บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม:เรื่องเล่าทีวีดิจิตอล(1)

มองผ่านเลนส์คม:เรื่องเล่าทีวีดิจิตอล(1)

11 มี.ค. 2556

เรื่องเล่าทีวีดิจิตอล(1) : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร

          บังเอิญต้นฉบับเขียนล่วงหน้า จึงไม่ทราบว่า บอร์ด กสท. จะพิจารณาราคาใบอนุญาตโทรทัศน์ระบบดิจิตอล หรือ  "ทีวีดิจิตอล" ช่องธุรกิจ 24 ช่อง ว่าราคาเท่าไหร่กันแน่?
 
          ผลการศึกษาในเบื้องต้น โดยคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งแบ่งออกเป็นช่องรายการประเภทความละเอียดสูง (HD) จำนวน 4 ช่อง มีราคาตั้งต้น 1,000-3,000 ล้านบาท
 
          ช่องความละเอียดมาตรฐาน (SD) จำนวน 20 ช่อง มีราคาไม่เกิน 500 ล้านบาท โดยช่อง SD แบ่งออกเป็นช่องรายการทั่วไป 10 ช่อง ช่องประเภทข่าว จำนวน 5 ช่อง และช่องรายการประเภทเด็ก จำนวน 5 ช่อง ราคาไม่เกิน 100 ล้านบาท 
 
          ไม่ว่าจะสูงหรือต่ำกว่านี้ ก็มีการแข่งขันกันดุเดือดแน่ เพราะเทคโนโลยีทีวีดิจิตอล จะทำให้ผู้ผลิตรายเก่า-รายใหม่ มาอยู่สนามเดียวกัน และช่องว่าง "ทีวีดาวเทียม" กับ "ฟรีทีวี" จะหมดไป
 
          ที่สำคัญ มันจะนำไปสู่จุดสมดุลของราคาโฆษณา เพราะตลาดทีวีดิจิตอล จะดึงราคาโฆษณา 4-5 แสนต่อนาทีลง และจะดึงราคาหลักพันขึ้นไปไปเจอจุดสมดุลใหม่
 
          นั่นเป็นความเห็นของ พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส โปรโมชั่น จำกัด (มหาชน)
 
          เนื่องจากกลุ่มทีวีดาวเทียม ต้องเผชิญราคาโฆษณาที่ต่างจากฟรีทีวี ระหว่าง "หลักพัน" กับ "หลักแสน" ฉะนั้นเมื่อทีวีดาวเทียมกับฟรีทีวี มาอยู่ในสนามเดียวกัน
 
          "สุดท้ายแล้วจะเป็นเกมแย่งสายตาคนดู...ถ้าเรตติ้งทีวีดาวเทียมเพิ่ม เท่ากับว่าต้องมีกลุ่มฟรีทีวีเรตติ้งลด"
 
          นอกจากเรื่องการประมูลใบอนุญาต ในฐานะคนดูอยู่วงนอก สดับฟังข่าวแล้วรู้สึกไม่สบายใจ เพราะ กสท.ผู้กุมกฎกติกา กลับสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันขึ้นเสียแล้ว
 
          เมื่อบอร์ด กสท. มีมติให้ 6 ช่องฟรีทีวีปัจจุบัน ประกอบด้วยช่อง 3, 5, 7, 11 และไทยพีบีเอส สามารถนำสัญญาณโทรทัศน์ไปออกอากาศได้ทันทีที่เริ่มมีการออกอากาศทีวีดิตอล ในลักษณะการ "ทดลองออกอากาศ" ซึ่งจะออกอากาศคู่ขนานกับ "ทีวีอนาล็อก" เพื่อจูงใจการรับชมทีวีดิจิตอลของประชาชน
 
          โดยกำหนดให้ช่อง 5, 11 และไทยพีบีเอส ที่เข้าข่ายช่องในกลุ่มบริการสาธารณะ สามารถใช้โครงข่ายช่องรายการจำนวน 3 จาก 12 ช่องในกลุ่มช่องสาธารณะ ในการออกอากาศทีวีดิจิตอลจนกว่าจะสิ้นสุดการออกอากาศในระบบทีวีอนาล็อก หรือไม่เกิน 10 ปี
 
          ก่อนจะให้ทั้ง 3 ช่องรายการดังกล่าว ยื่นขอใบอนุญาตทีวีดิจิตอล เมื่อสิ้นสุดการออกอากาศในระบบทีวีอนาล็อก ซึ่งส่วนนี้ก็ไม่เท่าไหร่ แม้จะรู้สึกว่า คนร่างกฎหมาย กสทช.นั้น เอาใจ "ทหาร" มาตั้งแต่แรก เลยส่งผลให้ช่อง 5 ได้อานิสงส์เป็นทีวีสาธารณะเพื่อความมั่นคง
 
          ในส่วนของช่อง 3, 7 และ 9 ที่เข้าข่ายกลุ่มช่องบริการธุรกิจ จะใช้โครงข่ายของกลุ่มช่องรายการบริการชุมชนที่จะให้ใบอนุญาตได้ในช่วงปลายปี 2556 หรือต้นปี 2557 ไปจนกว่าทั้ง 3 ช่องดังกล่าว จะสามารถชนะการประมูลและได้รับใบอนุญาตในกลุ่มช่องธุรกิจในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้
 
          "เพื่อจูงใจการรับชมทีวีดิจิตอลของประชาชน" ฟังแล้วดูดี แต่เปรียบทีวีดิจิตอลเป็นสนามแข่งขันกรีฑา ประเภทลู่ สำหรับการแข่งขันประเภทช่องธุรกิจ มีผู้เข้าแข่งขัน 3 ราย ออกวิ่งไปก่อน 3-4 เดือน มันใช่กติกาที่เป็นธรรมหรือไม่?
 
          ขณะที่ผู้เข้าแข่งขันหน้าใหม่ จะต้องออกสตาร์ทตามหลังฟรีทีวีเจ้าเก่า ย่อมเกิดความเสียเปรียบแน่นอน
 
          นี่ไม่นับรวมที่ชาวบ้านติฉินนินทาว่า กสท.ออกแบบกติกาการประมูลใบอนุญาตที่เอื้อต่อกลุ่มทุนใหญ่!
.......................................
(หมายเหตุ เรื่องเล่าทีวีดิจิตอล(1) : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)