บันเทิง

"สเปซ สเตชั่น" แง่คิดในแบบ 
"เขมวิช ภังคานนท์"

"สเปซ สเตชั่น" แง่คิดในแบบ "เขมวิช ภังคานนท์"

04 มิ.ย. 2552

เคยคว้ารางวัลคมชัดลึก อวอร์ด ประจำปี 2550 มา 3 สาขารวด ทั้งศิลปินชายเดี่ยวยอดเยี่ยม อัลบั้มยอดเยี่ยม และเพลงบรรเลงยอดเยี่ยมในอัลบั้มชุดที่ 2 "ซียูแอท ดิ เอ็น ออฟ เดอะ เวิลด์" มาปีนี้ เขมวิช ภังคานนท์ กลับมาอีกครั้งพร้อมอัลบั้มชุดที่ 3 "สเปซ สเตชั่น (Spac

 "ผมไม่ได้ทะเลาะกับสไปร์ซซี่ ดิสก์เลย เพียงแต่ตารางเวลาที่อยากจะออกงานไม่ตรงกัน ตัวผมอยากจะออกให้เร็ว คือจะอธิบายให้ฟังว่ามันมีที่มาจากเมื่อ 2 ปีที่แล้วตลาดซีดีเริ่มถดถอยลงไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว กระทั่งร้านซีดีที่ใหญ่มากในนิวยอร์กปิดตัวลง ในขณะเดียวกันร้านซีดีน้อยใหญ่ก็ค่อยๆ ปิดตัวเช่นกัน ผมเกรงว่าต่อไปจะไม่มีร้านขายซีดีอีก

 จากนั้นผมได้มาคุยกับพี่เต้ง (พิชัย จิราธิวัฒน์ เจ้าของค่าย) พี่เขาคิดว่าผมน่าจะออกได้ประมาณปลายปี พี่เต้งมองว่าเพลงของผมน่าจะเหมาะกับหน้าหนาว ผมเองก็เห็นด้วย แต่ผมเองกลัวว่าพอไปถึงจุดนั้นจะไม่มีตลาดซีดีอยู่แล้ว ซึ่งปัญหานี้มันสำคัญมากสำหรับคนที่เป็นอินดี้ คนที่เป็นคนที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักอย่างผม จะไปแซงคิวศิลปินคนอื่นก็ไม่อยากทำ เลยขอพี่เต้งว่าขอทำเองแล้วกัน เรื่องของเรื่องผมโตมากับเทปคลาสเซ็ท โตมากับแผ่นเสียง ผมผูกพันและชอบอะไรที่จับต้องได้มากกว่า ถ้าผมรอแล้วมันเกิดขึ้นจริง มันน่าเสียดาย" เขมวิชอธิบายสิ่งที่อัดอั้นในใจ

 เขมวิช ย้ำด้วยว่าเขาไม่ได้พึ่งรายได้จากการทำงานเพลงอยู่แล้ว และไม่ได้ห่วงว่าจะกระทบจุดนั้น แต่มองว่าเป็นความโรแมนติก หากมีผลงานออกมา ไม่อยากให้มีไว้สำหรับโหลดแค่เพียงเท่านั้น อีกอย่างการทำงานของเขาอยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่แต่ละเพลงมีความต่อเนื่องกัน ทำให้การออกงานแบบดาวน์โหลดที่ละเพลงเป็นเรื่องลำบาก
 
 นักร้องหนุ่ม ออกปากว่ารางวัลคมชัดลึก อวอร์ดที่ได้มาเป็นแรงบันดาลใจให้ทำงานเพลงชุดที่ 3 ต่อ ทั้งที่เดิมทีตั้งใจว่าจะหยุดทำงานเพลงออกมาแล้ว ด้วยความที่ไม่มั่นใจว่างานที่ทำออกมานั้นมีคนฟัง หรือชื่นชอบหรือไม่

 "พูดจริงๆ เลยว่าถ้าไม่มีรางวัลคมชัดลึก อวอร์ด ชีวิตทางด้านศิลปินของผมมันจบเลย เหมือนชุดแรกเราออกมามันก็เงียบสนิท ชุดที่ 2 มันก็ไม่ได้ขายกลุ่มกว้าง ทำให้ตัวผมไม่ค่อยมั่นใจว่าแล้วมันมีคนฟังหรือเปล่า พอมีกำลังใจจากทางคมชัดลึกมา มันช่วยค่อนข้างมาก เป็นโอกาสที่ทำให้ผมได้ทำอะไรหลายๆ อย่าง ได้รู้จักหลายกูรูด้านดนตรีที่เข้ามาพูดคุย ให้คำแนะนำ ได้รู้จักกับนักดนตรีที่เขาอาจจะรู้จักเราแต่เราไม่รู้จักเขา

 ตัวอย่างเช่น วงแม้นศรี ผมชอบมานาน รู้ว่าเขาเป็นวงที่เล่นดนตรีแนวแจ๊สบู๊ล้างผลาญ ซึ่งเผอิญว่าผมเองก็มีเพลงที่แต่งไว้ลักษณะนั้น นั่นคือเพลงแม่น้ำร้อยสาย ผมคิดว่าเขาน่าจะเล่นให้ผมได้ ก็เลยเข้าไปพูดคุยกับเขา ซึ่งรางวัลคมชัดลึก อวอร์ด ช่วยให้ผมสามารถบอกเขาได้ว่าผมเป็นใคร มีที่มาอย่างไร"

 เมื่อถามถึงเรื่องราวที่สื่อสารออกมาในงานเพลงชุดนี้ เขมวิช กล่าวว่า  
 "ผมมาคิดเนื้อเรื่องที่จะสื่อสารออกมาได้ในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว (2551) ช่วงที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 2 แห่งของอเมริกากำลังจะถูกซื้อไป มีโดมิโนเรื่องตลาดทุนล่มสลาย ประจวบเหมาะกับผมได้คุยกับเพื่อนที่เป็นที่ปรึกษาการลงทุนหลายคน ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่เรารับรู้มาในอดีต หรือประสบการณ์ที่สั่งสมมา มันไม่สามารถนำมาใช้เป็นบริบทได้ในปัจจุบัน ความทรงจำในอดีตมันไม่เป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิตปัจจุบันอีกต่อไปแล้ว

 เนื่องจากผมเป็นคนทำเพลงแนวให้กำลังใจ ในเมื่อมีความอ่อนแอเกิดขึ้น ก็ได้โอกาสที่จะมาให้กำลังใจ เลยคิดคอนเซ็ปต์ได้ว่าอัลบั้มนี้น่าจะพูดถึงการย้ำคิด ย้ำทำของคน เป็นการตั้งคำถามว่าเคยไหมเกิดความรู้สึกว่าวันนั้นเราไม่น่าทำแบบนั้น แบบนี้เลยอยู่เสมอ เหมือนปล่อยให้ปัจจุบันมันผ่านไปแต่กลับถูกอดีตครอบงำแบบไม่มีขอบเขต คล้ายกับสถานีอวกาศที่มีเราอยู่คนเดียว ผมคิดว่าแนวนี้น่าจะเขียนให้เข้ากับดนตรีแบบโปรเกรสซีฟร็อกได้

 อัลบั้มชุดนี้ยังเป็นชุดแรกที่อัดด้วยการใช้สตูดิโอเป็นเรื่องเป็นราว หลังจากปกติผมจะใช้โฮมสตูดิโอที่บ้าน เนื่องจากผมต้องการควบคุมทุกอย่างให้ออกมาดี ด้วยเนื้อหาที่ผมวางไว้ด้วย ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ใหญ่ หากเป็นเรื่องราวที่ค่อนข้างใกล้ชิดเหมือนในอัลบั้มแรก อัลบั้มสอง ก็ไม่เป็นไร แต่พอมาอัลบั้มนี้ผมต้องนำเสนอเรื่องราวใหญ่ๆ นี้ให้ได้ ถ้าผมไม่ทำเต็มที่ คนฟังก็จะไม่ได้รับรู้ถึงความกว้างใหญ่นั้น และเมื่อผมไม่สามารถที่จะเล่นดนตรีได้เท่ากับสิ่งที่ผมอยากได้ ผมจึงไปเชิญนักดนตรีที่ผมต้องมาช่วย"

 และด้วยความที่เขมวิชต้องการให้อัลบั้มนี้ออกมาสมบูรณ์ที่สุด ทำให้จึงมีรายชื่อนักดนตรีฝีมือดีมาร่วมงานมากมาย อาทิ วงแม้นศรี เด่น อยู่ประเสริฐ ฆ้อง โยคีเพลย์บอย ปั๊ม อพาร์ตเมนต์คุณป้า เลสเตอร์ เอสเตบัน ก้อ กรู๊ฟไรเดอร์ส คณาจารย์ดนตรีจาก ม.ศิลปากร ม.มหิดล ม.รังสิต ฯลฯ โดยได้ซาวนด์เอ็นจีเนียร์ชื่อดังจากอเมริกาอย่าง เกร็ก คาลบี้ ซึ่งเคยร่วมงานกันมาตั้งแต่อัลบั้มที่ 2 มาทำมาสเตอร์ให้อีกครั้ง นอกจากนี้เขายังได้หัดเล่นซามิเซ็ง เครื่องดนตรีพื้นบ้านของญี่ปุ่นเพื่อนำเสียงที่เขารู้สึกว่ามันจริงใจมาก ตรงไปตรงมา มาใส่ไว้ในเพลงสื่อสารอะไรบางอย่างอีกด้วย 

 "มีน้องคนหนึ่งเขียนมาในไฮ 5 ของผม ว่าเขากำลังจะสอบ เครียดมาก เลยเอาอัลบั้มแรกของผมมาฟัง ทำให้ตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นมาก เชื่อไหมแค่ผมได้อ่านแค่นั้น มันก็รู้สึกดีมากๆๆๆ มากกว่าการที่ใครจะเอาเงินมาซื้อซีดีผมเลยนะ" เขมวิชกล่าวทิ้งท้ายถึงสิ่งที่เขามุ่งหมายในการทำเพลงออกมา