
เปิดมุมมองใหม่'อ๊อฟ ปองศักดิ์'
เปิดมุมมองใหม่ 'อ๊อฟ'ศิลปินที่ไม่ได้มีดีแค่น้ำตา
หายไปนานกับการมีเพลงซิงเกิ้ลใหม่ของ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ กลับมากับอัลบั้มที่ 6 ภายใต้สังกัด "จีเอ็มเอ็ม เอ (GMM A)" ซึ่งแค่เพลง "ของตาย" แค่เพลงเดียว นักร้องที่ได้รับการยอมรับอย่างอ๊อฟต้องใช้เวลาในการเข้าห้องอัดกว่า 6 ชั่วโมงเต็ม ถือเป็นเพลงที่อ๊อฟใช้เวลาอัดนานที่สุดในชีวิต โดยได้โปรดิวเซอร์ใหม่อย่าง "หมู มูซู" มาช่วยดูแลในการร้อง อ๊อฟเล่าให้ฟังว่า เพลง “ของตาย” เป็นซิงเกิ้ลที่ใช้เวลาทำงานกันมานานมาก เตรียมงานกันเป็นปี ไม่ว่าจะเป็นการเลือกโปรดิวเซอร์ ที่มาทำงานในอัลบั้มชุดนี้ รวมถึงเรื่องราว ที่จะนำมาเขียนเนื้อเพลง และเพลงนี้ทำให้เขาได้ทำงานกับ หมู มูซู ครั้งแรก
"พี่หมูเป็นคนค่อนข้างทำงานละเอียดมาก ในวันที่เข้าห้องอัด อ๊อฟใช้เวลาเกือบ 6 ชั่วโมง กว่าจะอัดเพลงนี้เสร็จ ยอมรับว่ากดดัน เพราะเราไม่เคยทำงานกับพี่เขามาก่อน แต่พอเพลงทำออกมาเสร็จเรียบร้อย มันเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากๆ เพลงนี้มีความเปลี่ยนแปลงในด้านการร้องเยอะมาก เพลงนี้อ๊อฟจะร้องแบบโซล ผสมแจ๊ส ดนตรีเพลงนี้เป็นแนว อาร์ แอนด์ บี ที่มีจังหวะของดนตรีที่ชัดเจน" อ๊อฟกล่าว เมื่อถามถึงสิ่งที่แตกต่างอีกอย่างของเพลงนี้คือเรื่องของเอ็มวี ที่โดยปกติเอ็มวีของอ๊อฟจะเป็นเรื่องราว ดราม่า
"ตอนแรกที่รู้ว่าจะต้องเปลี่ยนภาพในเอ็มวี โดยปกติภาพในเอ็มวีของอ๊อฟ จะเป็นแบบดราม่า มีเส้นเรื่อง มีเรื่องราว แต่อันนี้จะเป็นแบบที่เป็นภาพขาวดำ ที่เราจะต้องดูนิ่งๆ เท่ๆ ซึ่งเป็นอะไรที่เราไม่เคยทำ ภาพเป็นเหมือนเป็นงานแฟชั่น ยอมรับว่ากดดันมาก แต่เมื่อผลงานออกมาแล้วปุ๊บ มันเหมือนทุกคนก็ตั้งใจทำงานในงานชิ้นนี้ โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คืออยากให้งานออกมาดีที่สุด ทำให้เราเองผ่านช่วงนั้นมาได้ และพองานออกมาปุ๊บมันทำให้เราสบายใจ ฟีดแบ็กค่อนข้างไปในทางที่ดี ไม่มีความคิดเห็นที่ไปในทางที่แย่ๆ" นักร้องหนุ่มบอก
นักร้องหนุ่มยังเผยอีกว่าความแปลกใหม่ของเพลงนี้ ไม่ได้มีแค่ในเอ็มวี แต่รวมไปถึงท่าเต้นในเพลงด้วย โดยนักร้องหนุ่มเล่าให้ฟังว่าสาเหตุที่ในเพลงนี้มีท่าเต้น เพราะว่าโดยปกติแฟนเพลงจะเห็นเขาเต้นเฉพาะในตอนโชว์และในคอนเสิร์ตเท่านั้น แต่ในเพลงงานเพลงของเขาอย่างในอัลบั้ม เขากลับไม่มีเพลงหรือท่าเต้นที่สามารถโชว์ได้ เขากับทีมทำเพลงเลยคิดกันว่าน่าจะลองทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม แต่ก็คิดในทางกลับกันว่าถ้าเต้นในเพลงเร็วก็ไม่ได้แปลกใหม่อะไร เขาเลยตัดสินใจว่าจะเต้นในแบบที่เป็นเพลงช้า ตัวเขาเองไม่ได้มองว่าเป็นการเต้น แต่เป็นมูฟเม้นท์ประกอบเพลงมากกว่า
"เพลงนี้เป็นเพลงช้าก็จริง แต่เป็นเพลงช้าที่มีบีท ยอมรับว่าตอนแรกอ๊อฟก็งง และไม่ว่าจะทำออกมายังไง ทางค่ายเลยจัดส่งอ๊อฟไปเรียนเต้นกับครูอู๋ (เปรมจิตต์ อำนรรฆมณี) ซึ่งเราก็เคยให้พี่อู๋ออกท่าเต้นตามคอนเสิร์ตอยู่แล้ว แต่ด้วยเพลงนี้เป็นเพลงของเรา เราไม่สามารถไปก๊อบปี้ท่าเต้นใครได้ เราต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่ แล้วมันต้องสร้างให้คนเชื่อด้วย มันเลยค่อนข้างกดดันในช่วงแรกอย่างที่เราบอกไป แต่ไอเดียในการเอาท่าเต้นเข้ามาใส่ในเพลงมันเกิดจากความอยากของเราเอง ตอนไปเรียนเต้นกดดันถึงขนาดร้องไห้เลย เพราะเราไม่ได้เป็นนักร้องที่เป็นนักเต้น คือถ้าจะคาดหวังว่าอ๊อฟจะเต้นสเต็ปเป๊ะ บอกได้ว่าไม่มีแน่ แต่คนจะเห็นเราจากความตั้งใจ อ๊อฟถ่ายทอดอารมณ์ผ่านการมูฟ ไม่ได้ผ่านการเต้น โดยปกติการร้องเพลงของอ๊อฟจะสื่อสารที่หน้าตา เสียงร้อง แต่กับเพลงนี้พอเรามีท่าเต้น เราต้องหาความตรงกลาง ซึ่งเราใช้เวลาระยะหนึ่งเลยกว่าจะหาความตรงกลางนั้นได้ยังไง จนเสร็จสมบูรณ์ออกมา" อ๊อฟกล่าวปิดท้าย



