
มิสเตอร์บางอ้อ:'วันใดขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก
"วันใดขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก" : คอลัมน์ ร้อยพบพันเจอ กับ มิสเตอร์บางอ้อ โดย... หนุ่ม คงกะพัน แสงสุริยะ
ร้อยพบพันเจอกับมิสเตอร์บางอ้อวันนี้ผมเขียนต้นฉบับท่ามกลางขุนเขาที่จังหวัดน่าน ระหว่างมาถ่ายทำรายการ ขณะที่อยู่ที่นี่ก็เห็นข่าวการรณรงค์ช่วยเหลือช้างแอฟริกา เห็นภาพความโหดร้ายของขบวนการล่าช้างป่าที่นั่นก็ย้อนคิดถึงช้างและปัญหาสัตว์ป่าในเมืองไทยจึงอยากนำเรื่องราวนี้มาสะท้อนบางแง่มุมถึงความเห็นแก่ตัวของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "มนุษย์" เหตุที่พูดเช่นนี้ไม่ได้จะให้ทุกท่านเกลียดชังมนุษย์แต่อย่างใดนะครับ เพราะเราเป็นมนุษย์และก็ยังต้องเป็นมนุษย์ต่อไปรวมทั้งตัวผมด้วย แต่อยากให้เราเข้าใจสถานภาพตัวเรารวมถึงเพื่อนร่วมโลกทุกสายพันธ์เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขบนโลกใบนี้...
เคยคิดไหมว่าโลกนี้แท้จริงเป็นของใคร... มนุษย์และสัตว์ทุกชนิดบนโลกนี้ควรมีสิทธิเท่าๆ กันใช่หรือไม่ เราใช้ความได้เปรียบทางสติปัญญาเดียงสาทั้งสร้างทั้งทำลายทุกอย่างแล้วคิดว่าเราเป็นเจ้าของโลกใบนี้ เราคงต้องลดอัตตาลงบ้าง แล้วมองเพื่อนร่วมโลกรอบๆ ตัวมากขึ้น เวลาที่พูดว่า "โลกของเรา" คุณเคยคิดถึงพวกเขาบ้างไหม...แท้จริงแล้วโลกของเราคือของพวกเขาด้วยใช่หรือไม่.. เรามักคิดว่าสัตว์ป่าอย่างช้างออกมาอาละวาดทำลายพืชผลทางการเกษตรจึงต้องกำจัดขับไล่ แต่กลับไม่เคยคิดว่าก็ที่ตรงนั้นเคยเป็นบ้านแหล่งที่อยู่อาศัยหากินของเขามาก่อน เราเองนั่นแหละที่ไปบุกรุกที่ทางสร้างสวนสร้างบ้านในที่เขา....แถมไม่พอไปตัดถนนทำทางขวางไปขวางมาในป่าพาดผ่านทางเดินในสนามหลังบ้านเขาอีก อย่าว่าแต่ช้างเลยครับ สัตว์ทุกชนิดรวมทั้งเสือ สิงห์ กระทิง แรด งูเงี้ยวเขี้ยวขอก็ได้รับผลกระทบจากการกระทำของพวกเราทั้งสิ้นละครับ แม้แต่ปลาว่ายน้ำใช้ชีวิตอยู่ดีๆ ก็มีเขื่อนไปกั้นแม่น้ำซะอย่างนั้น จะอพยพก็ไม่ได้ จะขึ้นไปผสมพันธ์วางไข่ที่ต้นน้ำแบบที่คุณปู่ทวดปลาเคยทำมาเป็นร้อยเป็นพันปีก็ไม่ได้ พอว่ายน้ำมาอารมณ์ก็ค้างเติ่งอยู่หน้าเขื่อนซะยังงั้นละครับ..!!!ถ้าเป็นคนอย่างเราๆ ก็คงไม่สนผสมมันตรงไหนก็ได้แต่สำหรับปลาบางชนิดแล้วก็อาจต้องใช้สภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมในการแพร่ขยายพันธ์เท่านั้น...!!! ที่มนุษย์ทำทั้งหมดก็เพื่อความสะดวกสบายของเผ่าพันธุ์เรา โดยเบียดเบียนเพื่อนร่วมโลกที่โตมาด้วยกันอย่างไม่ไยดีเผลอๆ ในอดีตยุคก่อตั้งโลกใบนี้พวกเราอาจมีบรรพบุรุษต้นกำเนิดมาจากสิ่งมีชีวิตเป็นสัตว์เซลล์เดียวเหมือนกันอีกด้วยก็ได้ เรียกว่าได้ดีแล้วลืมตัวลืมเพื่อนเก่าอย่างไม่เหลือเยื่อใยเลยทีเดียว....
เราขยายเมืองรุกที่เพื่อนเราทุกปี ขุดเอาทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ไม่เคยแบ่งเพื่อน สร้างความสุข สนุกสนานให้กับตัวเองส่วนเพื่อนเราก็ต้องหนีบ้าง ขยับขยายบ้าง ปรับตัวบ้าง ที่ไหวก็อยู่ไป ไม่ไหวก็สูญพันธุ์ ที่พอทนไหวก็ลดจำนวนลงดิ้นรนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด...!!! พวกมนุษย์ก็มีความสุขอยู่สบายขึ้นทุกปี แต่เพื่อนเราก็อยู่ยากเย็นขึ้นทุกวัน แต่พอโลกมันร้อนขึ้นเพื่อนเราก็ต้องร้อนด้วยซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดจากน้ำมือของเราแท้ๆ...!!! ดูซิครับ จะเห็นว่ายามสุขเพื่อนเราไม่เคยมาสุขด้วยแต่ยามทุกข์เขากลับต้องมาทุกข์กับเรา สิ่งเหล่านี้มันยุติธรรมแล้วหรือ...???
นั่นละครับเป็นสิ่งที่ทำให้ผมบอกว่ามนุษย์เราเห็นแก่ตัวโดยไม่รู้ตัวหรือถ้าจะใช้คำว่า "เห็นแก่ตัวสีขาว" ก็คงพอได้แล้วแต่วิจารณญาณของทุกท่านนะครับถ้ารู้สึกชอบคำนี้...;) แต่ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่เราเห็นแก่ตัวน้อยลงทุกวัน ใจร้ายกับเพื่อนเราน้อยลง เข้าอกเข้าใจเพื่อนเรามากขึ้น สำหรับเพื่อนบางคนอาจสายเกินไป สำหรับบางคนก็ยังทัน ดังนั้นวันนี้เราคงต้องปรับบทบาทจากการอยู่อย่างเจ้าโลกมาเป็นเพื่อนร่วมโลก ถ้อยทีถ้อยอาศัย ปฏิบัติกับเพื่อนคนนี้เสมือนญาติผู้ใหญ่ แล้วลองคิดดูใหม่ว่า ถ้าเราอยู่ในโลกใบนี้อย่างโดดเดี่ยวโดยไม่มีสรรพสัตว์สักตัว มนุษย์จะอยู่อย่างไร...คงยากลำบากเพราะเราขาดเขาไม่ได้ แต่เชื่อมั้ยครับว่าถ้าไม่มีมนุษย์อยู่บนโลกใบนี้สักคน... สรรพสัตว์ทุกชีวิตจะเป็นอย่างไร..
คำตอบคือ... คงอยู่อย่างสบายเพราะพวกเขาขาดเราได้แน่นอนครับ...;)
.......................................
(หมายเหตุ "วันใดขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก" : คอลัมน์ ร้อยพบพันเจอ กับ มิสเตอร์บางอ้อ โดย... หนุ่ม คงกะพัน แสงสุริยะ)



