
มองผ่านเลนส์คม:หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ
หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร
พักนี้ทีวีดาวเทียม "ช่องมีสี" ทั้งหลาย พิธีกรรายการข่าว หรือทอล์กการเมืองต่างจับประเด็น "กะหรี่" หรือ "หญิงชั่ว" มาถกแถลงกันทุกวัน ต่างฝ่ายต่างก็มีจุดยืนในการแสดงความเห็นของตัวเอง
วันก่อน "โอปอ" อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องกะหรี่นี่แหละ โดยปรารภว่า ทางพรรคเพื่อไทยจะมีการประสานกับ กสทช. เพื่อขอให้จับตาดูว่ารายการใดทางทีวีดาวเทียมที่มีการด่าทอนายกรัฐมนตรีโดยไม่สุจริตใจ และใช้คำพูดด่าทอที่รุนแรง
หากทางพรรคเพื่อไทยพบว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายก็จะดำเนินการต่อไป ซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์นั้นนายกรัฐมนตรีและพรรคน้อมรับ ถ้ามีการติเพื่อก่อ แต่ก็ไม่ปรารถนาที่จะเห็นถ้อยคำที่รุนแรง ด่าทอกัน เพราะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี
ตอนท้าย "โอปอ" ย้ำว่า "ไม่ได้เป็นการก้าวล่วงจิตวิญญาณของสื่อมวลชน เพียงแต่อย่าสั่งสมความรุนแรงให้เกิดในประเทศ"
เข้าใจในสิ่งที่รองโฆษกพรรคเพื่อไทยแถลงมาข้างต้น แต่อยากเตือนความทรงจำของ "โอปอ" ว่าตัวเขาเติบโตบนเส้นทางการเมืองในวันนี้ มาด้วยเพราะเหตุใด?
ตั้งแต่ปี 2552-2554 "โอปอ" นั่งจัดรายการ "ที่นี่ MV5" ทางทีวีดาวเทียมช่อง MV5 ของเฮียชัยยุทธ ทวีปวรเดช ซึ่งใครก็ทราบว่า รายการนี้สนองตอบแฟนๆ คนเสื้อแดงเต็มร้อย
ทุกค่ำคืน "โอปอ" ก็ทำหน้าที่ชำแหละพรรคประชาธิปัตย์ และโจมตีการทำงานของนายกฯ อภิสิทธิ์สมัยนั้น มันจะต่างอะไรกับรายการ "สายล่อฟ้า" ทางช่องบลูสกาย ที่เหน็บแนมแกมประชดนายกฯ ยิ่งลักษณ์
ล่าสุดช่อง MV5 นำเสนอรายการใหม่ "เคยรึยัง" ดำเนินรายการโดย "ทอม ดันดี" และสุริยา ชินพันธุ์ ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 06.30-07.30 น. แกนนำพรรคเพื่อไทยลองฟังมั่งก็ได้ว่า ทอม ดันดี พูดจาโฉบเฉี่ยวอย่างไรบ้าง?
จะว่าไปแล้ว "โอปอ" และพรรคเพื่อไทย ไม่ควรออกมาเรียกร้องให้ กสทช.เข้าไปตรวจสอบรายการข่าวทางช่องทีวีดาวเทียม เพราะฝ่ายตรงข้ามก็จะสวนกลับมาว่า ขอให้รัฐบาลและเพื่อไทยไปปรามพิธีกรข่าวทางช่อง Asiaupdate ,DNN ,MV5 และ P&P เสียก่อน
เรื่องพรรค์นี้ก็รู้ๆ กันอยู่ รายการไหน? ของใคร? ที่เข้าข่าย "เฮทสปีช" (Hate Speech) แปลเป็นไทยง่ายๆ ก็คือสงครามปาก ที่มุ่งสร้างความเกลียดชัง
นักวิชาการสายสื่อพูดถึงเรื่องเฮทสปีชกันเยอะ เพราะในแง่อุดมการณ์ทางการเมือง มันมีการแบ่งเขาแบ่งเรา มีการเสียดสี ยุยงปลุกปั่น ซึ่งอาจนำไปสู่ความรุนแรงได้
หากย้อนไปถามคนทำสื่อประเภทนี้ก็มักจะได้คำตอบว่า พวกเขาเป็น "สื่อเลือกข้าง" แถมขยายความว่า "เลือกข้างประชาชน" ฉะนั้นพวกเขามีสิทธิที่จะพูดได้ในทุกเรื่องที่อ้างว่าเพื่อประชาชน โดยไม่แยกว่าอะไรคือ "ข้อเท็จ" อะไรคือ "ข้อจริง"
ไม่มีฝ่ายใดยอมรับว่า ทำสื่อโฆษณาชวนเชื่อ และปลูกฝังความชิงชังต่อฝ่ายตรงข้าม โดยคนทำทีวี "ช่องมีสี" ล้วนประกาศตัวว่าเป็นสื่อทางเลือก สื่อเพื่อรับใช้สังคม
ฝากถึงโอปอ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ การควบคุมสื่อนั้น มันเข้าทำนองหยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ ทางที่ดีควรสร้างผลงานให้เข้าตาประชาชน ไม่โกงกิน แค่นี้ก็ได้แต้มเต็มกระบุงโกย
.......................................
(หมายเหตุ หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)



