บันเทิง

คนอื่น...อดีตคือเงาสะท้อนของปัจจุบัน

คนอื่น...อดีตคือเงาสะท้อนของปัจจุบัน

15 เม.ย. 2556

คนอื่น ... อดีตคือเงาสะท้อนของปัจจุบัน : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา : โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

                คนอย่างฉัน ... ปัจจุบันคือเงาสะท้อนของอดีต ...

                หน้าร้อนในเดือนเมษายนมีเทศกาลที่สำคัญมากมายทั้งจีนไทยชนกันจนวันเกิดของฉันกลายเป็นแค่วันธรรมดาๆ วันหนึ่ง (มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เกิด) คนบ้าอะไรเกิดช่วงเชงเม้ง คนทั้งตระกูลขนกันไปสุสานจ.ชลบุรีช่วยกันถอนต้นหญ้าและวัชพืชที่ขึ้นรกปกคลุมหลุมศพอากงอาม่าตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ไม่มีใครแวะมา ข้อดีก็คือ อากงอาม่าจะไม่ร้อนเพราะต้นไม้บังแดด ... จากนั้นเด็กๆ ก็จะช่วยกันเอาแถบกระดาษหลากสีมาพาดไปมาประดับประดาเพิ่มสีสันให้ฮวงซุ้ยอากงอาม่าที่นอนรอลูกหลานมาเยี่ยมอยู่ในหลุมอย่างสงบนานถึง 364 วัน ผู้ใหญ่ยกกับข้าวที่เตรียมมาจัดวางเพื่อเซ่นไหว้ต่อหน้าป้ายชื่อภาษาจีนของอากงอาม่าที่มีรูปขาว-ดำติดอยู่ ขณะที่ผู้ใหญ่วุ่นวายกับการจัดข้าวของเตรียมไหว้ ฉันมองไปใกล้ๆ เห็นหลุมศพหลายหลุมที่ถูกทิ้งร้างมานานโดยไม่มีลูกหลานมาเหลียวแล เรื่องชาวบ้านฉันอยากรู้ (ตั้งแต่เด็ก) ก็เลยไปยืนดูรูปที่ติดอยู่ฉันไม่รู้ว่าเป็นอากงอาม่าของใคร ฉันอยากจิ๊กเอากับข้าวสักอย่างมาวางแล้วจุดธูปแบ่งให้วิญญาณของพวกเขาบ้าง แต่เตี่ยและอาเจ็ก อาโกว คงด่าเสียงดังลั่นฮวงซุ้ยราวกับเจ๊กตื่นไฟเป็นแน่ ... คนแบบไหนกันที่ไม่สำนึกบุญคุณของบรรพบุรุษ! คำว่า “ไม่มีเวลา” จัดเป็นข้ออ้างที่โง่ที่สุด สำหรับการทำอะไรที่สำคัญแค่ปีละครั้ง บอกว่า “ไม่สนใจ” ยังจะแมนกว่ามะ? ... ระหว่างที่รอให้ธูปเทียนหมดดอกหมดเล่ม เจ๊กในตระกูลฉันก็ยืนสูบบุหรี่คุยกันเจี๊ยวจ๊าวแข่งกับเสียงประทัดที่ครอบครัวอื่นๆ ในละแวกนั้นผลัดกันจุด ... ระหว่างเสียงประทัดกับเสียงญาติพี่น้องข้างเตี่ยฉัน ... เสียงคนชนะเลิศ! พอธูปหมดดอกบ้านนี้ก็เริ่มเอาประทัดออกมาเป็นตับ เชื่อกันว่ายิ่งจุดเยอะยิ่งเสียงดังยิ่งทำให้เจ้าบนสวรรค์ได้ยินและจะอำนวยอวยพรให้ร่ำรวย แต่ก่อนเจ้าบนสวรรค์จะรับรู้ ... กรูจะหูแตกก่อนมั้ย? เสียงคนในตระกูลฉันนี่นะเหมือนไฟไหม้โรงงิ้วเป็นที่สุด! เตี่ยฉันดูจะเสียงดังและมีความสุขที่ได้เจอกับพี่น้องพร้อมหน้าพร้อมตากัน ... หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการ เตี่ยจะขนพวกเราไปทะเลที่ต่อมากลายเป็นทะเลที่ฉันไม่ชอบไป ไม่ใช่ความผิดของสถานที่แต่ผิดที่คนของเรา เตี่ยทำเหมือนกับว่าทะเลของประเทศไทยมีอยู่ที่เดียว ... บางแสน พามาได้พามาดี ยิ่งช่วงเทศกาลเชงเม้ง คนแน่นลืม ... ลูกเด็กเล็กแดงคนแก่คนเฒ่าเดินจูงลูกหลานลงทะเลยังกับถูกต้อนมาปล่อยเกาะที่นี่ ปูเสื่อนั่งกินอาหารที่ผ่านการไหว้เชงเม้งแล้ว นอกจากเย็นชืด ข้าวแข็งแล้ว ยังมีขี้ธูปโปรยปรายอยู่ทั่วทุกอย่าง เตี่ยบอกว่ากินแล้วเฮง! (อือ ... ป๊ากินคนเดียวละกันนะ) ฉันไม่รู้จักทะเลอื่นๆ นอกจากทะเลบางแสนที่เตี่ยพาไปทุกปี ส่วนทะเลเทียมที่เตี่ยพาไปรู้จักก็คือ “สวนสยาม” ... “หัวหิน” เกิดมาเคยได้ยินแต่ไม่เคยไปเพราะเตี่ยไม่พาไป การเป็นลูกนักการพนันที่วันๆ เอาแต่ออกไปหากินตามบ่อนทำให้ฉันไม่มีประสบการณ์มากเท่ากับเด็กคนอื่นในรุ่นเดียวกันที่พ่อแม่พาไปเที่ยวจังหวัดโน้นนี้ในช่วงเทศกาลวันหยุดๆ ยาวๆ นอกจากเชงเม้งชลบุรีทุกปี แม่ก็พาไปบ้านตายายที่จ.มหาสารคาม กิจกรรมสันทนาการที่เหลืออยู่อีกอย่าง (เดียว) คือดูหนังตามโรงหนัง ช่วงสงกรานต์ฉันก็เล่นสาดน้ำกับเด็กๆ แถวบ้าน บางปีก็อยู่เฝ้าหน้าทีวีในบ้านไม่ได้ออกไปไหน เทศกาลสงกรานต์เชียงใหม่อะไรฉันก็ไม่รู้จัก รู้แค่ว่าแม่จะใช้พวกเราให้เอาพระพุทธรูปบนหิ้งพระมาชำระล้างให้สะอาดแล้วสรงน้ำพระด้วยน้ำอบไทยก่อนวางพวงมาลัยจนครบทุกองค์ แม่ให้เอาน้ำอบใส่ขันเงินใบโตไปรดน้ำดำหัวเตี่ยขอพรให้มีความสุขความเจริญ นั่นคือสิ่งที่ฉันรู้จักใน 2 เทศกาลที่อยู่ในเดือนเดียวกันกับเดือนเกิดของฉัน ... เมื่อเติบโตขึ้นฉันจึงเป็นคนที่ไม่ชอบเที่ยวในช่วงเทศกาล คนเยอะแยะแห่กันไปแออัดในที่ต่างๆ รถก็ติด อากาศก็ร้อน แค่คิดหัวก็หดอยู่ในห้องแล้ว ฉันจึงพักผ่อนกับครอบครัว ทำของอร่อยๆ กินกัน ไปไหนมาไหนในกรุงเทพฯ ช่วงเทศกาลเดือนเมษายนรถก็ไม่ติด กรุงเทพฯ เป็นของเราเพราะคนออกไปเที่ยวต่างจังหวัดกันหมด รอให้คนซาแล้วค่อยไปเที่ยว ฉันชอบเที่ยวนอกเทศกาล ...

                แม้ฉันจะเป็นคนไม่ให้ความสำคัญกับวันเกิดของตัวเอง แต่คนรอบๆ ข้างก็ชอบทำให้มันสำคัญอยู่ดี ปีนี้เตี่ยฉันบอกจะออกไปกินข้าวกันทั้งบ้านในวันที่ตรงกับวันเกิดของฉัน ถามว่า “เพื่อ ... ?” เตี่ยตอบว่า ... “ป๊าอยากกิน?” อยากตอบกลับไปว่า ... “แล้วทำไมไม่ไปกินวันเกิดป๊าเองล่ะ?” กลัวว่าเรื่องจะไม่จบเพราะบอกแล้วว่าสำหรับทุกคนที่ฉันรักฉันมักจะต้องเป็นฝ่ายแพ้เสมอ ... “วันเกิดก็วันเกิดกรูจะถามความสมัครใจกรูสักคำมั้ย?” บ่นเบาๆ ในใจ ที่สุดก็ไปรวมหัวและตัวที่ร้านอาหารจีนเจ้าประจำ สั่งอาหารที่คนที่บ้านชอบกินทุกอย่าง มองไปรอบๆ ข้างเห็นทุกคนที่ฉันรักมีความสุขแค่นี้ก็คุ้มแล้ว เตี่ยฉันกินและคุยสนุกยังกับวันเกิดตัวเอง ส่วนฉันกับลูกน้อง สีเกดและนุชนาฎมีหน้าที่อ้วนและก้มหน้าก้มตากิน จานสุดท้ายที่ยกมาคือ “โอวหนี่แปะก้วย” ข้าวเหนียวมูลใส่เผือกและราดน้ำเหนียวๆ ที่ใส่ทั้งแห้ว พุทราจีน ลูกบัว และแปะก้วย ได้แต่มองหน้ากันแล้วส่ายหัว กินกันจนตัวจะแตกแล้ว (ดูจากพุงอี “นุชนาฎ” กลายเป็น “นุชแน่น” ไปแล้ว) ส่วนสีเกดชิลๆ เรื่อยๆ ไม่หิว ไม่อิ่มและไม่ปฏิเสธ

                วันเกิดสำหรับฉัน ... คนที่สำคัญที่สุดคือ พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ได้ลืมตามาดูโลกใบนี้ เติบโตเป็นคนดี (เป็นผู้เป็นคน) เพราะพ่อแม่เลี้ยงดู ... กลุ่มคนที่สำคัญรองลงมาคือ แฟนเพลงผู้มีอุปการคุณ ... คนที่ทำให้ฉันมีวันนี้และวันต่อๆ ไป มีเงินซื้อข้าวกินเลี้ยงครอบครัว มีบ้านอยู่ ขอมอบบุญกุศลที่ฉันได้ทำสังฆทานในวันเกิดให้คืนสู่ทุกๆ ท่านขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรงทุกคนนะคะ ... สวัสดีปีใหม่ไทยคะ

 

............................................

(คนอื่น ... อดีตคือเงาสะท้อนของปัจจุบัน : คอลัมน์เล่นหูเล่นตา : โดย...เจนนิเฟอร์ คิ้ม)