บันเทิง

จอแก้ว : คุณชายเลี้ยงหมู...คุณหนูเลี้ยงแกะ

จอแก้ว : คุณชายเลี้ยงหมู...คุณหนูเลี้ยงแกะ

13 เม.ย. 2556

จอแก้ว : คุณชายเลี้ยงหมู...คุณหนูเลี้ยงแกะ


บทประพันธ์และลิขสิทธิ์ โดย...เล่าเต็ง
บทโทรทัศน์   อภิวัฒน์ เล่าสกุล

เริ่มวันพุธที่ 17 เม.ย. 56

รายชื่อนักแสดง

ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์  รับบท ภูวนัย
ไปรยา สวนดอกไม้    ไผ่พญา
พูลภัทร อัตถปัญญาพล   ตะวันฉาย
กรรณาภรณ์ พวงทอง    ปลายฟ้า
อัศนัย เทียนทอง    ชาติกล้า
สาริน บางยี่ขัน     พายัพ
ถนอม สามโทน    เสกสรร
ไปรมา รัชตะ     พรรษา
สิริลภัส กองตระการ   พรรณราย / พั้น
อังคณา วรรัตนาชัย   ม่านหมอก
กฤตย์ อัทธเสรี     เผ่าพงศ์
ณหทัย พิจิตรา     ลำไย
ทศพร รถกิจ     ขิง
คีตภัทร อันติมานนท์   กระดังงา
โอลิเวอร์ บีเวอร์    สมสุข
มาริสา แอนนิต้า    โสภี

 

 เรื่องย่อ
 
                 ไผ่พญา หรือ จูเลีย เป็นดาวเด่นและเป็นแม่เหล็กของ ดิออร์แกน คอกเทลเลาจ์ เลาจน์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟของบรรดานักการเมืองหรือมหาเศรษฐี เศรษฐีทุกคนต่างอยากได้ตัวของไผ่พญา แต่ก็เกรงใจ สมสุข เศรษฐีที่ร่ำรวยจากการส่งออก ใครๆ ก็รู้ว่าเบื้องหลังของเขาคือเจ้าพ่อยาเสพติดรายใหญ่ที่มีเครือข่ายตั้งแต่เหนือสุดจนใต้สุดของประเทศไทย ไผ่พญาอยากจะเปลี่ยนชื่อสมสุขเป็นสมสู่ ด้วยเหตุผลที่สมสุขมาเที่ยวทุกคืนก็เพราะอยากได้ไผ่พญาเป็นภรรยาเก็บอีกคน แต่ไผ่พญาเองก็รู้ทันผู้ชาย ทุกคนต่างก็รู้ว่าไผ่พญาเป็นปลาไหลตัวแม่ เพราะอย่างนี้ไผ่พญาถึงยังทำงานเป็นเด็กนั่งดริ๊งค์ได้โดยที่ไม่เคยพลาดท่าให้ใคร จนกระทั่งคืนหนึ่ง ความอดทนของสมสุขถึงที่สุดจึงคิดจะครอบครองไผ่พญาให้ได้ สมสุขให้บรรดาลูกน้องล้อมหน้าล้อมหลังพาไผ่พญาไปยังบ้านของเขา ไผ่พญาตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน โชคดีที่เธอพกยานอนหลับอย่างแรงเอาไว้ติดตัวเผื่อฉุกเฉินเสมอ

                สมสุขนอนยิ้มกริ่มหลับไปไม่รู้ตัว ไผ่พญามองแล้วคิดว่าคนอย่างสมสุขไม่มีทางได้ตัวเธอแน่นอน ไผ่พญาเห็นสร้อยทองมีจี้เป็นแท่งสี่เหลี่ยมที่คอของสมสุข จึงขอมาเป็นค่าเปลืองเนื้อเปลืองตัวของเธอ ไผ่พญากำลังจะย่องหนีออกมา แต่แล้วเสียงปืนหลายสิบนัดก็ดังสนั่นหวั่นไหว ไผ่พญาตกใจ และเห็นกลุ่มชายชุดดำหลายคนบุกเข้ามาในบ้านของสมสุขแล้วฆ่าลูกน้องของสมสุขจนหมด ไผ่พญาพยายามปลุกสมสุขแต่สมสุขก็ไม่รู้สึกตัว ขณะที่ไผ่พญาเองก็ได้ยินเสียงเท้าคนเดินเข้ามาใกล้ทุกที ไผ่พญารีบหลบเข้าไปในตู้เสื้อผ้า แล้วสิ่งที่เธอเห็นจากรอยแยกที่ประตูตู้เสื้อผ้าก็คือ มือที่ใส่ถุงมือดำกำลังลั่นไกใส่สมสุข เธอไม่เห็นว่าใครเป็นคนที่ใส่ถุงมือนั้น แต่คนที่เธอเห็นหลังจากเจ้าของถุงมือดำยิงสมสุขก็คือ พายัพ ที่กำลังมองร่างไร้วิญญาณของสมสุขอย่างสะใจ ระหว่างนั้นลูกน้องต่างเข้ามารายงานว่าไม่พบสิ่งที่หา แต่แล้วเสียงของเจ้าของถุงมือดำก็ดังขึ้น ว่ายังมีผู้หญิงอยู่ที่นี่ พายัพหันไปมองก็เห็นรองเท้าของไผ่พญา ไผ่พญาที่หลบอยู่ในตู้รีบสวดมนต์เป็นการใหญ่ แล้วก็เหมือนคำสวดมนต์จะได้ผล เมื่อเสียงรถหวอตำรวจดังมาแต่ไกล พายัพจึงได้บอกทุกคนให้รีบหนีกันก่อน

                ไผ่พญากลับมาบ้านอย่างอกสั่นขวัญแขวน พบกับ ลำไย แม่บังเกิดเกล้าผู้เอาแต่กินเหล้ากับเล่นไพ่ พยายามขอเงินจากเธอ ยิ่งลำไยเห็นไผ่พญาใส่สร้อยทองที่เพิ่งได้จากสมสุขมาก็อยากขอไปทำทุน แต่ไผ่พญากลับรู้สึกผิดจากการที่ทำให้สมสุขต้องตาย ไผ่พญาคิดว่าถ้าเธอไม่ใช้ยานอนหลับ บางทีสมสุขอาจจะหนีรอด ไผ่พญาปฏิเสธที่จะให้สร้อยกับลำไย ถึงแม้เธอจะรักแม่ขี้เมาแค่ไหนแต่เธอให้สร้อยเส้นนี้กับใครไม่ได้

                ข่าวเรื่องการเสียชีวิตของสมสุขดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ไผ่พญาลังเลว่าจะนำเรื่องนี้ไปบอกกับตำรวจดีหรือไม่ ไผ่พญาคิดไม่ตกเพราะถ้าทำอย่างนั้นก็เท่ากับพาตัวเองเข้าไปสู่อันตราย ไผ่พญาจึงทำตัวเงียบแล้วไปทำงานตามปกติ ทันทีที่ถึงเลาจน์ ขิง บาเทนเดอร์ชายเพื่อนจอมแสบ กับ กระดังงา แฟนสาวที่คอยหาเรื่องให้กับไผ่พญาตลอดเวลา รีบเข้ามาบอกไผ่พญาว่ามีคนมารอพบไผ่พญา ดูท่าทางจะเป็นเสี่ยกระเป๋าหนักกว่าสมสุขอีก ไผ่พญาคิดว่าหลังพายุฟ้าย่อมแจ่มใสเสมอ แต่ไผ่พญากลับคิดผิด เพราะคนที่มารอพบเธอคือพายัพ ไผ่พญารีบหนีออกมา และได้รู้ว่าที่พายัพมาหาเธอเพราะคิดว่าเธอต้องรู้อะไรที่สมสุขให้ไว้กับเธอก่อนตาย ไผ่พญาหนีรอดจากการไล่ล่าของพายัพมาได้ แต่ก็เหมือนหนีเสือปะจระเข้ เมื่อไผ่พญาได้ยินข่าวในโทรทัศน์ว่าขณะนี้ทางตำรวจกำลังตามหาหญิงสาวที่อยู่กับสมสุขก่อนตาย ซึ่งคาดว่าจะเป็นนกต่อให้มือปืนเข้ามาฆาตกรรมสมสุข

                 ไผ่พญาตกใจ  คิดสะระตะแล้วว่าเธออยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้เด็ดขาด จึงได้รีบกลับไปบอกกับลำไยให้ย้ายที่อยู่ แต่ลำไยไม่ยอมเพราะถ้าย้ายแล้วเธอจะไม่ได้เข้าบ่อน ไผ่พญาไม่อยากทิ้งลำไยเอาไว้คนเดียว ระหว่างนั้นขิงกับกระดังงารีบเข้ามาหาไผ่พญาแล้วเล่าเรื่องพายัพอาละวาดจนที่ทำงานพังยับให้ฟัง ทั้งสองคาดคั้นไผ่พญาว่าไปทำอะไรไว้ พายัพถึงได้อยากเจอตัวไผ่พญาขนาดนี้ ไผ่พญาบอกไม่ได้เพราะไม่อยากให้เพื่อนเดือดร้อน เธอจึงตัดสินใจจะไปจากที่นี่สักพักเพื่อให้เรื่องเงียบไป ก่อนที่ไผ่พญาจะฝากฝังลำไยให้กับเพื่อนรักทั้งสองช่วยดูแล

                วันรุ่งขึ้นไผ่พญารีบขึ้นรถทัวร์หวังจะไปให้ไกลที่สุด เป้าหมายของเธอคือภูเก็ต เพราะเธอคิดจะหางานทำพร้อมกับหลบซ่อนตัวไปพลางๆ  แต่เมื่อไปถึงแค่นครปฐม ไผ่พญาก็ต้องเจอกับตำรวจที่ตั้งด่านตรวจ ไผ่พญาหาทางเอาตัวรอดทันที รีบคว้ากระเป๋าจะลงจากรถ แต่ก็ไม่ทัน เมื่อไผ่พญาได้พบกับ ชาติกล้า สารวัตรมือปราบที่เรียกไผ่พญาเอาไว้ ไผ่พญาหน้าซีดเพราะถ้าตรวจกระเป๋า จะต้องรู้แน่ๆ ว่าเธอคือใคร แต่แล้วไผ่พญาก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าในกระเป๋าของเธอมีแต่หนังสือต่างๆ  พร้อมกับจดหมายแนะนำตัวว่าตัวเองเป็นครู ระหว่างนั้นตำรวจที่ตรวจค้นบนรถรีบเข้ามาแจ้งว่าพบหญิงสาวผู้ต้องสงสัยแล้ว ไผ่พญาหันไปก็เห็นว่าเป็นผู้หญิงที่นั่งข้างๆ เธอ ในมือมีกระเป๋าที่เหมือนของเธอ เพราะกระเป๋าของเธอกับกระเป๋าของผู้หญิงคนนั้นเหมือนกัน จึงทำให้ไผ่พญารอดพ้นจากการจับกุมของชาติกล้ามาได้อย่างหวุดหวิด

                ไผ่พญาดูจดหมายแนะนำตัวก็ได้รู้ว่าคุณครูที่โดนจับแทนเธอไปนั้นกำลังจะไปที่ฟาร์มสุข ไผ่พญาจึงคิดสวมรอยเพื่อไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ฟาร์มนั้น ไผ่พญามุ่งหน้าไปสู่ฟาร์มสุขทันที แต่ยังไม่ถึงที่ฟาร์มสุข รถสองแถวกลับเสียกลางทาง ทำให้เธอต้องลงเดินเท้า ระหว่างนั้นไผ่พญาได้พบกับ ตะวันฉาย ปศุสัตว์อำเภอหนุ่มรูปงามเข้ามาช่วย ไผ่พญาดีใจเมื่อรู้ว่าตะวันฉายกำลังจะไปที่ฟาร์มสุขพอดี เธอจึงได้ขออาศัยติดรถตะวันฉายไปด้วย โดยไม่รู้เลยว่าระยะทางและระยะเวลาจากกลางทางถึงฟาร์มสุข ได้ทำให้ตะวันฉายประทับใจในตัวเธอจนกลายเป็นรักแรกพบ

                เมื่อมาถึงฟาร์มสุข ไผ่พญาก็ต้องประหลาดใจ เพราะฟาร์มสุขที่เธอคิดภาพไว้ว่าเหมือนกับสวรรค์ กลับเป็นฟาร์มเลี้ยงหมูที่มีกลิ่นขี้หมูลอยอบอวล ไผ่พญาตัดสินใจใหม่ว่าเธอจะไม่ทนกับกลิ่นขี้หมู จึงคิดหลบออกมา ไผ่พญาพบกับชายคนหนึ่งที่กำลังทำลับๆ ล่อๆ อยู่ ก่อนจะร้องโวยวายทำให้คนภายในฟาร์มสุขต่างตกใจ ไผ่พญาคิดว่าตัวเองต้องได้รับความดีความชอบ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะชายคนที่เธอเอาไม้ฟาดหัวไปคือ ภูวนัย ผู้ที่ว่าจ้างเธอ และทำให้ เผ่าพงศ์ ผู้เป็นพ่อที่มีอาการอัลไซเมอร์หัวเราะชอบใจ โชคดีที่ ปลายฟ้า หมอสาวแสนสวยประจำตัวเผ่าพงศ์อยู่ด้วย จึงช่วยปฐมพยาบาลภูวนัย ส่วน พรรษา แม่บ้านประจำตระกูลกลับไม่พอใจทันที ยิ่งรู้ว่าไผ่พญาคือครูคนใหม่ที่จะมาสอนกิริยามารยาทให้กับเด็กๆ  ก็ยิ่งทำให้พรรษากลัวว่าจะยิ่งทำให้เด็กๆ ห่างจากความรู้มากขึ้นไปอีก ไผ่พญาที่มีนิสัยชอบเอาชนะจึงได้ท้าพนันกับภูวนัยว่า ถ้าหากเธอไม่สามารถสอนเด็กๆ ได้ เธอยินดีที่จะจ่ายเงินคืนให้เป็นสองเท่า ไผ่พญาพูดออกไปอย่างนั้นเพราะเธอไม่ชอบสายตาและความไว้ตัวที่ออกไปทางหยิ่งของภูวนัย

                เสกสรร เจ้าของรีสอร์ทที่อยู่ข้างๆ ฟาร์มสุขของภูวนัย เป็นไม้เบื่อไม้เมากับภูวนัยมาตลอด เพราะกลิ่นขี้หมูที่ลอยมาจากฟาร์มของภูวนัย ทำให้ไม่มีแขกเข้ามาพักที่รีสอร์ทของเสกสรร เสกสรรจึงได้พยายามหาทางที่จะฮุบหรือไม่ก็กำจัดไอ้ฟาร์มหมูออกไปให้ได้

                ไผ่พญาอยากตบปากตัวเองที่ดันไปท้าพนันกับภูวนัยเอาไว้ เพราะเพียงวันแรกที่เธอได้พบเด็กๆ ทุกคนมีท่าทางแสบ ม่านหมอก พี่สาวคนโตวัย 15 ขวบ มีลักษณะราวกับถอดแบบมาจากนักร้องดังเมืองปลาดิบ ม่านเมฆ น้องชายคนเล็กวัย 10 ขวบ แสนซนและคิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ สองพี่น้องสุดป่วนเล่นงานไผ่พญาเพียงแค่วันแรกที่เจอ แต่ไผ่พญาก็ไม่ยอมแพ้เพราะพนันกับภูวนัยไว้

                ไผ่พญาคิดหาวิธีการรับมือต่างๆ นานา รวมถึงการสอนแบบคุณครูจำแลง ไผ่พญาจึงได้นำเด็กๆ ไปที่เล้าหมู ที่นั่นทำให้เธอได้พบกับ ผจญ หนุ่มชาวอีสานที่มาลงหลักปักฐานที่นี่ เพราะความหลงใหลในกลิ่นขี้หมู แก้วใจ สาวชาวใต้ผู้แสนจะเรียบร้อย และคนงานอีกจำนวนหนึ่ง ทุกคนล้วนแต่เป็นคนร่าเริงสนุกสนาน พูดจาเป็นมิตร จะมีก็แต่ พรรณราย ลูกสาวสุดรักสุดหวงของเสกสรร ผู้มีใจให้กับภูวนัยอย่างเต็มที่แม้ว่าจะถูกเสกสรรสั่งห้ามยุ่งเกี่ยว แต่พรรณรายมักจะไปมาหาสู่ เข้ามาจีบภูวนัยที่ฟาร์มสุขแทบทุกวัน จึงทำให้พรรณรายได้พบกับไผ่พญา พรรณรายวางท่ารังเกียจไผ่พญาตั้งแต่แรกเห็น เพราะพรรณรายจะปฏิบัติตัวเป็นปรปักษ์กับผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้ภูวนัย โดยถือคติว่ากันไว้ดีกว่าแก้ เพราะรักแท้มักแพ้ระยะทาง

                ภูวนัยถูกพักราชการเนื่องจากทำงานผิดพลาดหลายครั้ง ทำให้ไผ่พญาได้เจอภูวนัยที่ฟาร์มบ่อยขึ้น ไผ่พญารู้สึกประทับใจในความคิดของภูวนัยที่เอาหมูออกมาเลี้ยงในทุ่งโล่งเหมือนวัว และความสวยงามของฟาร์มที่เหมือนรีสอร์ท แต่เธอรู้สึกว่าความสวยนั้นกลับปราศจากความมีชีวิตชีวา จนเธอพาลนึกไปถึงภูวนัยที่หน้านิ่งเป็นหินไร้ความรู้สึกตลอดเวลา

                ไผ่พญาต้องทนอยู่กับคนหน้ายักษ์ (ภูวนัย) ไปจนกว่าเรื่องจะเงียบลง การปฏิบัติหน้าที่ครูจำเป็นจึงได้เริ่มขึ้น

 

......................................

(จอแก้ว : คุณชายเลี้ยงหมู...คุณหนูเลี้ยงแกะ)