บันเทิง

'ซัมซุงกาแลคซี่ S4'ดูกี่ทีๆก็เหมือนNote2

'ซัมซุงกาแลคซี่ S4'ดูกี่ทีๆก็เหมือนNote2

19 มี.ค. 2556

บ่องตง! ซัมซุงกาแลคซี่ S4 ดูกี่ทีๆ ก็เหมือน Note 2 ทำไมมันคล้ายกันนักนะ คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow

          มีนาคมผ่านไปเพียงครึ่งเดือน สำหรับผมแล้วมันมีเรื่องผ่านหูผ่านตาเยอะมาก เรื่องแรกคือหน้าผากถูกแสตมป์เลข "35" ลงไปซะแล้ว แต่ก็ยังไม่เกิดริ้วรอยบนใบหน้า รักษาอาการหนุ่มไว้ได้เพราะการปั่นจักรยานและการควบคุมอาหารแท้ๆเลย โลกโซเชี่ยลทำให้ได้ผมสะท้อนแนวคิดเรื่อง "ไม่ฉลองวันเกิด" แต่ใช้วันคล้ายๆ วันเกิดนั้นกลับไปใช้ชีวิตอยู่กับแม่กอด/กราบขอบคุณท่านแทนการเลี้ยงฉลองซึ่งมองไม่ออกจริงๆ ว่าจะฉลองความสำเร็จอะไรได้ในเมื่อวันนั้นเมื่อ 35ปีก่อนเรายังไม่ได้ทำอะไรเลย อยู่เฉยๆ ให้แม่เบ่งปุ๊ดออกมา.. เรียก "วันชัยชนะของแม่" ดีกว่า หาใช่วันแห่งความสำเร็จตัวเอง ชีวิตนี้เรายังหาเรื่องฉลองได้มากมายหลายโอกาส "ครบรอบแต่งงาน-บริษัท, ได้โปรเจกท์ใหม่, ปิดจ็อบงานได้สำเร็จ, ขอบคุณเพื่อนร่วมงาน, งานรวมญาติพี่น้อง ฯลฯ" มีคุณค่ากว่าแฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูมีเยอะนัก แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่ลืมคือ "คำอวยพรของทุกคน" ส่งเข้ามาเพื่อบอกว่า "ฉันไม่ลืมเธอ" อันนี้นับว่าอบอุ่นนัก


          เช้าวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทยก็ตรงกับช่วงเวลา "Unpacked" ของซัมซุง ชื่องานที่กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของ "มือถือแบรนด์ยักษ์ใหญ่" ของโลกรายนี้ (น่าภูมิใจนะที่เอเชียเราผงาดได้ถึงเพียงนี้) เวลาจะเปิดตัวมือถือรุ่นเทพที่สุดของปี ซัมซุงก็จะใช้ชื่องานนี้โดยเลือก "มหานครใหญ่ยักษ์ของโลก" ครั้งนี้ซัมซุงเลือก "New York" โดยใช้บรรยากาศงานเปิดตัวภายใต้ธีม Broadway ...เลิกนิสัยโอ้อวดสเปกเครื่อง แต่ไปเน้นการพูดถึง Feature หรือความสามารถเครื่อง (ตามรอย Apple ซึ่งเทพด้านการสร้างความว้าวในการเปิดตัวมานานแล้ว) แต่จะเก๋กว่าก็ตรงซัมซุงใช้การเล่าเรื่องแบบละครเพลง ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือที่เนี้ยบที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยเห็นเลยล่ะ บริษัทไทยซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ โดยการนำของ @jakrapong ฝ่าย Social Media ก็ได้ขนกองทัพ Blogger ไปพักฟรีที่ Hard Rock Hotel พัทยาเพื่อตื่นมาชมการถ่ายทอดสดด้วยกัน พี่หลามจิ๊กโก๋ไอทีแห่งรายการแบไต๋ไฮเทคร่วมสังเกตการณ์


          แต่แล้ว "หน้าตาของ Galaxy S4" ก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย เห็นครั้งแรกผมนึกว่าเปิดภาพผิดเป็น Galaxy Note II ด้วยซ้ำ ซึ่งที่ซัมซุงทำหน้าตาออกมาซ้ำๆ ก็เป็นได้หลายเหตุผลตั้งแต่ "ดีไซเนอร์หมดมุก" , "ต้องการสร้างอัตลักษณ์ถาวรแบบไอโฟน" หรือแม้กระทั่งผลสำรวจลูกค้าชอบดีไซน์โค้งมนแบบนี้ของซัมซุงแล้ว (อ้าว! ก็แหมมมม Design For Human นี่นา)


          หน้าตา TouchWiz UI (หน้าจอสไตล์ซัมซุงครอบ Android) ก็กังนัมสไตล์เดิมๆ จะเรียกเสียงฮือฮาได้มากก็ตรงอุปกรณ์เสริมและ "Features" ใหม่ๆ ของเครื่องที่เหมือนจะขนมาถล่ม Nokia Lumia920 / BlackBerry Z10 ที่กะจะให้แท้งก่อนคลอดกันเลยล่ะ


          Samsung Galaxy S4 มีความสามารถในการถ่ายภาพพร้อมกัน 2 กล้อง ทั้งกล้องหน้า-กล้องหลัง ซึ่งผมทึ่งนะที่เกาหลีคิดได้ กล้องหน้า-กล้องหลังเป็นสิ่งที่ติดสมาร์ทโฟนแทบทุกรุ่นมาหลาายปี แต่ไม่เคยมีใครคิดออกถึงประโยชน์ในการถ่ายพร้อมกันทั้ง 2 กล้องเลย... ซัมซุงนำเสนอฟีเจอร์นี้บนเวทีด้วยละครเวที ให้นักแสดงตัวพ่อ ถ่ายภาพลูกและภรรยาโดยที่ตัวเองอยู่ในภาพได้ด้วย! (ไม่ต้องหันกล้องยื่นสุดแขนเหมือนในอดีต) แถมการถ่าย 2กล้องพร้อมกันนี้ยังลามปามไปถึงระบบถ่ายวิดีโอ หรือการทำ Video Call หรือโทรหากันด้วยภาพแบบหมู่คณะ ซัมซุงกลัวว่าตัวกล้องจะฉลาดไม่พอจึงยัดฟีเจอร์ให้อีก เช่น "อัดเสียง 5 วินาทีลงไปในภาพ" หรือ Drama Shot เพื่อถ่ายภาพ 100 เฟรมรัวๆ บนภาพเดียว แสดงมุมมองแบบตัวเราหลายตัวเคลื่อนที่อยู่ในภาพนิ่ง อีกหนึ่งความสามารถที่ทำพนักงาน Nokia และแฟนๆ ทั้งโลกหงายตึงคือ "Eraser" คือการ "ลบคนที่ไม่ต้องการออกจากภาพไปได้" อันนี้ขอเคลมให้ว่า Nokia Lumia มีอยู่ก่อนแล้วในชื่อ SmartShoot ซึ่งโนเกียสร้างความเป็นเอกลักษณ์นี้ได้เพราะไปซื้อกิจการบริษัท Scalado มาเป็นของตนเพื่อยึดแอพนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว... แต่โลกไอทีมัน Exclusive อะไรไว้ได้นานที่ไหน Pirate of Silicon Valley กันทั้งนั้นครับ แนวคิดไหนดีก็สามารถพัฒนาใหม่ด้วยวิธีเขียนโปรแกรมในแบบของตนเองได้ (ไปทะเลาะกันในศาลเองนะครับ)


          ดูเหมือนซัมซุงจะจับจุดได้ว่า "คนทั่วโลก" จะตื่นเต้นกับอะไรในยามต้องการซื้อมือถือใหม่ ครับ..คนส่วนใหญ่ก็ตื่นเต้นกับไม่กี่อย่าง "กล้อง-ความสดของหน้าจอ" และล่าสุดคือ "ความจุแบตเตอรี่" เนื่องจากเราเพลียกับเรื่องนี้กันมานาน... ซัมซุงจัดแบต 2600 mAh ลงมาใน S4 นี้ (แต่ผมไม่เชื่อว่ามันจะอึด จนกว่าจะได้ใช้จริงครับ) สมาร์ทโฟนทั่วๆ ไปแบตจะอยู่ที่ 1800-2300 mAh ซัมซุงใส่ความจุลงไปมากกว่า แต่ Apple ไม่เคยอ้างเลขพวกนี้แต่จะเคลม "ชม.การใช้งาน" (ซึ่งอย่ามาถามฉันว่าแบตกี่มิลลิแอมป์นะยะ) จะว่าไปวงการมือถือพัฒนาจอให้ชัดให้สดมากเกินไป จนลืมพัฒนาแบตเตอรี่ที่จุได้มากแต่เบาบางตามไซส์เครื่องที่ถือคติต้องบางๆๆๆๆๆลงอีก (อีกหน่อยจะบางจน "ใส" เลยครับ คอยดู)


          อีกประการที่โลกต้องรับรู้คือ NFC (Near Field Communication) ผมอธิบายแบบ "คำแปลไทย" ใน WindowsPhone ที่ไมโครซอฟท์ประเทศไทยทำการแปลไว้ได้ดีมาก นั่นคือคำว่า "แตะ-ส่ง" เพียงเอามือถือมาแตะๆ กันก็ฟีเจอริ่งกันได้หลายเรื่อง ส่งภาพ, ส่งคอนแทค, ซิงค์ข้อมูล, ส่งเสียงออกลำโพง และอีกสารพัด (ในอนาคตอันใกล้มันจะใช้แตะเพื่อชำระเงินตามระบบขนส่งมวลชน-ร้านรวงยิบย่อยได้อีก บ้านเราผู้ให้บริการที่ออกตัวชัดเจนสุดในเรื่อง NFC คือ AIS ที่ประกาศจับมือ Rabbit Card บัตรกระต่ายในเครือ BTS ร่วมพัฒนาระบบที่จะคลอดในไตรมาส3ปีนี้) งานนี้ซัมซุงโชว์เหนือคอนเซ็ปต์ NFC ทั้งปวงด้วยการออกอุปกรณ์เสริม "HomeSync" เครื่องแบ็กอัพข้อมูลความจุ 1TB เพื่อ "มือถือ 8 เครื่องของทุกคนในบ้าน" วางลงไปตามคอนเซ็ปต์ NFC แตะแล้วส่งข้อมูลที่เราบันทึก, ภาพ-วิดีโอที่ถ่าย แล้วทำเป็น Media Player ในบ้านได้ด้วย เปรียบเสมือนมี Cloud Computing อยู่ในบ้าน แถมมี Group Play ความสามารถในการลำเลียง "เพลงในเครื่อง" จากมือถือ 8 เครื่องที่เพื่อนๆ มาปาร์ตี้กันที่บ้าน ช่วยกันจัดเพลงออกลำโพงใหญ่ ไม่ต้องง้อดีเจ (หมดยุคเจ้าภาพใส่ CD เพลงเดิมๆ เปิดวนๆ น่าเบื่อๆ แล้วล่ะครับทีนี้)


          ซัมซุงออก Galaxy S4 ด้วยการหมายคร่าทุกคน BB Z10 เองที่เปิดตัวไปก่อนหน้าแต่เครื่องยังไม่วางขายเสียที ก็ต้องหนาวๆ ร้อนๆ เพราะซัมซุงเริ่มพูดถึงฟังค์ชั่นสำหรับองค์กร อย่าง "Samsung Knox" แยกอีเมล์, ไฟล์งานเข้ารหัสไว้ไม่ให้รั่วไหล คล้ายๆ สิ่งที่พี่ BB กำลังนำเสนอ


          อีกทั้งคู่แข่งจากเอเซียด้วยกันอย่าง HTC ก็กำลังหมายมั่นปั้นมือกับการฟื้นคืนกิจการจากตัวเรือธง HTC One ซึ่งปีเตอร์กวงควงมือถือจากรายการแบไต๋ไฮเทคยืนรีวิว "ฟันโฟน!!" กันไปแล้วว่า "ที่สุดของแจ้" ในตอนนี้ ก็ต้องต่อสู้กับสเปคเทพครั้งนี้ของซัมซุง S4 ซึ่งเล่นเกมหนีการขายสเปกจัดๆ ไปสู่การขายฝันสู่ชีวิตยุคใหม่ด้วยฟีเจอร์ที่จำเป็นบ้าง-ไม่จำเป็นบ้าง แต่พอดูรวมๆ แล้วจุใจพอควร


          คน(เพิ่ง)บ้าคลั่งการออกกำลังกายอย่างผมก็อยากลอง Sensor สารพัดที่ยัดอยู่ใน S4 ครั้งนี้ว่าจะจรรโลงโลกขึ้นขนาดไหน ใส่ Barometer มาวัดความกดอากาศ ใส่ Humidity วัดค่าความชื้นในอากาศ และวัดอุณหภูมิได้ ทั้งหมดนี้จะทำงานผ่าน "อุปกรณ์เสริม (อีกแล้ววววว)" ตระกูล S Health ที่ทำให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพขึ้นเนื่องจากเรามีข้อมูลตลอดการ Work Out ...ส่วนจะเวิร์กจริงหรือไม่ ต้องดูการใช้งานจริงอีกที


          สรุปท้าย Samsung ผู้เดิมตามรอย Apple เกือบจะทุกประการ เริ่มแสดงการ "เดินแซง" แล้วครับ แต่ถ้าจะวัดกันตอนนี้ก็ไม่ยุติธรรมกับ iPhone5 เท่าไหร่เนื่องจากออกมาก่อนสักพักแล้ว รุ่นต่อไปของ iPhone แอปเปิ้ลต้องใส่ NFC เข้ามาบ้างแล้วล่ะเพราะโลกตอบรับแล้วว่ามันเวิร์ก อีกทั้งยังมี Nokia Lumia ที่ทำอุปกรณ์เสริม NFC เทพๆ สีสดๆ ออกมาเพียบ และเป็นเจ้าแห่ง Wireless Charging ที่ซัมซุงยังไม่ยอมพูดถึงในครั้งนี้ (หลังล้มเหลวจาก S3 ที่เคยประกาศว่าจะมี) Blogger ต่างประเทศส่งเสียงยี้เล็กๆ กับ S4 โดย Engadget ใช้คำว่า "Everything New is Old Again" ผลจากวิดีโอทดสอบพบว่า IR Gesture หรือการ"ปัดแมงวัน"หน้าเครื่องเพื่อเปลี่ยนหน้า ยังตอบสนองได้ช้า และอาจเวิร์กไม่เท่าการใช้นิ้วปาดลากเอาแบบเดิม ซัมซุงยังไม่ประกาศราคาและวันวางจำหน่าย เดากันเบื้องต้นก็ 21,900 บาท และขายปลายเมษา-ต้นพฤษภาคมครับ
.......................................
(หมายเหตุ บ่องตง! ซัมซุงกาแลคซี่ S4 ดูกี่ทีๆ ก็เหมือน Note 2 !?!? : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow)