวอยซ์ คิดส์ ไม่ใช่ เดอะวอยซ์ โค้ช เพราะฉะนั้นโค้ชเป็นแค่องค์ประกอบหนึ่ง แต่หลักใหญ่อยู่ที่เด็ก ซึ่งหากทุกคนมองว่าเธอไม่เหมาะสมตรงนี้ ก็อยากให้มองข้ามเธอไป และไปมองที่ความสามารถของเด็ก เนื่องจากเด็กทุกคนที่เข้ามาประกวด มาพร้อมความฝันของตัวเองและความฝันของพ่อแม่ และบางคนก็ไม่พร้อมที่จะเจอความผิดหวัง ซึ่งคนดูและโค้ชจะเป็นคนช่วยให้เขาผ่านตรงนี้ไปให้ได้
“การดูเดอะวอยซ์ คิดส์ หลายคนอาจบอกว่าไม่สนุกเท่ากับดูเดอะวอยซ์ ผู้ใหญ่ โค้ชแต่ละคนไม่ดุ เด็ด เผ็ด มันส์เท่า แต่อยากให้มองกลับกันว่าคนที่ยืนอยู่บนเวที เขาเป็นเด็ก เขาไม่สามารถแยกแยะหรือรับกับอารมณ์ความรู้สึกของการไซโคกันของโค้ชแต่ละคนไม่ได้มาก เท่ากับผู้ใหญ่ บางคนเขารับไม่ได้เลยด้วยซ้ำที่ตัวเองไม่ได้รับเลือกให้ไปต่อ และเก็บอารมณ์ตรงนี้ไม่อยู่ ร้องไห้ เสียใจ วิ่งออกจากรายการไปเลยก็มี เราเลยอยากให้คนดูมองไปที่เด็กที่ยืนอยู่มากกว่าโค้ชที่นั่งอยู่ ให้โอกาสเด็กๆ กัน” ซานิ กล่าว
ซึ่งงานการเป็นโค้ชในรายการเดอะวอยซ์ คิดส์ ไม่ใช่งานเดียวของซานิในตอนนี้ เพราะในตอนนี้ซานิต้องทำงานในฐานะของศิลปิน เมื่อเธอปล่อยเพลง “คุ คะ คิ” ออกมา ซึ่งเพลงนี้ทำให้ความเปลี่ยนแปลงในอีกมุมหนึ่งของซานิที่หลายคนไม่เคยได้เห็นอีกด้วย เพลงนี้ได้เพื่อนร่วมสังกัดอย่าง “ว่านไฉ” อคิร วงษ์เซ็ง มาเป็นโปรดิวเซอร์และแต่งเพลงนี้ให้
“เพลงนี้ได้คุยกับว่านไฉว่าอยากที่จะทำงานด้วยกัน ว่านเลยตัดสินใจไปแต่งเพลงให้ โดยซานิบอกไปแค่ว่าอยากแต่งเพลงแบบไหนก็ได้ ที่เขาคิดว่าเป็นซานิ เขาก็แต่งเพลงนี้มาให้ และแค่เห็นเนื้อร้อง ฟังเมโลดี้ บอกเลยว่าชอบมาก เพราะซานิอยากลบภาพตัวเองว่าเป็นร็อกจะต้องเป็นโทนสีดำๆ เท่านั้น แต่ร็อกที่เป็นแบบสดใสก็มีด้วยเช่นกัน เพลงนี้ตอบโจทย์ข้อนั้นได้เป็นอย่างดี” ซานิ กล่าวปิดท้าย



