
ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของทีวีพลาสม่า
ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของทีวีพลาสม่าที่ Panasonic ปั้นให้ไปต่อได้! : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow
บ่องตง (เอาอีกแล้ว...บอกแบบนี้อีกแล้ว!) ว่าหลายปีมานี้ผมไม่เคยได้ซื้อหรือติดตามวงการจอทีวีไฮเอนด์เสียเท่าไหร่นัก ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนครั้งยังโสดได้ตามติดวงจรของพวกนี้อย่างถี่ถ้วน รู้สเปก รู้เทคโนโลยี ทำเงินทำทองได้เท่าไหร่ก็ไปขนมันเข้ามาในบ้าน แต่ก็นะ..ตั้งแต่มาอยู่ภายใต้อาณัติของภรรยา โลกเครื่องเสียงและโฮมเธียเตอร์ของผมก็หยุดลงที่ไอโฟนพร้อมลำโพง Angry Birds เล็กๆ ที่มีเบสภายในพอท้วมๆ สมตัว จากที่เคยฟังกระหึ่มในห้องนอนได้ ทันทีที่มีบุตรธิดาก็อันจะต้องย้ายไปฟังตึ้มๆ ในห้องน้ำแบบโลกส่วนตั๊ว...ส่วนตัว กลายเป็นคน "พอใจง่าย" อะไรๆ ก็แฮปปี้ไปซะเฉิบๆ (ฮา)
2 ปีที่แล้วผมเคยเนียนไปถอยจอ LED TV ของ SAMSUNG ขนาดเพียง 32" ที่เบาและบางเฉียบ เพื่อขนไปชะอำจัดกิจกรรมให้เด็กๆ พิการซ้ำซ้อนจากโรงเรียนศรีสังวาลย์ให้พวกเขาได้ลองเล่น Microsoft Kinect (เกมที่ควบคุมโดยการเคลื่อนไหวของร่างกาย) ก็เป็นที่ชื่นมื่นกันมาก แต่พอกลับมาถึงบ้านคุณตุ๊กภรรยาผมเธอก็ขอใช้สิทธิ์ผู้บริโภคอันชอบธรรมที่ Tesco Lotus แปะประกาศไว้ว่า "หากไม่พอใจในสินค้า เปลี่ยนหรือคืนเงินได้ใน 7 วัน" ...ครับ เธอเอาไปคืน!! ผมงี้ตาละห้อย กลับมาอยู่กับไอ้ Sony Trinitron ตูดใหญ่ที่บ้านต่อไป ...ซึ่งก็ถูกของเมียผมแหละ ในเมื่อจอทีวีที่บ้านมันยังดีๆ อยู่แล้วจะไปทะลึ่งซื้อใหม่ทำไม? จอที่ใช้ดูหนังทั้งโลกของผมในห้องนอนทุกวันนี้เป็น Sony Trinitron จอ WideScreen รุ่นสุดท้ายก่อนหยุดสายการผลิตทำไปจอ LCD TV "บราเวีย" แทน ผมซื้อทีวีเครื่องนี้ก่อนที่โซนี่จะออก Bravia เพียง 2สัปดาห์ สร้างความเจ็บแปล๊บๆ ที่ทรวงอกให้ผมทุกครั้งที่เดินผ่านแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า ...แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือ "มันไม่เคยเสีย!" ซื้อตั้งแต่ปี 2005 พร้อมกับการแต่งงาน (กะไว้ว่าจะเอาเป็นสินสมรส) ครั้งหนึ่งจอมันกะพริบปริบๆ ผมกู่ร้องด้วยความสะใจว่าจะได้ซื้อของใหม่เป็นแน่แท้ แต่วันถัดมา...มันหาย! เมียผมยิ้มสะใจที่มุมปากบอก "ฉันโทรเรียกช่างมาซ่อม!" ...จากนั้นจนถึงวันนี้มันไม่เคยเสียอีกเลย! บลูรง-บลูเรย์มีดูกะเค้าแต่ดูผ่านสาย 3สี Component ก็สบายใจไปเนียนๆ เพราะเป็นจอแก้ว ภาพชัดกว่าจอ Bravia รุ่นแรกอีกนะเอ้อ!
ความตื่นเต้นกลับสู่ลมหายใจเข้าออกผมอีกครั้งเมื่อบริษัท Panasonic Siew Sales ประเทศไทย ได้ติดต่องานเข้ามาให้ผมไปเป็นพิธีกรเปิดตัวจอทีวีใหม่ในวันที่ 4 เมษายน ณ โรงแรม Grand Fourwings ถนนศรีนครินทร์ ด้วยความที่ทีมงานและเอเจนซีกระตือรือล้นก็นัดผมรับบรีฟงานนี้ที่สตูดิโอแบไต๋ไฮเทคเป็นการล่วงหน้ากว่า 2สัปดาห์ วันบรีฟคุณฬุริยา Product Manager สาวทรงพลังก็นำสไลด์ประกอบการนำเสนอมาให้ผมชม เล่าถึงเทคโนโลยีทุกอย่างที่จอทีวียุคใหม่ทำได้และที่พลาสม่าของ Panasonic ทำได้เหนือกว่ายี่ห้ออื่น หัวสมองผมตอนนั้นกลายเป็นสมีกอล-กอลั่มไปชั่วขณะหนึ่ง นึกในใจ ... my precious!!! ไม่ทันขาดคำคุณฬุริยาบอกผมว่า "จะขอส่ง TV รุ่นนี้ที่ตัวเล็กที่สุดแต่ฟังก์ชันครบไปบ้านคุณหนุ่ยนะคะเผื่อจะได้ลองเล่นก่อน" และแล้วเธอก็ส่งมาจริงๆ ครับ!! โดยไอ้ตัวเล็กที่สุดที่ฟังก์ชันครบๆ ของเธอคือ 50" โอ้โหววววว... งานนี้เมียผมไม่รู้จะส่งคืนยังไงแล้วครับเพราะผมไม่ได้ซื้อเอง!!
แกะกล่องออกมาพบว่าเป็น TV Plasma ที่บางมากครับ บางเกือบอยู่ในระดับเดียวกันกับ LED TV แล้วล่ะ นี่ถ้าเทียบกับ Plasma รุ่นแรกของ Samsung สมัยปี 2003 ที่ผมถอยออกมาด้วยเงิน 1แสน 7หมื่นบาทสมัยทำงานได้เงินเป็นกอบเป็นกำใหม่ๆ ความหนาของตัวเครื่องจัดว่าพัฒนาการดีขึ้นมากครับ ดูจากทิศทางของ Plasma TV แล้ว Panasonic เหมือนจะเป็นผู้ผลิตรายเดียวที่ยังตั้งมั่นกับจอชนิดนี้อยู่ กระแสข่าวที่ออกมาว่าจะ "ลดสายการผลิต" ก็เป็นปีหน้าหาใช่ปีนี้ Panasonic ใส่ความเป็น Smart TV เต็มขั้นลงไปกับรุ่น SmartViera ที่ส่งมาให้ผมได้ทึ่งนี้
(เป็น The New Smart Viera โฉม 2013 ที่เพิ่มความสามารถ 5 ด้านให้สูงขึ้นอีก สังเกตโลโก้ SMAR'TV'VIERA สิ ออกแบบได้ดีนะ ซ่อนตัวอักษร TV ไว้ตรงกลาง)จากจอ Plasma ที่เคยมีราคาแพงมากในอดีต กลายเป็นจอ Plasma ที่ "ทุกคนสามารถซื้อหาได้"
แต่ยังไงๆ มันก็ยัง "หนักมาก" อยู่ครับ ผมเสียเหงื่อกับการติดตั้งไปพอสมควร เปรียบตัวเองไว้ในอินสตาแกรมว่า "เหนื่อยเหมือนปั่นจักรยานมา1รอบ" เมื่อเสียปลั๊กไฟเข้าเครื่อง ก็ชอบตั้งแต่คลิกแรก Panasonic ออกแบบ "Grip" ล็อกสายไฟกับเต้ารับให้มันยึดติดกันสะบัดไม่หลุด เปิดจอออกมาถึงกับผงะ! คือ "หน้าจอ Home Screen" ที่ออกแบบมาให้ "Personalize" คือปรับตามความชอบของคนแต่ละคนในบ้าน ไอคอนกว่า 3 โหลของแอพบน SmartTV เลือกมาเรียงบนจอได้ตามใจ ยิ่งในรุ่นไฮโซขึ้นไปจะมีกล้องหน้าที่ทำหน้าที่ "ถ่ายหน้าคนเปิดทีวี" แล้ว Detect ว่าเป็นใครแล้วเปิด Home Screen ตามแบบที่คนคนนั้นเคยเลือกไว้ขึ้นมา ปัจจุบันผู้สร้างคอนเทนต์ไทยอย่าง MCOT, 3BB iPTV, VoiceTV ได้ตบเท้าเอาระบบ Digital Content ของตัวเองมาแปะไว้บน Home Screen ของ SmartTV พานาโซนิคแล้วนะครับ (ค่าย Nation เอาไปแปะไว้กับจอ Samsung, LG, Sony) ก็นับว่าเห็นทิศทางชัดเจนว่าโลกยุคนี้และต่อๆไปผู้คนว่างดูทีวีน้อยลงก็ต้องดู On Demand กันมากขึ้น (เตรียมเน็ตแรงๆ ไว้ใช้ก็แล้วกัน) Panasonic ยังเพิ่มความคุ้มให้คนที่คิดจะเอาอินเทอร์เน็ตไปต่อทีวีของเขาด้วยบริการ Cloud เก็บไฟล์ไว้ให้บนเซิร์ฟเวอร์ของพานาโซนิค ไม่ต้องกังวลว่าไฟล์จะเต็มเครื่อง (ส่วนจะเก็บไว้ให้นานแค่ไหน ผมไม่แน่ใจนะ)
เรื่องความคมชัดของภาพ "หายห่วง" ครับ นี่คือเหตุผลที่ทำไม Panasonic ถึงยังยึดมั่นในการผลิต Plasma ภาพชัดจัดๆ และเนียนตามากครับ ยิ่งช่วงฉากเฟดดำนี่หายห่วงเลย เพราะจอมัน"ดับแสง"ตามฉากเลย ไม่เกิดฝ้าๆ เขียวๆ มีริ้วๆ แบบจอรุ่นอดีต ผมงัดเอาแผ่น Blu-ray 3D ที่ผมชอบซื้อสะสมไว้แต่ไม่มีโอกาสได้ยลสักทีมาใส่ พบว่า Panasonic เป็นอีกแบรนด์ที่ผมเพิ่งรู้ว่าเขาเก่งด้าน 3 มิติมาก ภาพลึกเข้าไปสะใจโสตประสาทเลยล่ะ แต่เทคโนโลยีแว่นของเขายังต้องอาศัยแบตเตอรี่อยู่ ซึ่งจะต่างจากชัยชนะของ LG ที่ประกาศว่าผลิตแว่น 3D ไม่ง้อถ่านได้แล้ว (ส่วนภาพของใครจะมีมิติกว่ากัน ผมต้องชวนคุณผู้อ่านไปเทียบเองที่ห้างใกล้บ้านครับ)
ความแนวที่ผู้ผลิตทีวีทุกยี่ห้อหันมาทำในเวลานี้คือ "App รีโมท" พานาโซนิคเองก็เป็นอีกเจ้าที่ทำแอพ "Viera Remote2" ออกมาใหม่แทนตัวแรกที่ทำหน้าที่ได้น้อย ความเจ๋งสุดๆ ที่ยังไม่เห็นคนอื่นทำได้คือฟังก์ชัน "Swipe & Share" เอารูป/วิดีโอจากสมาร์ทโฟนที่ลงแอพไว้ โยนผ่าน WiFi ในบ้าน (ทั้ง 2 เครื่องต้องอยู่ในวง WLAN เดียวกัน) เข้าสู่ TV และหากเพื่อนอีกคนในบ้านอยากได้ไฟล์นั้นก็ลากลงใส่เครื่องตัวเองได้เลยโดยไม่ต้องง้อรีโมททีวี (ผมส่งเสริมว่าไฟล์ที่จะส่งหากันควรเป็นไฟล์ที่คุณสร้างขึ้นเองนะครับ อย่าไปละเมิดลิขสิทธิ์ใคร) จุดนี้ว้าวและตอบโจทย์โลกยุค Post PC มากครับ คอมพิวเตอร์แทบจะหมดความหมายไปแล้ว (เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้ามันต่อเน็ตได้เอง)
จุดดีอีกจุดของจอ Plasma คือมันเป็นจอกระจกที่แข็งมาก (อันจะเกิดจุดด้อยคือมันหนัก) พานาโซนิคดึงจุดนี้มาโชว์เหนือคือ "ใช้ปากกา Touch Pen เขียนจอได้" เขาสร้างแอพให้เราวาดรูปแบบไวท์บอร์ด, เขียนข้อความฝากไว้บอกคนในบ้านบนหน้าจอ (จะอัดวิดีโอข้อความไว้ก็ได้) หรือใช้จิ้มเล่นกับเกมฝึกสมองบนหน้าจอ แต่คนมีลูกเล็กอย่างผมกลับไม่ตื่นเต้นกับเกมนี้เท่าใดนักเนื่องจากไม่อยากให้ลูกน้อยต้องเข้าไปมองจอใกล้ๆ มากเกินไป ไว้มันโตกว่านี้-แขนยาวกว่านี้อีกหน่อย ภรรยาผมคงอนุญาตให้ผมซื้อจอทีวีใหม่นี้เข้าบ้าน ฮือๆๆ T-T ทุกข์ของคนอยากอยู่ในโอวาสเมีย :)
.......................................
(หมายเหตุ ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของทีวีพลาสม่าที่ Panasonic ปั้นให้ไปต่อได้! : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow)



