
สมรภูมิทีวีกีฬา'ซีทีเอช-ทรูวิชั่นส์'แข่งเดือด
สมรภูมิทีวีกีฬา'ซีทีเอช-ทรูวิชั่นส์'แข่งเดือด : โลกไร้เสา
เหลือการแข่งขันอีก 9 นัดก็จะปิดฤดูกาลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่ความเคลื่อนไหวของ บริษัท เคเบิลไทย โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) หรือ "ซีทีเอช" ที่คว้าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 3 ฤดูกาล ยังเงียบผิดปกติ
มิหนำซ้ำ ข่าวการรวมตัวไม่ยอมเข้าร่วมสังฆกรรมกับซีทีเอช ของ "เคเบิลท้องถิ่น" ที่ไม่ได้อยู่ใต้ร่มธง "สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย" กลับกระฉ่อนฉาวไปทั่ววงการ
วันก่อน ทีมข่าวกรุงเทพธุรกิจ จึงเข้าสัมภาษณ์ กฤษณัน งามผาติพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารซีทีเอช จึงทราบว่า ทีมงานซีทีเอชเดินหน้าใส่เกียร์ 5 เต็มที่ เพื่อให้ทุกอย่างเสร็จทันเวลาออกอากาศในอีก 2-3 เดือนข้างหน้านี้ ประเด็นแรงต้าน "โมเดลธุรกิจซีทีเอช" ที่มีผู้ประกอบการสมาชิกเคเบิลท้องถิ่น กังวลใจกับโมเดลธุรกิจนี้ อาจเปิดช่องให้ซีทีเอชเข้าฮุบกิจการของพวกเขา
"เรื่องนี้คลาสสิกมาก ผมมองอีกมุมหนึ่งว่ามีความพยายามตีความประเด็นนี้ให้เป็นความขัดแย้ง เพราะเรามาฟอร์มใหญ่ไม่ใช่เล็ก คู่แข่งก็อาจจะยังไม่ได้เตรียมตัวตั้งรับ ห้ามกันไม่ได้เป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งที่เราต้องทำก่อนตอนนี้คือสร้างองค์กร และแพลตฟอร์มให้เสร็จ"
กฤษณันย้ำว่า ผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่นส่วนใหญ่เข้าร่วมทำธุรกิจกับซีทีเอช แต่เมื่อธุรกิจเพิ่งเริ่มต้นทุกอย่างก็ต้องผ่านการเรียนรู้
"ผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่นบางราย ยังไม่เห็นโครงข่ายว่าจะดีหรือเปล่า บิลลิง (รายได้) จะเป็นยังไง ก็มีความกังวลเยอะไปหมด เป็นเรื่องปกติ เราพยายามอธิบายและพูดชี้แจงให้ผู้ประกอบการแต่ละรายให้เข้าใจ ทุกอย่างเป็นจุดเริ่มต้น ก็ต้องรอเวลาให้มั่นใจและชัวร์อีกสักระยะจึงจะเข้ามาร่วมกับซีทีเอช"
ซีทีเอชจึงให้ความสำคัญคือการ "เชื่อมต่อ" สัญญาณถึงครัวเรือนของผู้บริโภค โดยเฉพาะฐานลูกค้าเดิม 2-3 ล้านราย เพื่อสร้างฐานลูกค้าให้แข็งแกร่ง สร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีที่จะมาเข้าร่วม
"ตอนนี้เราต้องทำงานกันหนักมาก องค์กรก็ต้องสร้าง ออฟฟิศเรายังไม่เรียบร้อย แต่การแข่งขันเริ่มต้นแล้ว”
ขณะที่การเชื่อมต่อสัญญาณ ก็ยังเผชิญปัญหาทางเทคนิคหลายประการ ทั้งสาย อุปกรณ์ติดตั้งที่ยังมาไม่ทัน ฉะนั้นตามแผนที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่เกินกลางเดือนมีนาคม อาจต้องล่าช้าออกไป
เฉพาะหน้านี้ ซีทีเอชต้องเร่งดำเนินการอีก 3 ด้าน ได้แก่ 1.การสร้างเน็ตเวิร์กให้ครอบคลุมทั่วประเทศในเวลาสั้นที่สุด 2.การวางแพลตฟอร์มของคอนเทนต์ ซึ่งไม่ใช่แค่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่บริษัทกำลังสร้างคอนเทนต์ที่ดีมีคุณภาพเพื่อให้ทันเวลาออกอากาศเต็มรูปแบบจากปัจจุบันเป็นการทดลองออกอากาศ และ3.การวางแผนกลยุทธ์การตลาด การรีแบรนด์ และทำตลาด ทั้งหมดต้องสร้างในเวลาเดียวกัน
ขณะที่ผู้บริโภคต้องการทราบ "ราคา" หรือแพ็กเกจเพย์ทีวีของซีทีเอช กฤษณัน ย้ำว่าจะมี "บิ๊กเซอร์ไพรส์" ให้วงการเพย์ทีวีและผู้บริโภคอย่างแน่นอน
"ซีทีเอชจะสร้างความฮือฮาสำหรับแพ็กเกจระดับพรีเมียมที่เจาะตลาดบน ซึ่งจะมีทั้งราคาที่สูงกว่าและต่ำกว่าคู่แข่งรายเดิม โดยจะใช้คอนเทนต์เป็นตัวกำหนดราคา แน่นอนคอนเทนต์ที่ดีย่อมไม่มีให้ดูฟรีๆ แต่ย้ำว่าทุกคนจ่ายไหวโดยเฉพาะตลาดแมส ที่ซีทีเอชต้องการขยายฐานให้ใหญ่ขึ้นอยู่แล้ว" กฤษณัน กล่าว
000
ด้านเจ้าของลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก อังกฤษเดิมอย่าง "ทรูวิชั่นส์" ก็ต้องปรับขบวน เพื่อรองรับการขาดหายไปของเกมลูกหนังอังกฤษ โดยมุ่งนำเสนอคอนเทนท์กีฬาหลากหลาย ทั้งในและต่างประเทศ ไม่เพียงแต่กีฬาฟุตบอลเท่านั้น
องอาจ ประภากมล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานคอมเมอร์เชียล บริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าแม้จะไม่ได้บริหารลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลใหม่นับจากเดือน ส.ค.นี้ แต่คอนเทนท์กีฬาดังระดับโลกและกีฬาดังในไทยยังอยู่ในมือทรูฯ อีกจำนวนมากและมีสัญญาต่อเนื่อง2-3 ปี อีกหลายรายการ ทำให้ปัจจุบันทรูวิชั่นส์ ยังถือเป็นผู้นำ "คิงส์ ออฟ สปอร์ต"
ยุทธศาสตร์สำคัญของทรูวิชั่นส์ปีนี้ จะย้ำภาพความเป็น "ผู้นำการถ่ายทอดสดกีฬาชั้นนำ" และซูเปอร์สปอร์ตระดับโลกที่ดีที่สุดและมากที่สุด กว่า 1,200 ชั่วโมงต่อเดือน จาก 21 ช่องกีฬา พร้อมเสนอการถ่ายทอดสดช่องกีฬาระบบเอชดี 3 ช่อง
จุดขายของทรูฯ ที่เริ่มทำการตลาดได้ คือการถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 238 แมทช์ต่อฤดูกาล และพร้อมจะประมูลลิขสิทธิ์ไทยพรีเมียร์ลีกใน 3 ฤดูกาลใหม่ปีหน้า
ขณะเดียวกันยังได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดวอลเลย์บอลไทยแลนด์ลีก ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของคนไทย ,วอลเลย์บอล เวิลด์กรังด์ปรีซ์ ,การแข่งขันแบดมินตัน ฯลฯ
ด้านลิขสิทธิ์กีฬาต่างประเทศมีการถ่ายทอดสดด้วยระบบเอชดี ไม่ว่าจะเป็น บาสเก็ตบอล NBA , กอล์ฟรายการเมเจอร์ ,อเมริกันฟุตบอล NBL , เทนนิส ครบทุกแกรนด์สแลม ,มอเตอร์สปอร์ต ทั้งเอฟวันและโมโตจีพี, สนุ๊กเกอร์ชิงแชมป์โลก, ศึกมวยชิงแชมป์โลก, มวยปล้ำดับเบิลยูดับเบิลอี เป็นต้น โดย 70-80% เป็นการถ่ายทอดสด
องอาจ กล่าวอีกว่าด้วยฐานสมาชิกประมาณ 2 ล้านราย และกว่า5 แสนรายที่เป็นกลุ่มพรีเมียม “ช่องกีฬา” ไม่ใช่คอนเทนท์เดียวที่ตอบโจทย์สมาชิกทรูฯ แต่ยังมีคอนเทนท์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นช่องบันเทิง ความรู้ สารคดี โดยในเดือนเม.ย.นี้ ทรูฯ จะเปิดตัวช่องรายการใหม่ๆ ,ช่องเอชดี และลิขสิทธิ์ที่ได้เพิ่มเติม พร้อมเสนอแพ็คเกจใหม่ๆ ให้กับสมาชิกได้เลือกใช้บริการ เพื่อชดเชยการพลาดชมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ
มิเพียงซีทีเอช กับทรูวิชั่นส์เท่านั้น ที่ชูคอนเทนท์กีฬาเป็นธงนำ เพราะเวลานี้ แกรมมี่ก็เปิดธุรกิจเพย์ทีวี ด้วยการขายช่องกีฬา เดือนละ 400 บาท รวมถึงอาร์เอส ที่ขายช่องลาลีกา สเปน เดือนละ 100 บาท
สมรภูมิเพย์ทีวี คึกคักด้วยการแย่งชิงตลาดมหาชน เพราะมีแต่มนต์ขลังของกีฬายอดฮิต จึงจะกระชากเงินออกจากกระเป๋าผู้บริโภคได้
.......................................
(หมายเหตุ สมรภูมิทีวีกีฬา'ซีทีเอช-ทรูวิชั่นส์'แข่งเดือด : โลกไร้เสา)



