
มองผ่านเลนส์คม:เรื่องเล่าทีวีดิจิตอล(2)
เรื่องเล่าทีวีดิจิตอล (2) : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร
ไปหาข่าวเก่าๆ มาอ่าน เลยพบข่าวชิ้นนี้ "21 องค์กรสมาคมสื่อ เครือข่ายนักวิชาการและเอกชน ยื่นขอแปรญัตติร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 แก้มาตรา 47 ค้าน รวม กสช. กทช."
เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ระหว่างการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คมช. ตัวแทนสมาคมวิชาชีพสื่อวิทยุโทรทัศน์ เครือข่ายนักวิชาการ และภาคประชาชน 21 องค์กร เข้ายื่นหนังสือต่อประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อขอแปรญัตติร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ในมาตรา 47 ค้านการกำหนดให้มีเพียง "องค์กรเดียว" เพื่อกำกับดูแลการจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม
สมาคมสื่อและภาคประชาชนเห็นว่า กิจการดังกล่าวมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน และไม่เชื่อมั่นว่าจะป้องกันการผูกขาดอำนาจได้
แต่การเคลื่อนไหวครั้งนั้น ก็ต้านไม่สำเร็จ เพราะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการทหาร เพราะกองทัพต้องการมีส่วนในการจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุ-โทรทัศน์ จึงให้รวม "กสท.+กทช." เป็น "กสทช."
จะว่าไปแล้ว การปฏิรูปสื่อในบ้านเรา มีความผันผวนไปตามกระแสการเมือง ซึ่งในช่วงที่มาใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ปฏิรูปสื่อก็ไปเร็วมาก จนเกิดความหวาดหวั่นในกลุ่มภาคประชาชนว่า กลุ่มทุนใหญ่จะฮุบกิจการสื่อและกิจการโทรคมนาคม
ขณะที่ฟากฝ่ายอำมาตยาธิปไตย ก็หวั่นยึดคลื่นความถี่คืนจากกองทัพ, กรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท
รัฐธรรมนูญ 2550 และกฎหมายประกอบกิจการวิทยุ-โทรทัศน์ และกฎหมาย กสทช. ก็คือดอกผลของการ "ประนีประนอม" ระหว่างสองฟากฝ่ายดังกล่าวข้างต้น
ต่างฝ่ายต่างถอย เพื่อให้การปฏิรูปสื่อเดินหน้าต่อไปได้ มีการยืดหยุ่นในกระบวนการคืนคลื่นความถี่ของหน่วยงานรัฐ ซึ่งในกฏหมาย กสทช.2553 ยังมีบทเฉพาะกาล มาตรา 82-83 ที่ให้อำนาจ กสทช. ผ่อนปรนกระบวนการคืนคลื่นความถี่จากหน่วยงานรัฐให้มีเวลาอีกระยะหนึ่ง
ในคอลัมน์คิดใหม่วันอาทิตย์ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ เขียนเรื่องทีวีสาธารณะของรัฐ ด้วยความเป็นห่วงว่า กระบวนการปฏิรูปสื่อของบ้านเรา กำลังจะย้อนยุค
เมื่อเร็วๆ นี้ ประธาน กสท. พูดกับตัวแทนสมาคมสื่อชัดเจนว่า สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 อยู่ในกลุ่มทีวีสาธารณะแบบที่ 2, สถานีโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ช่อง 11 และสถานีโทรทัศน์เพื่อรัฐสภาที่อยู่ในกลุ่มทีวีสาธารณะแบบที่ 3 เพื่อให้รัฐหรือรัฐสภาใช้สื่อสารกับประชาชน ฯลฯ
ส่วนสมาคม มูลนิธิ สถาบันการศึกษาหรือองค์กรแบบอื่นๆ ที่ระบุไว้ในกฎหมายเหมือนกันจะต้องไปรอปลายปีเมื่อ กสท.เปิดให้ยื่นขอ "ทีวีชุมชน" ที่มีพื้นที่การออกอากาศแบบจำกัดในรัศมีประมาณ50 กิโลเมตร
สาเหตุที่ประธาน กสท.พูดเช่นนั้น "อดิศักดิ์" อธิบายไว้ในคอลัมน์คิดใหม่วันอาทิตย์ว่า "กฎหมายประกอบกิจการปี 2551 มาตรา 10 ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบกิจการวิทยุและโทรทัศน์แบบสาธารณะที่แบ่งเป็น 3 ประเภท โดยประเภทที่ 2 ยอมเขียนแบบล็อกสเปกให้กองทัพใช้ช่อง 5 ทำได้เหมือนเดิม.."
แถมมาตรา 20 ยังยอมให้กิจการโทรทัศน์สาธารณะประเภทความมั่นคง ไม่ต้องมาแบมือพึ่งพางบประมาณของรัฐ ด้วยการเปิดช่องให้โฆษณาแบบเดียวกับที่ทำอยู่เดิม แต่มีเงื่อนไขพอไม่ให้น่าเกลียดว่า โฆษณาได้เท่าที่พอเพียงต่อการประกอบกิจการ โดยไม่เน้นการแสวงหากำไร
นี่คือตัวอย่างของ "ทีวีสาธารณะหวยล็อค" ซึ่งกลุ่ม สนช. หรือ ส.ว.สายอำมาตย์ ได้เขียนล็อกสเปกไว้ล่วงหน้า ในช่วงที่มีการร่างกฎหมาย กสทช.
สรุปว่าการปฏิรูปสื่อที่ต่อสู้กันมายาวนาน ผลที่ได้ในวันนี้คือ "อภิชน" กลุ่มหนึ่ง ซึ่งกำลังจะทำให้ "ยุคผูกขาดสื่อรัฐและสื่อเอกชน" หวนกลับมาอีกครั้ง!
.......................................
(หมายเหตุ เรื่องเล่าทีวีดิจิตอล (2) : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)



