
เหนื่อยแต่ไม่ท้อ!เพื่อฝันโกอินเตอร์ของ'นัททิว'
เหนื่อยแต่ไม่ท้อ! เพื่อฝันโกอินเตอร์ของ 'นัททิว'
หลังจากที่ใช้เวลา 1 เดือนเต็ม ไปใช้ชีวิตในฐานะของศิลปินที่ประเทศเกาหลีใต้ จนมีเพลง "She's Bad" ซิงเกิ้ลแรกในฐานะศิลปินเกาหลีของ "นัททิว" ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม และอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้หนุ่มนัททิวก็จะต้องพุ่งตัวกลับไปที่ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อทำงานในฐานะของศิลปินเกาหลีต่อ วันนี้เราเลยถือโอกาสดีจับหนุ่มนัททิวมาเล่าเรื่องราวการไปทำงานที่เกาหลีมาให้แฟนๆ
"นัทไปทำงานที่ประเทศเกาหลีกับค่าย " ซีเจ เอ็นเตอร์เทนเมนท์" มาเดือนกว่าๆ กระบวนการทำงานคล้ายๆ กันกับที่บ้านเรา โดยเฉพาะในวงการเพลง ไม่ว่าจะเป็นการซ้อมการร้อง การอัดเสียง การประชุมกับโปรดิวเซอร์ เวลาโปรโมทผลงานเหมือนกันเลย สิ่งที่แตกต่าง คือเรื่องของรายละเอียด เรื่องการซ้อมที่ซ้อมหนักกว่า คือเราเป็นนักร้องไทย โดยเราต้องไปเรียนรู้วิธีที่มันเป็นศิลปินของประเทศเขา ว่าสไตล์ต้องเป็นอย่างไร เขาติวเราค่อนข้างหนัก โดยเฉพาะเรื่องการเต้น ปกตินัทเป็นศิลปินที่ร้องเพลงช้าฟังสบายที่ไทย ไปอยู่ที่นั้นต้องร้องเพลง เต้นแล้วก็ต้องเต้นเยอะด้วย อีกหนึ่งที่แตกต่างคือ เรื่องการปล่อยเพลง คือวงการในเพลงไทยจะรู้เลยว่าจะปล่อยซิงเกิ้ลแล้วก็เดินสายวิทยุแล้วก็ค่อยมีมิวสิควีดีโอตามมา แต่ส่วนที่เกาหลีใน1วันต้องปล่อยทุกอย่าง อันนี้ก็เป็นสิ่งที่แตกต่างกัน" นัททิวเริ่มเล่าให้ฟัง พร้อมเผยว่าสไตล์เคป็อบเป็นสไตล์ที่เน้นองค์ประกอบโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการเต้น
"การเรียนเต้น และการเรียนเพอร์ฟอร์แมน โหดจริงๆ ก่อนที่เราจะไปมีคนบอกว่าโหด เราก็เตรียมใจไปแล้ว พอเราไปถึงมันโหดกว่า มันหนักมาก มันค่อนข้างท้อง่าย เพราะเราเป็นคนต่างชาติ เราเหมือนเจออะไรใหม่ทำอะไรใหม่หมดเลย สิ่งที่กดดันที่สุดคือวัฒนธรรม เราไม่เข้าใจวิธีการทำงานเขา เราไม่รู้ว่าที่เราทำไปมันดีไหม เขาจะชอบไหม และที่สำคัญคือการเปลี่ยนแปลงสไตล์ของเราที่มันเป็นมาตลอดแบบนี้ ผมยกตัวอย่างให้ฟัง เขาให้ผมเปลี่ยนแหมกระทั่งลูกคอ ให้เปลี่ยนวิธีร้องใหม่ วิธีออกเสียงใหม่หมด ซึ่งภายใจเดือนเดียว มันทำไม่ได้หรอก มันยาก เขาพยายามจะพูดให้เราทำให้ได้ ยิ่งเรื่องเต้น เราเต้นมาประมาณหนึ่ง ก็อยากให้เราเปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่ง" นักร้องหนุ่ม บอก
นัททิวเล่าถึงชีวิตในการทำงานที่นั่นต้องตื่นตั้งแต่ 8 โมงเข้าฟิตเนส 10 โมงเรียนร้องเพลง พักกินข้าวเที่ยง บ่ายโมงถึง 4โมงซ้อมเต้น กินข้าว 5 โมงเย็น ซ้อมที่สตูดิโอตอน 1ทุ่ม คือซ้อมอัดเสียง ซ้อมสำเนียงภาษา จนถึงเที่ยงคืนกลับบ้านนอน บังคับนอนห้ามต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ทำอย่างนี้ทุกวัน เหมือนเข้าไปฝึกทหาร และถ้าเต้นในท่าไหนไม่ได้ ต้องทำท่านั้นไปอีกเป็นร้อยรอบ เพื่อให้จำให้ได้
"กดดันมากนะ เพราะเราตัดสินใจไปแล้ว เมื่อถึงจุดนั้นแล้วเรามองย้อนกลับมา มันเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า แต่เราเลือกที่จะไป เพื่อที่จะล่าฝัน มันเป็นฝันของเราต้องทำให้ได้ เมื่อถึงจุดนั้นมันกดดันมากๆ คนเราต้องล่าฝันขนาดนี้เลยเหรอกว่าจจะได้เป็นศิลปิน เราก็มีท้อบ้าง พอเราได้กำลังใจจากครอบครัว ทุกๆวันที่เราทำมันเหมือนมีจังหวะที่ดีขึ้นเลย เอาน่าเดี๋ยวเราก็ทำได้ บอกกับตัวเองอย่างนี้ตลอด" นัททิว กล่าว
นักร้องหนุ่มยังเผยอีกว่าอีกหนึ่งกำลังใจที่เขาอยากจะไปให้ถึงฝัน คือแฟนคลับของเขา ที่ถึงเขาจะต้องไปทำงานที่เกาหลี แต่แฟนคลับของเขาที่เมืองไทยไม่เคยทิ้งเขา คอยให้กำลังใจ และบอกว่าจะรอเขา ซึ่งทำให้เขาอยากที่จะยืนตรงจุดนี้ เพื่อให้แฟนคลับของเขาได้ภูมิใจในตัวเขา



