บันเทิง

มายาวิชั่น:ยุคผู้จัดละครเฟื่อง

มายาวิชั่น:ยุคผู้จัดละครเฟื่อง

13 มี.ค. 2556

ยุคผู้จัดละครเฟื่อง : คอลัมน์ มายาวิชั่น โดย... เทพิตา

          แวดวง ละครไทย ไม่เคยเสื่อมความนิยม นับวันจะฮอตมากขึ้น เห็นได้ชัดว่าทุกวันนี้สถานีแต่ละช่อง ผู้จัดแต่ละเจ้าแข่งขันกันอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อนเพื่อให้ผลงานละครของตัวเองโดนใจ และเข้าไปนั่งในใจประชาชนคนดู สิ่งหนึ่งที่บ่งชี้ได้ว่าละครไทยบูมจริงอะไรจริง คือ ปริมาณผู้จัดละครที่เพิ่มมากขึ้นชนิดผุดเป็นดอกเห็ด
 
          ช่อง 3 เห็นชัดสุดในการเพิ่มผู้จัด หลังปีก่อนมีทั้ง แอน ทองประสม รวมถึงคู่สามี “เคน” ธีรเดช และ “หน่อย”บุษกร ยังมี “คุณแดง” สุรางค์ ที่มาเป็นผู้จัดละครกับเขาด้วยโดยเสริมทัพละครเย็น (ยังพ่วงการเป็นผู้จัดละครป้อนให้ค่ายเอ็กแซ็กท์ทางช่อง 5 อีก) ไหนจะลูกหลานตระกูล มาลีนนท์ ที่มาเป็นผู้จัดถ้วนหน้า ปีนี้ก็ไม่น้อย เปิดตัวแล้วคือ สาวขายขำ “พุดเดิ้ล” ปาจรีย์ ที่ขอชิมลางผู้จัดด้วยละคร “รักนี้เจ๊จัดให้” เช่นเดียวกับ “ธัญญ่า” ธัญญาเรศ ที่กำลังฟอร์มทีมทำละคร และคงเปิดตัวในไม่ช้า ส่วนค่าย โซนิก ยูธ ก็จะกลับมาทำละครให้บ้านเก่าวิกสาม พระราม 4 หลังห่างหายไปนาน
 
          ช่อง 7 ที่ปีก่อนมี 2 ผู้จัดละครน้องใหม่ “วุธ” อัษฎาวุธ และ “เติ้ล” ตะวัน ที่ไปได้สวย ปีนี้ที่เปิดตัวเป็นผู้จัดไปแล้วมีนักแสดงรุ่นใหญ่ ตฤณ เศรษฐโชค กับละคร ยมบาลเจ้าขา รวมถึงบริษัท เซ้นส์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ที่รุกผลิตรายการทีวีเยอะแล้ว ก็ขอเริ่มต้นงานละครบ้างกับซิทคอม เณรจ๋า และแว่วว่าค่ายหนัง จีทีเอช ก็เตรียมมาเป็นผู้จัดละครให้วิกหมอชิตด้วย
 
          ฟากเคเบิลทีวีช่อง 8 ที่ได้ดีด้วยการผลิตละครใหม่ ก็เปิดตัวผู้จัดละครเป็นว่าเล่น หลังปีก่อนมี เมย์ เฟื่องอารมย์ มาเสริมทัพผู้จัดให้ช่อง ปีนี้ก็เปิดตัวอีก 2 ผู้จัดละครน้องใหม่ “เอ๊ะ” อิศริยา กับละคร ข้าวนอกนา และ “ตั๊ก” บริบูรณ์ ในละครเรื่อง วิวาห์ป่าช้าแตก
 
          การเกิดผู้จัดละครหน้าใหม่ๆ จำนวนมากมายอาจบ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมละครเฟื่องฟู แต่ก็สร้างปัญหาไม่น้อย ปัญหาแรก และเป็นปัญหาที่ลุกลามต่อเนื่อง คือ การขาดคนเขียนบทละครโทรทัศน์ การเติบโตและพัฒนาฝีมือของคนเขียนบทรุ่นใหม่ที่จะมาเสริมทัพคนเขียนบทเก่าที่เก๋าฝีมือไม่สมดุลกับผู้จัดที่เพิ่มมากขึ้น แถมไม่สอดรับกับจำนวนละครที่มากขึ้นด้วยในแต่ละปี การยื้อแย่งคนเขียนบทจึงตามมา ส่งผลกระทบเป็นปัญหาลูกโซ่ให้การทำงานล่าช้า ส่งผลต่องบทำละครที่บานปลาย ยังรวมถึงคุณภาพละครที่ควรจะได้ดีกว่านี้ ปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่คนเขียนบทละครโทรทัศน์ไม่ได้เขียนเรื่องเดียวหรือสองเรื่องเหมือนสมัยก่อน บางคนมีอยู่ในมือพร้อมๆ กันสามถึงสี่เรื่อง    
 
          ไม่เพียงแต่จะแย่งคนเขียนบท ยังรวมถึงการแย่งดารา ผู้กำกับฯ และทีมงานในทุกๆ ส่วนที่จะประกอบให้เป็นละครเรื่องหนึ่ง อย่างการดึงคน แย่งทีมงานเบื้องหลัง กำลังเป็นที่กล่าวถึง เสียงกระหึ่มจากบริษัททำละครชั้นแนวหน้าของช่อง 3 ถูกเจาะยางแย่งทีมงานมือฉมังทำละครของบริษัทไปหลายต่อหลายคนแบบต่อเนื่อง ถึงขนาดเจ้าของบริษัทปรี๊ดแตก รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นคลื่นใต้น้ำที่ทำให้ฮึ่มๆ ใส่กัน แม้ต่อหน้าจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  
 
          ปฏิเสธไม่ได้ว่า เงิน คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การยื้อแย่งทีมงานระหว่างผู้จัดแต่ละเจ้าไปทำงานให้ตัวเองเป็นผลสำเร็จ เข้าตำรา ใครให้เงินมากกว่าก็ไปอยู่กับคนนั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดเมื่อทีมงานเบื้องหลังก็ต้องเลี้ยงปากท้องตัวเอง แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เคมีในการทำงานร่วมกันว่าเข้ากันได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงความต่อเนื่องของงานด้วย
 
          แต่เหมือนว่าปัญหามีไว้ให้แก้ ผู้จัดแต่ละคนก็ต้องรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อผ่านพ้นไปให้ได้ ถือเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับผู้จัดทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ เพราะจะว่าไปงานผู้จัดไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นงานหินด้วยซ้ำ เพราะวงการละครไทยล้วนมีแต่พวกเขี้ยวลากดิน เสือ สิงห์ กระทิง แรด วิชามารก็ถูกงัดมาใช้กันเยอะ
 
          แต่มองให้เป็นแง่บวกก็มีเหมือนกัน การมีผู้จัดเพิ่มมากขึ้นนั้นย่อมทำให้การแข่งขันสูงตามไปด้วย นอกจากต้องแข่งขันกับละครของช่องคู่แข่งแล้ว ยังต้องแข่งกับผู้จัดร่วมช่อง ที่สำคัญคือ แข่งกับตัวเองเพื่อให้ผลงานละครออกมาดีเยี่ยม เมื่อการแข่งขันสูงตามปริมาณผู้จัดที่สูงขึ้น ผลประโยชน์จึงตกอยู่ที่ประชาชนคนดูอย่างเราที่จะได้เสพละครดีๆ ที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดีเพื่อจะได้ไม่น้อยหน้าผู้จัดเจ้าอื่น...  
.......................................
(หมายเหตุ ยุคผู้จัดละครเฟื่อง : คอลัมน์ มายาวิชั่น โดย... เทพิตา)