บันเทิง

ยำใหญ่'พี่มากฯ'โหมโรงเด็ดจน'ฟีเวอร์'

ยำใหญ่'พี่มากฯ'โหมโรงเด็ดจน'ฟีเวอร์'

23 เม.ย. 2556

ยำใหญ่ใส่'พี่มาก...พระโขนง'โหมโรงหมัดเด็ดจน'ฟีเวอร์' : สกู๊ปบันเทิง


 
          วินาทีนี้...คงไม่มีใครไม่พูดถึงปรากฏการณ์ทำรายได้ก้าวเข้าสู่ 500 ล้านบาท ของหนังผีโรแมนติก คอมเมดี้ เรื่อง "พี่มาก...พระโขนง" จากค่าย "จีทีเอช" ด้วยฝีมือการกำกับการแสดงของ "โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล" นำแสดงโดย "โอ้-มาริโอ้ เมาเร่อ" รับบท "พี่มาก" พร้อม "ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่" รับบท "แม่นาก" ร่วมด้วย "บอมบ์-กันตพัฒน์ เพิ่มพูนพัชรสุข"  "ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์"  "เชน-อัฒรุต คงราศรี"  "เผือก-พงศธร จงวิลาส" สี่สหายสุดฮา ที่ดังต่อเนื่องมาจากภาพยนตร์เรื่อง "4 แพร่ง" ตอน “คนกลาง” และ "5 แพร่ง" ตอน “คนกอง”
 
          จากตำนานความรักที่เป็นไปไม่ได้ของ "ผี" กับ "คน" แห่งคลองพระโขนง สร้างความขลังคลาสสิกปนขนหัวลุกของ "ผีนางนาก" วิญญาณหญิงสาวผู้ภักดี อุ้มท้องเฝ้ารอผัวอย่าง "มาก" จนตัวตาย กลายเป็นเรื่องเล่าขานอันเลื่องลือ ซึ่งถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์มากว่า 24 ครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่ตำนานจะถูก "พลิก" บิดพลิ้ว เล่าเรื่องเหนือจริงให้เกินจริงยิ่งกว่า!!
 
          ทว่าความเกินจริงที่ทีมเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ทั้ง "โต้ง" ผู้กำกับ "เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี" ร่วมด้วย "แอ้ม-นนตรา คุ้มวงศ์" ใช้เวลากว่า 1 ปีครึ่ง หาวิธีชำแหละความจริงในตำนานจนเหลือเพียงโครงเรื่องไว้เป็น "แก่น" ให้เนื้อหาเกาะไปได้ ก่อนจะเพิ่มสีสันและความน่าจะเป็นที่ใช้แค่จินตนาการมาเล่าเรื่อง เสริมมุกตลก ขายความตลาดแบบมีชั้นเชิง สิ่งสำคัญยังต้องอาศัย "ความกล้า" ของผู้สร้างที่หยิบตำนานความน่าสะพรึงกลัวฉบับเก่า มาเล่าใหม่จนแทบไม่เหลือเค้าเดิม แต่กลับทวีความขลัง ปนขำ และซึ้ง อย่างไม่น่าเชื่อ
 
          หากจะให้วิเคราะห์ว่า อะไรคือปัจจัยสำคัญอันเป็นแรงขับเคลื่อน และส่งผลให้ พี่มาก...พระโขนง "ฟีเวอร์" โจนทะยานทุบสถิติรายได้เปิดตัวหนังไทยที่ 21.20 ล้านบาท รวมรายได้ 4 วัน 106.3 ล้าน, 9 วัน 200 ล้าน, 14 วัน 311.17 ล้าน, 19 วัน 404.3 ล้าน, 22 วัน 444.03 ล้าน เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน กำลังก้าวเข้าสู่ 500 ล้านบาท กำลังจะทำลายสถิติหนังประวัติศาสตร์ทำรายได้สูงสุดอย่าง "สุริโยไท" ที่รวมรายได้ทั่วประเทศ 550 ล้านบาท ในขณะที่ "พี่มาก...พระโขนง" ยังมีโรงฉายอยู่ รายได้ยังไม่หยุดนิ่ง ดังนั้นจำนวนตัวเลขที่ปรากฏจึงเป็นเพียงภาพรวมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งไม่ได้นับรวมรายได้จากสายหนังต่างจังหวัดเลย
 
          ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสำเร็จดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ในโลกยุคที่ "สื่อโซเชียลมีเดีย" มีอิทธิพลต่อความคิดและการดำเนินชีวิต เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจได้ค่อนข้างมาก ดังนั้นกระแสวิจารณ์ภาพยนตร์ที่เป็นไปในเชิงบวกมากกว่าเชิงลบ ผนวกรวมกับการบอกเล่าในลักษณะ "ปากต่อปาก" จากประสบการณ์ตรงของคนที่ดูแล้ว คงเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการ "ฟีเวอร์" แบบดังไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ ของภาพยนตร์เรื่องนี้

          เมื่อ "ฟีเวอร์" แล้ว ยิ่งสร้างความอยากมีประสบการณ์ร่วม เพื่อพิสูจน์ว่า "สนุกจริง" สมคำล่ำลือ หรือแค่ "เพ้อ" ไปตามกระแส บางคนดูแล้วชอบมาก ไปดูซ้ำเป็นรอบที่สอง หรือมากกว่านั้น บางคนเฉยๆ ก็นานาจิตตัง เพราะสิ่งสำคัญคือเสียสตางค์ "ไปดู" รายได้ไม่รั่วไหล ต่อให้มีแผ่นผีออกมาอาละวาด แต่คง "เฮี้ยน" สู้พี่มากไม่ไหวจริงๆ 

          ฉะนั้นกระแสตอบรับอันล้นหลาม คงเป็นบทพิสูจน์ว่าการลองเสี่ยงยกเครื่องเรื่อง "นางนาก" ฉบับเก่า "เดินมาถูกทาง" รวมถึงการคัดเลือกนักแสดงที่ไม่ต้องเหมือนตามความเป็นจริง แต่เป๊ะ!! ด้วยการตีความรูปแบบใหม่ ทำให้ภาพลักษณ์ของพระเอก-นางเอกลูกครึ่ง อย่างมาริโอ้กับใหม่ ดูไร้ข้อกังขา และสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี มีเสน่ห์ ดึงดูด เคมีเข้ากันแบบ "มากแบ๊วบอย" กับ "นากแบ๊วเกิร์ล" 

          จากจุดเริ่มต้นที่หนังน่าจะคิดขายแค่กลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงานเป็นตลาดหลัก สุดท้ายพี่มากฝ่าทุกข้อจำกัด กลายเป็นเรื่อง "สนุกยกครอบครัว" เพราะการ "ยำรวมมิตร" หนังที่คนไทยชอบดูทั้ง "ตลก-รัก-ผี" ขมวดปมมัดรวมกันให้เข้าใจง่าย บางครั้งเหมือนมุกจะฝืดแต่กลับขำ การหักมุมแอบใช้แก๊กซ้ำๆ คล้ายจะเดาทางได้ แต่สุดท้ายก็...พลิกล็อกกันน่าดู ถล่มทลาย!!
 
          รวมถึง "ไทม์มิ่ง" (Timing) หรือ "การเลือกช่วงเวลา" ที่เหมาะสมในการเข้าโรงฉายตอนปิดเทอม เด็กวัยรุ่น วัยเรียน ชวนวงศาคณาญาติ สร้างวาระวันครอบครัว แห่ไปดู เพราะเพื่อนบิวท์ หรือทนเสียงร่ำลือของ “ท่าเต้นกองพัน” พี่มาก ที่ดังสะท้าน สะเทือน เสมือน "อุปทาน" เล็กๆ อันเป็นผลดี ทำให้คนดูมีความสุขเพราะได้คาดหวังถึงความสนุก ก่อนจะพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง สุดท้ายถ้าหนังมันตอบโจทย์ ก็เข้าตำรา "ปากต่อปาก" บอกผ่าน "โซเชียลมีเดีย" นาทีต่อนาที หากไม่ตอบโจทย์ บิวท์ให้ตาย พยายามมากมาย ก็คงเข็นไม่ขึ้นหรอก
 
          อันที่จริงเรื่องราวทำซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างตำนาน "แม่นาก" ที่ประสบความสำเร็จก็มีมาก แต่ที่แป้ก!! ก็มีเยอะ ถ้าจะกล่าวในเชิงมิติลี้ลับ ซึ่งวิทยาศาสตร์ยังพิสูจน์ไม่ได้ คงหนีไม่พ้น "อาถรรพณ์" อันแรงกล้าและพลังศรัทธาในความรักอันยิ่งใหญ่ของผู้หญิงชื่อ "นาก" ที่มีต่อผู้ชายชื่อ "มาก" เป็นแรงผลักดันให้ชาวบ้านเล่าขาน ผสานหัวใจรักให้คงอยู่ตลอดไป...

          หากมองในแง่ของความเป็นจริง ปรากฏการณ์ "พี่มาก...ฟีเวอร์" เกิดขึ้นได้เพราะหนังขาย "ไอเดีย" จาก "มันสมอง" ได้ถูกรสนิยมคนไทย มีการพลิกแพลง ตะแคงสูตร จนสร้างมิติใหม่แก่วงการภาพยนตร์ แต่ความสำเร็จที่ดี ไม่ควรย่ำอยู่กับที่ ครั้งนี้แม้บางมุกจะเกือบซ้ำ แต่ไม่ช้ำ เพราะจบสวย

          คนสร้างรวย คนอวยเฮ คราวหน้าถ้าจะขายแก๊ง "สี่สหาย" สุดฮา คงต้องระดมสมอง งัดหมัดเด็ดมาผสมมุกใหม่ หรือไม่ก็ตั้งขึ้นหิ้งให้กลายเป็นสหายในตำนาน เพราะ "พี่มาก...ฟีเวอร์" จัดมาเต็ม!! เล่นยำใหญ่ใส่สารพัดจริงๆ
.......................................
(หมายเหตุ ยำใหญ่ใส่'พี่มาก...พระโขนง'โหมโรงหมัดเด็ดจน'ฟีเวอร์' : สกู๊ปบันเทิง)