
ทีวีสีรุ้ง:เลือกออกแบบ'บ่วง'
เลือกออกแบบ'บ่วง' : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง สุนิสา สุขบุญสังข์
ลองนึกภาพผู้ชายเดินอย่างเท่ ออกจากบ้านหลังหนึ่ง เดินได้สักไม่เกิน 5 เมตร ก็บรรจงโยนระเบิดนุ่มๆ แบบไม่แม้จะหันกลับไปมอง ...แต่เราดันแอบเห็นว่าไม่มีเศษชิ้นส่วนของบ้านกระเด็นกระจายออกมาสักนิด แม้กระทั่งเปลวไฟที่ควรจะไล่หลังคนโยนให้บาดเจ็บ หรือแสบร้อนสักนิดก็หามีไม่ ช่างมีอาคมแก่กล้าเหลือเกิ๊น พ่อคุณ พ่อน่าจะไปรบเป็นรั้วของชาติเสียจริงๆ
จะว่าไป "เสือสั่งฟ้า 2" นี่ก็ดูเพลินดีนะคะ อ้อมแฮปปี้ตั้งแต่คุณเคลลี่ (ที่รับบทเป็นปู่) สึกจากพระแล้วหล่อเฟี้ยว ดูดีกว่าใครเลยทีเดียว ทำให้เห็นว่า บวชมา ทำตัวดี ดูแลตัวเอง มันผ่องอย่างนี้นี่เอง จะว่าไปการที่คุณเคลลี่บวชแล้วยังสึกมายุ่งกับทางโลกนี่มันก็สอนให้เห็นความไม่แน่นอนของชีวิตนะคะว่า บางทีคนเราตั้งใจจะตัดแล้วก็ตัดไม่ขาด ซึ่งในทางกลับกัน ฝั่ง "บ่วงบาป" ปอ ทฤษฎี จากที่เป็นคนหมกมุ่น ตัดอะไรไม่ค่อยจะได้ แต่สุดท้ายกลับบวชซะงั้น ชีวิตมันก็อย่างนี้ อย่าคาดหวังไปล่วงหน้า หรือยึดติดอะไรมากไป ไม่ว่าจะสิ่งดีหรือสิ่งร้าย ดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาทแหละดีค่ะ
สำหรับตอนจบของ "บ่วงบาป" ที่เพิ่งผ่านไป มีการนำเสนอเรื่องของบ่วงกรรม ใครทำอะไรได้อย่างนั้น ตามหลักของพุทธศาสนา ต้องขอยอมรับค่ะ ช่วงที่อ้อมดูละครเรื่องนี้ไปถึงจุดที่ขุนพิทักษ์ (ปอ ทฤษฎี) โดนของ(อีกรอบ)แล้วตอนนั้นแม่ตัวเองดันตาย ทำเอาสติท่านขุนแทบหลุดเลย ถึงขั้นไม่คิดหาต้นสายปลายเหตุอะไรในชีวิต ฟังแต่น้องรำพึง(พลอย) คนเดียว เป็นเหตุให้เขาแทบจะฆ่าล้างโคตรของอีชุ่ม(น้องหยาด) ตายเรียบทั้งพ่อ แม่ พี่ชาย... ตอนนั้นอ้อมนึกสงสัยอยู่ว่า ถ้าน้องหยาดเป็นนางเอกคู่ปอ แล้วการที่คนเราฆ่าครอบครัวเขาขนาดนี้ ชีวิตมันจะกลับมารักกันได้ง่ายๆ อีกหรือ มันจะไม่ตะขิดตะขวงใจกันบ้างเลยใช่ไหม ความรักมันจะไปต่อได้ยังไง
จริงๆ ก่อนที่จะมีตัวละครรุ่นเล็กโผล่มา น้องหยาดก็เริ่มทำให้คนดูรู้สึกแล้วละว่า "เอาวะ ความรักต้องรู้จักให้อภัย" เพราะดูทรงแล้วก็เริ่มมีความสุขตามอัตภาพกันทั้งน้องหยาด พี่ปอ และลูกน้อย ซึ่งถ้ามันจบแค่นั้นอ้อมคงผิดหวังนิดๆ แหม! ไม่ได้ใจร้ายนะคะ แค่ต้องการความยุติธรรมบางอย่างค่ะ
ค่อยยังชั่วที่ต่อมาทุกอย่างก็ชัดเจนขึ้นว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม สิ่งที่อ้อมรอคอยก็มาถึง ใครเริ่มผูกบ่วง คนนั้นก็ต้องเป็นคนแก้ ถ้าแก้ไม่ได้ มันก็จะตามรัดไปไม่จบไม่สิ้น
แล้วผลกรรมเหมือนอย่างที่แม่ของขุนพิทักษ์ (อาตุ๊ก ดวงตา) ได้บอกลูกชายก็ปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าการต้องพลัดพรากกันของครอบครัวปอ-หยาด ชนิดที่ถึงกลับมาเจอหน้าก็จำกันไม่ได้ ลูกของตัวก็ไม่ได้เลี้ยงเอง หนำซ้ำกว่าจะได้พบคนที่รัก ชีวิตก็พลิกผันจากลูกพระยาก็ต้องมาเป็นจับกัง คนงานต่ำต้อยที่ไม่มีใครอยากสนใจ
หรือแม้แต่คนอย่าง "นังจวง" ผู้ที่ไม่เหมาะจะเป็นกัลยาณมิตรของใคร เพราะดึงกันให้ตกต่ำ ทำแต่เรื่องชั่ว ก็พบจุดจบเช่นกัน แต่ในตอนสุดท้าย เราอาจจะได้เห็นข้อดีของจวงบ้าง นั่นคือความจงรักภักดี พร้อมตายเพื่อนายข้า กรอกยาแล้วกอดขานายตาย แบบผู้ชายอกสามศอกบางคนยังไม่กล้า ซึ่งอ้อมเลยไม่แน่ใจว่า หรือจริงๆ จวงไม่ควรมีนายเป็นรำพึง เพราะถ้าจวงมีนายดี ชีวิตจวงอาจดีเลยก็ว่าได้ เข้าตำรา เลือกนายผิด คิดจนตัวตายละมั้งเนี่ย
ด้าน "พ่อขุนไวย" เลือกรักคนผิด หลับหูหลับตาตามใจ สุดท้ายรับโชคแบบเต็มๆ ลูกที่รักนักรักหนาก็ไม่ใช่ลูกตัว ผู้หญิงที่เทิดทูนก็ทำทุกอย่างพังทลาย แต่... ไม่น่าเชื่อ เขากลับยังเลือกดูแลลูกของคนอื่น และเมียที่หมดสภาพแบบไม่เหลือชิ้นดีอย่างเต็มใจ จะเรียกว่ารับกรรมก็ได้ แต่เป็นการรับอย่างเต็มใจมากจนจะมองว่า นี่เป็นรักแท้ไม่มีข้อแม้เลยก็ว่าได้...
ส่วน "ชุ่ม" ไม่ต้องพูดถึง เธออาจผิดที่เลือกรักคนผิด ไปคิดรักผู้ชายแบบขุนพิทักษ์ ชีวิตถึงไต่ขึ้นลงเหมือนกราฟตลาดหุ้น เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่อย่างน้อยในความเป็นคนดี เธอถึงอยู่ได้และอยู่รอดจนนาทีสุดท้าย อย่างคนที่ใจ "ไม่ร้อน" ที่สุดในบรรดาคนทั้งหมด
อ้อมไม่ถามดีกว่าค่ะว่าคุณอยากมีชีวิตเหมือนใครในเรื่องนี้ แต่จะถามว่าถ้า "ไม่อยาก" มีชีวิตเหมือนหรือมีบางส่วนใกล้เคียงกับพวกเขา เราจะออกแบบบ่วงกรรมของเรายังไงกันดี
.......................................
(หมายเหตุ เลือกออกแบบ'บ่วง' : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง สุนิสา สุขบุญสังข์)



