บันเทิง

คิดสวนทาง:ความฝันที่เป็นจริงของผม

คิดสวนทาง:ความฝันที่เป็นจริงของผม

07 มี.ค. 2556

ความฝันที่เป็นจริงของผม : คอลัมน์ คิดสวนทาง โดย... จิรพรรณ อังศวานนท์ [email protected] / Facebook Jirapan Ansvananda

          วง ”เอกรงค์” ซึ่งเป็นผลงานร่วมกันของผมกับอาจารย์ สินนภา สารสาส มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2531 หรือเมื่อ 25 ปีมาแล้ว มีโอกาสแสดงอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556 ในงานการเปิดประชุมนานาชาติ Cites ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  
          การแสดงครั้งล่าสุดก่อนการแสดงครั้งนี้ก็ประมาณเดือนธันวาคม พ.ศ. 2543 หรือประ มาณ13ปีมาแล้วที่งาน Art For Life ร่วมกับ วงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ (Bangkok Symphony Orchestra) หลังจากนั้นก็ไม่ได้แสดงกันอีกเลย
 
          ย้อนหลังไปเมื่อ 3 ปีก่อน วันเปิดเรียนวันแรกที่วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ผมก็ ไปสอนวิชา”ธุรกิจดนตรี”ตามปกติ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นนักศึกษาปีที่หนึ่งสองคนกำลังนั่ง ฟังเพลงจาก iPod เครื่องเดียวโดยแบ่งหูฟัง ฟังกันคนละข้าง เมื่อพวกเขาหันมาเห็นผมก็รีบยก มือไหว้แล้วรีบเดินเข้ามาทักทายสวัสดีและถามว่า “อาจารย์จิรพรรณ ใช่ไหมครับ” ผมก็ตอบไป ว่า “ใช่ครับ” เขาก็มีสีหน้าดีใจรีบพูดต่อว่า “เรากำลังนั่งฟังเพลงชุดเอกรงค์ของอาจารย์อยู่พอดี ครับ บันทึกเสียงดีมาก ยังฟังทันสมัยอยู่เลยครับ” ผมก็ได้แต่ยิ้ม ตอบขอบใจแล้วก็ถามว่าอยู่ปี ไหนถึงได้รู้ว่าอยู่ปีที่หนึ่ง
 
          ในที่สุดนักศึกษาคนนั้นก็ได้มาเรียนวิชาของผมเมื่อเทอมที่แล้ว ตอนนี้เขาอยู่ปี 3 แล้ว ตลอดเวลาจากวันนั้นถึงวันนี้ ผมก็เกิดมาสดุดใจว่า ทำไมไม่เอางาน”เอกรงค์”มานำเสนอใหม่ เวลามันอาจจะมาถึงแล้วก็ได้ เพราะในช่วงเวลาที่ทำออกมาใหม่ๆ นั้นก็ได้รับคำวิจารณ์ว่า เพลง ฟังไม่รู้เรื่องบ้าง สูงไปบ้าง ไม่มีตลาดรองรับบ้าง เพลงฟังยากเกินไป พวกที่ชอบก็จะเป็นเฉพาะ พวกขาประจำที่ติดตามงานที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรมอยู่เป็นปกติเท่านั้น เด็กรุ่นหลังที่จะมา รู้จักผลงานนี้ก็มักจะเป็นพวกที่ศึกษาวิชาดนตรี ซึ่งก็จะมีอยู่จำนวนหนึ่ง ไม่ได้กว้างขวางแบบ พวกที่อยากจะเข้าไปเป็นศิลปินค่ายแกรมมี่หรืออาร์เอส แต่จะเป็นพวกที่สนใจการประพันธ์เพลง โดยเฉพาะพวกที่สนในเพลงประกอบภาพยนตร์ เพราะดนตรีของ ”เอกรงค์” มักจะมีจินตนาการ เพื่อประกอบภาพอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่เสมอ จัดอยู่ในประเภท Program Music และด้วยการ ที่มีเครื่องดนตรีไทยผสมผสานอยู่ บางครั้งก็ถูกจัดอยู่ในประเภท World Music
 
          เป็นเวลา 3 ปีแล้วนะครับที่ผมครุ่นคิดกับเรื่องที่จะนำผลงานเอกรงค์กลับมาเสนอต่อ สาธารณชนใหม่ได้อย่างไร เริ่มจากชักชวนลูกน้องเก่าสมัยบัตเตอร์ฟลายที่รู้จักรู้ใจเรามานั่งพูดจาเรื่อยเปี่อยให้เขาฟัง ลามไปถึงพวกลูกศิษย์ลูกหาที่สนใจและเต็มใจจะมาให้ใช้งาน คุยกันจน ออกมาได้เป็นรูปเล่ม เป็นPresentationสวยหรู พร้อมที่จะเดินออกไปพูดจาหาสปอนเซอร์ได้ แล้ว ก็รีบจัดการนัดหมายเจ้าที่คิดว่าจะสนใจสนับสนุนงานของเรา เจอด่านแรกก็ไปไม่ถูกแล้วครับ เนื่องจากงานที่คิดไว้นั้นเป็นงานที่ยากและอลังการพอ สมควร บุคคลากรที่ชักชวนมาก็เป็นผู้ที่มีฝีมือระดับประเทศกันทั้งนั้น ซึ่งก็จะมีส่วนผกผันกับงบ ประมาณทั้งหมด แม้ทุกคนจะช่วยประหยัดงบกันให้สุดๆ แล้วก็ตามเพราะอยากจะให้เกิดงานนี้ ขึ้นมา แต่เมื่อมาเจอกับสูตรการตลาดที่ต้องหาว่างบที่จะให้ไปนั้นมันคุ้มกับจำนวนคนมาชมหรือ  ไม่ก็เป็นอันสอบตก เพราะงานของเรามันไม่สามารถทำเป็นแบบแมสได้ เพราะด้วยงบที่เท่ากัน เอาไปจัดประกวดเต้น “กังนัมไสตล์” ได้คนมาร่วมงานเยอะกว่ากันเป็น 10 เท่า
 
          ถอยมา แต่ยังไม่ถอดใจ มีลูกน้องเก่าเอ่ยชื่อคุณวินิจ เลิศรัตนชัย ขึ้นมาเลยลองโทรไป หาเผื่อว่าแกจะสนใจ เพราะความสำเร็จจากการจัดงาน ”คาราบาว 30 ปี” นั้นคงต้องนำมาใข้เป็น กรณีศึกษาวิชาการตลาดในวิชาธุรกิจดนตรีแน่ๆ และด้วยความสัมพันธ์เก่าแก่ก็เลยได้นัดคุยกัน หลังจากการนำเสนอของผมได้จบลง แกก็เกิดความคิดว่าเราลองกันที่งานประชุมนานาชาติ Cites นี้เลยแล้วกัน มีเวลาเหลืออยู่หนึ่งเดือนก่อนถึงวันงาน “ทันมั้ยพี่” ผมตอบโดยไม่ได้คิด “ทัน”
 
          เมื่อเจองานใหญ่แต่เวลามีจำกัด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกบุคลากรที่จะมาร่วมงาน ต้องใช่และเข้าใจรู้จักงานของ ”เอกรงค์” อาจารย์สินนภา สารสาสนั้นเป็นหัวใจของงานต้องมาอยู่ แล้ว คนที่จะรับการถ่ายทอดความคิดทางดนตรีได้ดีที่สุดเพราะเป็นศิษย์ก้นกุฏิ และได้ร่วมงาน กันมาหลายครั้ง หลังจากการแสดงครั้งสุดท้ายแกก็ออกไปโลดแล่นในวงการจนมีวิชาแก่กล้า ตอนนี้ก็เป็นอาจารย์กันไปหมดแล้ว อาจารย์อภิสิทธิ์ วงศ์โชติ ก็มารับหน้าที่เรียบเรียงเพลง ความยาว 15 นาทีที่จะใช้เล่นในการแสดงครั้งนี้และต้องมาเป็นผู้อำนวยเพลงอีกด้วย อาจารย์ ศิริพงษ์ ทิพย์ธัญ หัวหน้าวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ กับอาจารย์ อภิชัย เลี่ยมทอง รองคณบดี วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิตที่จองตัวกันไว้ ดูแลทีมเครื่องสาย เอกพงศ์ เชิดธรรม อดีต มือกลองวงเครสเชนโด ที่มาสนใจงานประเภทนี้ สมชาย กฤษณะเศรณี อดีตมือเบส อิมพอส สิเบิล ไดนามิกส์ เพื่อนเก่าที่รู้ใจ โสฬส ปุณกะบุตร มือบันทึกเสียงตัวจริงตั้งแต่เริ่มแรก มาคุม เรื่องเสียง โชติรส วิบูลย์ลาภ เคยจัดโชว์ไปแสดงถึงอเมริกามาแล้ว มาช่วยประสานงาน นักดนตรีไทยอีก 3 คนที่เป็นคนรุ่นใหม่เรียนรู้เร็ว เมื่อได้คนครบแล้วก็ซ้อม ซ้อม ซ้อม
 
          ผมได้ประชุมกับคุณวินิจเพื่อวางแนวเพลงและการแสดงแล้วก็ไม่เจอกันอีกเลย จนกระ ทั่งวันงาน แต่งานก็ออกมาราบรื่นประสานกันทั้งดนตรี การแสดงและการวาดภาพด้วยทราย เป็นที่ประทับใจของชาวต่างชาติที่มาเข้าร่วมประชุม รวมทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ในวงราชการที่มาใน วันนั้น เสียดายนายกต้องรีบออกไปงานอื่นเลยอด ไม่ได้ชม
 
          นับว่าเป็นการเริ่มต้นของวง ”เอกรงค์” ที่ไม่เลวเลยทีเดียว และจะเอาขึ้น youtube ให้ชมกันเร็วๆ นี้ เมื่อมีก้าวแรกแล้วผมก็คงจะต้องมีก้าวต่อไป แผนการที่วางไว้จะต้องสำเร็จ ในเร็ววันนี้ แสดงอีกเมื่อไหร่จะมาบอก อย่าลืมจองตั๋วล่วงหน้านะคร้าาาบ
 
          อีกเรื่องหนึ่งขอฝากไว้สำหรับแฟนตัวจริงของผมและอาจารย์สินนภา “เอกรงค์ 1” ชุด ”มโนราห์” มีให้ดาวน์โหลดได้แล้วที่ iTune นะครับ ช่วยทำยอดให้ด้วยครับ
.......................................
(หมายเหตุ ความฝันที่เป็นจริงของผม : คอลัมน์ คิดสวนทาง โดย... จิรพรรณ อังศวา [email protected] <mailto:[email protected]> / Facebook Jirapan Ansvananda)