
กวนเพลงให้น้ำใส - หัวหิน แจ๊ส เฟสติวัล (2) กับการปักธงบนแผนที่โลก
สัปดาห์นี้ ขอคุยถึง เทศกาลดนตรีแจ๊สหัวหิน อีกครั้ง หลังจากเมื่อคราวก่อน ผมเขียนถึงลักษณะพฤติกรรมของผู้ไปร่วมงานส่วนใหญ่ ที่มุ่งพบปะสังสรรค์ พูดคุยกันเสียงดัง มากกว่าไปฟังดนตรีกันจริงๆ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากไม่มีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม อาจทำให้สูญเส
เนื่องจากปีนี้ ครบรอบ 100 ปี เมืองหัวหิน ทำให้มีกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นที่เมืองตากอากาศชายทะเลแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเทศกาลแจ๊สหัวหินก็เป็นส่วนหนึ่งของวาระพิเศษนี้ไปโดยปริยาย
ทั้งที่สำหรับแฟนพันธุ์แท้คงทราบดีว่า นี่คือการจัดงานอย่างต่อเนื่องของหัวหิน แจ๊ส มาเป็นปีที่ 8 แล้ว แต่โดยเนื้อแท้ กลับเป็นการจัดงานที่มีการเปลี่ยนแปลงออแกไนเซอร์บ่อยครั้ง และไม่มีการสานต่อ “แนวคิดที่ชัดเจน” ว่าทิศทางในการพัฒนางานจะเป็นไปเช่นใด
คำถามที่หลายคนอดสงสัยไม่ได้ก็คือ เหตุใด “หัวหิน แจ๊ส เฟสติวัล” จึงไม่สามารถปักธงบนแผนที่โลกได้เสียที
ที่ผ่านมา เราได้แต่จัดงานกันเอง แล้วชื่นชมกันเองว่า นี่คืองานระดับสุดยอด งานระดับยิ่งใหญ่ โดยไม่เคยมองออกไปนอกขอบเขตการรับรู้เดิมๆ ว่า หากเทศกาลของเราดีจริง ทำไมถึงไม่มีรายงานพิเศษเกี่ยวกับเทศกาลดนตรีแจ๊ส หรือการจัดอันดับ หรือบันทึกไว้ใน Jazz Festival Directory ของโลกเลยด้วยซ้ำ
ตรงข้ามกับเทศกาลดนตรีอื่นๆ ในภูมิภาคที่จัดขึ้น หลายงานจัดมาก่อนหน้า และลงหลักปักฐานเป็นที่รู้จัก หรือแม้กระทั่ง “จาวา แจ๊ส เฟสติวัล” ที่จัดขึ้นในภายหลัง ก็ยังเป็นที่กล่าวขวัญถึงในทางบวกเสียมากกว่า
หลักๆ คือเรื่องคุณภาพของเนื้องานที่สามารถตอบสนองมิตรรักแฟนเพลงตัวจริงได้
ผมคิดว่าเรื่องนี้คงโยนความผิดไปที่ “ผู้จัดงาน” ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้งไม่ได้กระมัง (เท่าที่จำได้ หัวหิน แจ๊ส ใช้ผู้จัดงานเปลืองมาก มีชื่อตั้งแต่ ลีโอ แอคทิเวทฯ, โฟร์ธ ครีเอชั่น, ซีเอ็มฯ จนถึงล่าสุดคือ ฟาติมา) เพราะผู้จัดงานหรือออแกไนเซอร์ ก็มีหน้าที่เพียงรับโจทย์ให้มาทำงานที่ “เจ้าภาพ” กำหนดไว้
แต่สิ่งที่มีส่วนกำหนดทิศทางความเป็นไปของเทศกาลแจ๊สหัวหิน คือ “วิสัยทัศน์” ของ “เจ้าภาพ” ซึ่งหลักๆ แล้วน่าจะเป็นความรับผิดชอบของ “เมือง”
ถึงจะมีสมาคมโรงแรมฯ หรือ ททท. มาเป็นเจ้าภาพร่วม แต่เมื่อ “ชื่องาน” ระบุชัดเช่นนี้ “เมือง” จึงอยู่ในวิสัยที่พึงออกมาเคลื่อนไหวและทำงานมากกว่าที่เป็นอยู่
ยิ่งหากเราพิจารณาภาพการจัดงานเทศกาลในสถานที่ใดๆ ในโลก ไม่ว่าจะเป็น ชิคาโก ร็อตเตอร์ดัม ปารีสฯ ย่อมพบว่านายกเทศมนตรีฯ หรือผู้ว่าการนครฯ นั้นๆ ต่างเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ และมีส่วนกำหนดทิศทางความเป็นไปทั้งหมด โดย “เมือง” ยังสมควรทำหน้าที่จัดสรรงบประมาณเพื่อกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ มิใช่เพียงรอรับผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นในเชิงตัวเลข หรือให้ผู้จัดงานวิ่งหาสปอนเซอร์โดยลำพัง
เพราะหากเป็นเช่นนั้น กิจกรรมนั้นๆ ของ “เมือง” ย่อมไม่อาจสามารถคาดหวังคุณภาพหรือเนื้อหาที่ต้องการได้เลย เพราะผู้จัดงานย่อมดำเนินงานไปโดยมีที่มีหลักกำไรขาดทุนเป็นพื้นฐานในการทำงาน
“เมือง” ยังควรทำหน้าที่ผลักดันให้กิจกรรมที่ว่านี้ เกิดประโยชน์กับธุรกิจทุกๆ ระดับในท้องถิ่น พร้อมรวบรวมข้อมูลเหล่านี้สำหรับการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร มิใช่เพียงโรงแรมห้าดาวเท่านั้นที่ได้รับผลประโยชน์
ที่ผ่านมา เมื่อมีงานเทศกาลหัวหินแจ๊สครั้งหนึ่ง เราจะได้ยินผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องออกโรงพูดว่า ต้องการให้ หัวหินเป็นเมืองแห่งดนตรีแจ๊ส แต่มักจะพูดกันเพียงไม่กี่วันก่อนการจัดงาน หลังจากนั้นทุกอย่างก็ไม่ต่างจาก “ไฟไหม้ฟาง” หวนคืนสู่สภาพเดิม โดยไม่มีการวางแผนอย่างเป็นรูปธรรมในสิ่งที่พูดออกมาแต่อย่างใด
ทั้งนี้อาจเป็นเพราะสังคมไทยเคยชินกับวัฒนธรรมการจัดงานอย่างฉาบฉวย ที่ไม่ได้สนใจแก่นแท้ของเนื้อหา ผลลัพธ์ในท้ายที่สุดจึงออกมาอย่างที่เห็น
"อนันต์ ลือประดิษฐ์ "
www.oknation.net/blog/rakmusic



