
เป็นคุ้งเป็นแคว : คืนหนึ่งที่พนมเปญ
เป็นคุ้งเป็นแคว : คืนหนึ่งที่พนมเปญ : โดย...เคน สองแคว
คราวที่แล้วเขียนถึงเรื่องของเพลงในเวียงจันทน์ไปแล้ว การเดินทางที่ต่อเนื่องคือ การไปกรุงพนมเปญโดยบินมาจากเวียงจันทน์ ใช้เวลาเพียงชั่วโมงก็ถึง ตึกรามบ้านช่องดูจะแตกต่างกันมาก เพราะที่พนมเปญจะมีตึกสูงมากกว่า บ้านช่องก็นิยมสร้างกันในแนวดิ่ง 3-4 ชั้นมากกว่าแนวราบ ดูเจริญก้าวหน้ามากกว่าทางเวียงจันทน์อย่างไม่น่าเชื่อ
สิ่งที่คล้ายกันคือ เขานิยมปลูกต้นคูนไว้ริมสองฝั่งถนน ดังนั้นเมื่อถึงหน้าร้อน แม้แดดจะจัดเหมือนกัน แต่ยังได้เห็นต้นคูนออกดอกเหลืองอร่ามงามตา
แม้ว่า คราวนี้จะไม่ได้ไปเที่ยวนครวัดตามที่ตั้งใจ เพราะเวลาที่จำกัด แต่ก็พยายามใช้เวลาเดินสำรวจตรวจตราการกินอยู่ใช้ชีวิตของคนที่นั่นว่า แตกต่างจากบ้านเราอย่างไร ซึ่งก็พบว่า คล้ายคลึงกันราวกับว่า ไปเที่ยวจังหวัดใหญ่ๆ ทางภาคอีสานบ้านเรานี่เอง
พนมเปญมีความก้าวหน้าทันสมัยเรื่องเทคโนโลยีมากมายนัก ประชาชนมีอินเทอร์เน็ต 4 จีใช้กันแล้ว ล้ำกว่าบ้านเรา สนามบินก็มีฟรีไวไฟให้ใช้อย่างเต็มที่ รถราขับชิดขวา พวงมาลัยด้านซ้ายเหมือนที่ลาว รถยี่ห้อหรูๆ รุ่นแปลกๆ วิ่งกันเกลื่อนถนนสลับกับจักรยาน มอเตอร์ไซค์
วันแรกได้ไปนั่งกินอาหารกลางวันที่สวนอาหารนอกเมือง ที่มีเวทีใหญ่กลางทุ่ง มีนักร้องมาขับร้องกล่อมกันท่ามกลางแดดเปรี้ยง ส่วนใหญ่ร้องเพลงเขมร ปนกับเพลงสากล ที่นี่เขาไม่ร้องเพลงไทยกันเลย สำเนียงออกแนวคล้ายๆ ลูกทุ่งบ้านเรา มีเพลงหนึ่งทำนองเดียวกับเพลงลูกทุ่งเก่าๆ เพลงหนึ่งที่ชื่อ “รักคนชื่อน้อย” ที่ เพชร โพธาราม ขับร้องไว้
แต่ถ้าดูในโทรทัศน์ช่องบ้านเขา เพลงป๊อปทั้งหลายจะดูคล้ายเพลงบ้านเรา โดยเฉพาะนักร้องวัยรุ่นที่กำลังเชียร์ มีมิวสิกวิดีโอฉายทุกคืน คือเพลงที่ทำนองเดียวกับ “Loving you so much” ของพี่เบิร์ด ธงไชย นี่แหละ ถ่ายทำกันทันสมัย เต้นกันมีท่าทางที่ถูกฝึกซ้อมมาอย่างดี
ขณะที่มีเพลงเทรนด์เกาหลีไปอาละวาดที่พนมเปญ เขาก็ยังมีเพลงแนวรำวงมาตรฐานกระหน่ำโฆษณากันมากมายเช่นกัน คล้ายกับรำวงแบบที่อ๊อด โฟร์เอส เจ้าพ่อเพลงรำวงบ้านเรานั่นแหละ แต่ท่ารำเขาจะเรียบร้อย รำกันเป็นแถวเป็นวงกลม ไม่หวือหวาหรือแก่นกะโหลก ไม่ต้องมีตลกมาพูดแทรก
คนเขมรที่นั่นบอกว่า รำวงเขามีมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งกลับมาฮิตเกาะกระแสบ้านเรา แต่ละปี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์จะต้องมีอัลบั้มใหม่ๆ รวมนักร้องเสียงดี มาออกเป็นชุดรวมรำวงให้คนได้จับจ่ายซื้อหา
ก่อนวันกลับ 1 วัน ไหนๆ ก็ไม่ได้ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแล้ว จึงขอร้องให้เขาพาไปห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด สวนสนุก ก็ได้ไปอย่างใจคิด ห้างใหญ่ของเขาชื่อ ห้างโสรยา มีร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ไอศกรีมยี่ห้องดัง โรงหนังสามมิติ และลานสเกตอยู่ชั้นบนสุด ไม่ต่างจากบ้านเราเลย เพียงแต่สินค้าเรื่องแฟชั่นต่างๆ จะดูไม่หวือหวา
ตกเย็นก็มาเที่ยวสวนสนุกใจกลางเมืองริมฝั่งโตนเลสาบ ซึ่งเป็นเครื่องเล่นแบบสวนสนุกต่างประเทศ เปิดทุกวันแต่ศุกร์อาทิตย์คนจะเยอะ เครื่องเล่นหวาดเสียว เกมตู้กด หยอดเหรียญ เหมือนบ้านเรา แต่ลูกโป่งปาเป้าเขาจะใช้ลูกโป่งลูกยาวขดในช่องไม้สี่เหลี่ยม ของรางวัลไม่ได้มีแค่ตุ๊กตา แต่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า ถ้วยชามรามไห ของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ชนิดที่ว่าได้รางวัลปาโป่งแล้วสร้างครอบครัวได้พอดี
แล้วก็มาต่อที่ตลาดนัดกลางคืนแบบสวนจตุจักรบ้านเรา ซึ่งคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศและชาวเขมร มีเวทีประกวดร้องเพลง ขายสินค้าเป็นล็อกๆ ในเต็นท์ผ้าใบขาวแบบวางกันเรียบร้อย ไม่แบกับดิน
คึกคักหน่อยก็เป็นบูธขายซิมโทรศัพท์ ราคาตั้งต้นที่ 1 ดอลลาร์ แต่ถ้าเลขสวยๆ เช่น เบอร์เรียง เบอร์ตอง ก็ราคาหลักพันจนถึงหมื่นบาทไทย แต่สิ่งที่น่าชื่นชมคือบริเวณศูนย์อาหาร ที่คล้ายๆ ลานเบียร์บ้านเรา แต่เขาปูเสื่อให้นั่งกิน และไม่มีเครื่องดื่มมึนเมาจำหน่ายเลย มีแต่น้ำอ้อยคั้น เครื่องดื่มยอดนิยมและน้ำอัดลมเท่านั้น ไปเที่ยวตลาดนัดพนมเปญ จึงไม่ต้องหวั่นเรื่องวัยรุ่นเมาแล้วตีกัน ส่วนหัวขโมยทั้งหลาย ด้านทางเข้ามีรูปถ่ายผู้กระทำผิดติดประจานเอาไว้ให้ได้อับอาย
สิ่งที่เป็นหนามยอกอกคนทำงานภาคบันเทิงทั่วโลก คือ ทั้งที่ลาว กัมพูชา และประเทศไทย ยังคงมีการละเมิดลิขสิทธิ์ขายแผ่นผีซีดีปลอมกันเกลื่อนกลาด ซึ่งเมื่อเปิดเสรีทางการค้าเมื่อไหร่ ธุรกิจมืดนี้คงจะแผ่ขยายอาณาจักรมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม
--------------------
(เป็นคุ้งเป็นแคว : คืนหนึ่งที่พนมเปญ : โดย...เคน สองแคว)



