
'โจโจ้-ตูมตาม-นัท'แชร์ประสบการณ์เต้นเปลี่ยนชีวิต
'โจโจ้-ตูมตาม-นัท' แชร์ประสบการณ์ 'แดนซ์ ยัวร์ แฟต อ๊อฟ' เต้นเปลี่ยนชีวิต
จบซีซั่น 1 ไปแล้ว สำหรับรายการ "แดนซ์ ยัวร์ แฟต อ๊อฟ (Dance Your Fat Off) เต้นเปลี่ยนชีวิต" กับคอนเซ็ปต์เก๋ๆ ที่ให้หนุ่มสาวรูปร่างอวบอั๋นมาประกวดเต้นและต้องลดน้ำหนักให้ได้ ซึ่งได้ผู้ชนะเป็นที่เรียบร้อย นั่นคือ "โจโจ้" ยศพร นวลจันทร์ วันนี้สกู๊ปบันเทิง "คม ชัด ลึก" จึงคว้าตัวมาพูดคุยเสียหน่อย นอกจากโจโจ้แล้ว "ตูมตาม" ณัฐฏ์กร ถาวรชาติ และ "นัท" ชนะกุล แย้มบุปผา ยังมาช่วยแชร์ประสบการณ์เต้นเปลี่ยนชีวิตกันอีกด้วย
รู้จักรายการ "แดนซ์ ยัวร์ แฟต อ๊อฟ" ได้อย่างไร
โจโจ้ : มีรุ่นพี่มาบอกเราว่ามีรายการที่รับสมัครคนอ้วนไปประกวดเต้น แล้วต้องลดน้ำหนักด้วย คือเรารักการเต้นมากอยู่แล้ว จึงตัดสินใจมาประกวด
ตูมตาม : เพื่อนแนะนำมา และบอกเราว่าตัวเราอ้วนจนตัวใกล้จะแตกแล้วนะ ถ้าไม่สบายไม่ไปเยี่ยม เพื่อนเลยผลักดันให้มาประกวด
นัท : รู้จักรายการนี้ได้จากเฟซบุ๊ก เลยเข้าอินเตอร์เน็ตดู แล้วเห็นว่ามีลงประกาศรับสมัครรายการนี้อยู่ ซึ่งส่วนตัวผมเอง ดูรายการนี้ตั้งแต่เวอร์ชั่นที่อเมริกาแล้ว ดูแล้วชอบ พอมีที่เมืองไทยจึงตัดสินใจมาสมัคร
ชีวิตแต่ละคนก่อนเข้าประกวด
โจโจ้ : ก่อนเข้าร่วมแข่งขัน เราเป็นเชียร์ลีดดิ้ง เวลาซ้อมแล้วกลับดึกๆ ต้องแวะร้านส้มตำ แล้วจะสั่งคอหมูย่างตลอด กินอย่างมีความสุขที่สุด จริงๆ ตอนเด็กเคยผอมนะ แต่มาเริ่มอ้วนตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม และกลับมาผอมใหม่ เพราะกินยา คือไม่กล้าไปเล่นฟิตเนสที่ไหนเพราะอายหุ่น จึงตัดสินใจกินยาลดความอ้วน เรารู้นะว่ากินยาไม่ดี แต่แค่คิดว่าอยากผอมสักครั้งหนึ่ง และผอมจริง แต่พอเลิกกินสิ่งที่กลับมาคือโยโย่เอฟเฟกท์ น้ำหนักขึ้นจาก 107 กิโล เป็น 134 กิโล ซึ่งก่อนมารายการน้ำหนักตัวอยู่ที่ 137 กิโล แต่หลังจากได้มาแข่ง ตอนนี้น้ำหนัก 101 กิโล
ตูมตาม : ก่อนหน้าที่จะมาประกวด เราทำงานกลางคืน เลิกดึก ทำงานไม่เป็นเวลา กินนอนไม่เป็นเวลา กินก็เยอะ พักผ่อนน้อย ระบบเผาผลาญก็แย่ลงทำให้อ้วน และอยากจะสวย จึงตัดสินใจกินยาลดความอ้วน โดนโยโย่เอฟเฟกท์เช่นกัน ก่อนเข้ารายการ หนัก 130 กิโล แต่ตอนนี้เหลือ 95 กิโล
นัท : ก่อนที่จะเข้ามาอยู่ในบ้าน ผมเป็นคนที่กินจุกจิก มีเมนูโปรดคืออาหารที่ประกอบไปด้วยกะทิ คุณแม่ชอบทำให้ทาน อร่อยมาก ซึ่งผมอ้วนมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แต่พอได้เข้ามาในรายการนี้คือการที่ผอมที่สุดในชีวิตแล้ว ตอนที่อ้วนที่สุด คือ 130 กิโล ตอนนี้น้ำหนักคือ 85 กิโล
ประสบการณ์ตื่นเต้นที่สุดตอนประกวด
โจโจ้ : ตอนที่ชั่งน้ำหนัก เพราะเราลุ้นว่าน้ำหนักจะลดลงมั้ย แต่มีอยู่วีคหนึ่งน้ำหนักคงที่ (หัวเราะ) เราก็งงที่วิ่งมาแทบตายคืออะไร
ตูมตาม : ตอนที่อินโทรเพลงขึ้น เรามักจะคิดเสมอว่า ท่าเต้นท่าแรกตอนขึ้นเวทีคืออะไร (หัวเราะ) เพราะชอบลืม
นัท : ตื่นเต้นที่สุดตอนกรรมการให้คะแนน แต่จะได้คะแนนเท่าๆ เดิมทุกสัปดาห์ แต่ก็ตื่นเต้นทุกครั้งตอนลุ้นคะแนน
ชีวิตเปลี่ยนไปแค่ไหนหลังจากประกวด และความประทับใจ
โจโจ้ : ชีวิตเปลี่ยนไปมากหลังจากการประกวด เพื่อนทักว่า ผอม หล่อ(ยิ้ม) แต่สิ่งที่เห็นว่าเปลี่ยนได้ชัดคือสุขภาพ เพราะก่อนหน้านี้เป็นความดันโลหิตสูง นอนๆ อยู่แล้วมีเลือดไหลออกจากจมูก รายการนี้ได้เปลี่ยนชีวิตเราจริงๆ โรคความดันโลหิตสูงได้หายไป และการที่เราชนะการประกวด พ่อกับแม่จะบอกเราว่า รางวัลเป็นสิ่งของล่อตาล่อใจ แต่สิ่งที่ได้จริงๆ คือสุขภาพ แต่ครอบครัวเราบิ๊กไซส์ทั้งบ้าน เราอยากให้ทุกคนเปลี่ยน ตอนนี้ทุกคนเริ่มที่จะเปลี่ยนกันแล้ว
ตูมตาม : หลังจากที่ประกวดเสร็จทุกคนทักว่าสวยขึ้น และรู้สึกได้ว่าสุขภาพดีขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะทำงานเกี่ยวกับละครเวที การที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในรายการนี้ รู้สึกว่าเป็นการฝึกความอดทนที่สุดในชีวิต ได้ความกล้าที่จะชนะใจตัวเอง และความประทับใจที่สุดคือการที่ได้เข้ามาเจอเพื่อนๆ ทุกคน ได้สู้ ได้หัวเราะ ได้ร้องไห้ไปพร้อมๆ กัน ขอเรียกทุกอย่างว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี
นัท : ส่วนของนัทหาซื้อเสื้อผ้าได้ง่ายขึ้น และที่รู้สึกดีที่สุดคือขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ได้แล้ว เมื่อก่อนอ้วนมากจนมอเตอร์ไซค์ไม่รับ เรารู้สึกนอยด์มากว่าทำไมเขาถึงไม่รับเรา รวมถึงรถเมล์ด้วย เวลานั่งจะไม่กล้านั่งเบาะคู่ เพราะมันจะเหมือนนั่งคนเดียว และมีสาวเข้ามามากขึ้น (ยิ้ม) การที่ได้มารายการนี้มันคือโอกาสที่ทำให้เราได้พัฒนาตัวเอง ได้เปลี่ยนตัวเองและได้ชนะใจตัวเอง ในการที่จะดำเนินชีวิตแบบใหม่ และเป็นกำลังใจให้กับคนอื่นต่อไป
สุดท้ายทั้งโจโจ้ ตูมตาม และนัท ฝากบอกกับหนุ่ม-สาวที่รูปร่างอวบอั๋นทุกคนว่า การเริ่มต้นลดน้ำหนักที่กิโลกรัมแรก จะทำให้มีกำลังใจในกิโลกรัมต่อไป และสิ่งสำคัญที่ได้จากการลดน้ำหนักที่ถูกต้องคือสุขภาพที่ดี และถ้าอยากจะมีชีวิตที่เปลี่ยนไปแบบพวกเขาทั้ง 3 คน ต้องเริ่มจากใจและต้องเริ่มต้น แต่หากอยากมีประสบการณ์เต้นเปลี่ยนชีวิต แบบพวกเขาทั้ง 3 คน เตรียมรอฟังข่าวดีกับซีซั่นที่ 2 ได้เลยจ้า..



