บันเทิง

'Iron Man 3'รักชาติดูแลหญิงและกอบกู้แฟรนไชส์

'Iron Man 3'รักชาติดูแลหญิงและกอบกู้แฟรนไชส์

03 พ.ค. 2556

'Iron Man 3'รักชาติดูแลหญิงและกอบกู้แฟรนไชส์ : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

 

          แม้จะได้จับต้องได้แบบ เจมส์ บอนด์ 007 หรือมีมุมที่ซับซ้อนทางจิตแบบ "แบทแมน" แต่ใครจะเถียงล่ะว่าในแง่ของวัฒนธรรมแฟรนไชส์นั้น Iron Man 3 เป็นรองซูเปอร์ฮีโร่สองชื่อนี้

          เพราะนอกจากจะไม่เป็นรองแล้ว ฮีโร่ตัวนี้จะส่อแววจะปราบบ็อกซ์ออฟฟิศไปถึง 250 ล้านบาทได้อย่างสบายเมื่อดูจากทางของหนังและการไร้คู่แข่งในโปรแกรมตอนนี้หนังเรื่องนี้ฉายรอบสื่อไปแล้วเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ในแง่ของการจัดงานนั้น ถือว่า Iron Man 3 ทำได้ดีกว่า "คู่กรรม" ในแง่ภาพรวม แต่ถ้าถอยออกมาห่างๆ และมองเข้าไป เราจะเห็นบริบทและแง่มุมหลายอย่างที่ซ่อนและซ้อนอยู่ในหนังเรื่องนี้

1.การสานต่อความเป็น"แบรนดิ้ง"
          ภารกิจของ Iron Man 3 ในจอ คงจะไม่นักหนากับเท่าการบ้านที่ต้องตอบนอกโรงไปด้วยพร้อมๆ กันอย่างน้อยๆ การที่ฮีโร่ในภาคนี้ต้องถูกนำเสนอออกมาหลายตัวหลายสี และจัดงานนิทรรศการไปจนถึงบิ๊กอีเวนท์ มันก็คือการอัพตัวสินค้าซึ่งก็คือ Iron Man ให้มีความแข็งแรงในการตลาดต่อไป (ทั้งๆ ที่มันก็แข็งแรงอยู่แล้ว เพราะส่วนหนึ่งวัดได้จากตอนที่มันอยู่ในหนัง The Avenger
ซึ่งก็มีสีสันที่สนุกที่สุด)

2.การยัดเยียดหน้าตาผู้ร้ายเทรนด์ใหม่
          ฮอลลีวู้ดนั้นเก่งกาจในการสร้างการตลาด ที่จะขายในชื่อต่างๆ และในเทรนด์ต่างๆ คงจำได้ว่าในทศวรรษที่ 80 นั้น พ้นยุคสงครามเย็นมาไม่นาน หนังอย่างคนเหล็กและแรมโบ้ ตลอดจนเจมส์บอนด์ ล้วนเป็น "เครื่องมือ" ในการประชาสัมพันธ์อาการ "รักชาติ" อย่างเกินน้าเกินตา ผู้ร้ายในตอนนั้นไม่พ่นพวกรัสเซียหรือโลกคอมมิวนิสต์ แต่พอตกมาถึง 90 ผู้ร้ายต้องเปลี่ยนไป

          เพราะรัสเซียล่มสลาย และเอเลี่ยนเอย มนุษย์ต่างดาวเอย ก็ขึ้นมารับหน้าที่นี้อย่างจำยอม (ทั้งๆ ที่เวลาผ่านไป ก็ไม่เห็นเอเลียนสักตัวลงมาทำลายล้างโลก)
ทีนี้ เมื่อโลกก้าวเข้ามาสู่ยุคนี้ ตอนนี้ กระแสของเอเลี่ยนแบบมนุษย์ต่างดาวก็ไม่มีอยู่จริง โรงงานฮอลลีวู้ดจึงต้องหาผู้ร้ายชื่อใหม่ๆ หน้าตาใหม่มาขายคนดู และมันก็แน่นอนว่า ผู้ที่มารับเวรกรรมอันนี้ต่อก็คือ พวกคนตะวันออกกลาง ซึ่งแม้จะไม่ระบุที่มาชัดๆ แต่การอ้างที่มา รูปพรรณสัณฐาน หรือแม้แต่ปากีสถานใน Iron Man 3 ก็ทำให้เราอดคิดไม่ได้

          ..ซึ่งถ้าหมดพวกตะวันออกกลางเมื่อไหร่ เกาหลีเหนือก็เตรียมตวแคสติ้งได้เลย (ฮา)

3.มาร์เก็ตติ้งไป "จีน" ฉากบังคับ
          จะเป็นโลเกชั่นชัดๆ เลยหรือถ้าไม่สะดวก ก็สามารถจะอ้างเอาถึงอะไรที่เป็นจีน หรือเกี่ยวข้องกับจีนล้วนได้หมด เพราะตอนนี้เพดานในฮอลลีวู้ดเรื่องรายได้ ตัวเลขไม่ใช่อนาคตอีกต่อไป สิ่งที่เป็นตลาดใหม่ของโรงงานฮอลลีวู้ดก็คือ จีน นั่นเอง มันจึงมาแปลกที่ที่นสพ.เดลี่เมล์ ถึงขึ้นคำถามพาดลีดข่าวว่า ทำไมจาก skyfall มาถึง Iron Man 3 พวกเขาทำไมต้องไปจีนกันจัง

          ทั้งๆ ที่มันไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับจีน แถม Iron Man 3 เวอร์ชั่นพิเศษ ยังสอดใส่ตัวละครเพื่อขายในจีนโดยเฉพาะ

4.มากเข้าไว้ สปีดเข้าไว้
          แม้ผมจะรู้สึกว่าหนัง Iron Man 3 อยู่ในระดับพอใช้ 7 เต็์ม 10 แต่ก็เชื่อว่าโดยฐานของแฟนๆ พวกเขา จะทำให้หนังวิ่งไปแตะ 200-300 ล้านได้ไม่ยาก และสิ่งหนึ่งที่หนังเรื่องนี้ ไม่ลืมที่จะทำก็คือ สูตรของหนังภาคต่อ ที่เมื่อมันมาถึงเมื่อไหร่ ก็ต้องใส่ตัวละครเยอะๆ เร่งสปีดหนังในการเล่าเรื่องเดินเรื่องให้เร็วๆ เอาใจคนดู
โดยที่ยังไม่ทิ้งเรื่องความสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามไป

          เห็นมั้ยว่า การเป็นซูเปอร์ฮีโร่ในเวลานี้ มันง่ายเสียที่ไหน ดพราะไหนจะต้องรักแฟน ดูแลนการตลาดแล้ว

          ยังต้องสานต่อแฟรนไชส์ของหนังต่อไปในอนาคตด้วย

          เอาเถอะ สู้เขา Iron Man ฮีโร่หุ่นเหล็กที่มีสมองมากกว่านายกฯ บางประเทศ
.......................................
(หมายเหตุ 'Iron Man 3'รักชาติดูแลหญิงและกอบกู้แฟรนไชส์ : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)