บันเทิง

ตื่นทีวีดิจิตอล!

ตื่นทีวีดิจิตอล!

06 มี.ค. 2556

ตื่นทีวีดิจิตอล!ตลาดค้าจานดาวเทียมฟุบ'ไอพีเอ็ม'ประมูลช่อง-ขายกล่อง : โลกไร้เสา

          นับแต่ปลายปีที่แล้ว ปรากฏว่ายอดขายจานดาวเทียมทุกยี่ห้อลดลง เรียกได้ว่าตลาดค้าจานดาวเทียมซบเซา ขนาดผู้ค้าจานรายใหญ่ ยังต้องออกเดินสายสัมมนาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น
 
          นอกจากปัญหาการตัดราคาแย่งลูกค้ากันเองแล้ว ก็ยังเกิดจากผู้บริโภคเฝ้ารอ "ทีวีดิจิตอล" จึงไม่ติดตั้งจานดาวเทียม เพราะกระแสข่าวที่แพร่สะพัดออกไป สร้างความสับสนในหมู่ชาวบ้านร้านตลาดพอสมควร
 
          "ช่วงแรกๆ ผมว่ามันมีผลกระทบเชิงจิตวิทยาทางการตลาดครับ ก็คือประชาชนส่วนใหญ่ก็จะเกิดการชะลอตัวในการซื้อในการตัดสินใจ ก็จะรอดูเรื่องของการแจกคูปองออกมาแจกให้ มันก็เกิดความสับสนในตลาด แต่ผมว่าสักพัก กลไกตลาดมันก็จะเริ่มคลาย เพราะคนก็จะมีข้อมูล รู้กันมากขึ้น จะค่อยๆ ปรับตัวกันได้"
 
          "เจ้าพ่อจานส้ม" มานพ โตการค้า ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอพีเอ็มทีวี จำกัด ให้ความเห็นต่อปรากฏการณ์ในตลาดค้าจานดาวเทียม
 
          "จริงๆ ทั่วโลกมันมีการพัฒนาไปอยู่แล้ว มันพัฒนากันมานานแล้วเป็นสิบๆ ปีแล้ว ซึ่งในแง่เทคนิคมันเป็นสิ่งที่ดี เราควรจะทำมานานแล้ว เพราะโดยเทรนด์ของเทคนิค จริงๆ แล้ว ดิจิตอลทีวีจะต้องมาก่อนทีวีดาวเทียมอีกด้วยซ้ำไป แต่ปัจจุบันแซทเทลไลท์มันเติบโตกว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์เข้าไปแล้ว ดังนั้นในแง่ของผู้ประกอบการอย่างไอพีเอ็ม เราก็ต้องมีการปรับตัวว่า เมื่อถึงวันหนึ่ง เมื่อดิจิตอลทีวีเข้ามา เราก็ต้องปรับตัวให้มันสามารถทำตลาดให้มันผสมผสานไปได้กับดิจิตอลทีวี กับตัวของดาวเทียม"
 
          ดูเหมือนเจ้าพ่อจานส้มไอพีเอ็ม จะไม่เป็นกังวลมากนัก เพราะเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ "ตื่นทีวีดิจิตอล" ไว้แล้ว และพร้อมจะประมูลคลื่นความถี่สำหรับการให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
 
          "มานพ" กล่าวถึงแนวทางที่ไอพีเอ็มวางไว้สำหรับการเข้าประมูลทีวีดิจิตอล ว่า ทางบริษัทก็มีความสนใจที่จะเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอลเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่ายังต้องดูถึงความชัดเจนในรายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของราคาที่จะต้องจ่าย
 
          "สำหรับผมมองว่า ผู้ที่จะเข้าไปประมูล จะไม่เยอะมาก เท่าที่มีการพูดคุยกันในกลุ่มผู้ประกอบการด้วยกัน ผู้ที่ให้ความสนใจจริงๆ ยังไม่เยอะ ส่วนแนวทางของเรา เราคิดว่าเราต้องเดินไปในทิศทางที่เราทำอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งเรามีการลงทุนอยู่ก่อนแล้วจำนวนมหาศาล แต่ว่าในส่วนของทางดิจิตอลทีวี ก็เป็นตัวหนึ่งซึ่งเราก็ให้ความสำคัญ ไม่งั้นเราคงไม่ศึกษามาตลอด และทราบว่ายังไงเทรนด์ของดิจิตอลทีวี ต้องมาแน่ๆ"
 
          อย่างไรก็ดี หากถามความชัดเจนเรื่องการตัดสินใจเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอลของไอพีเอ็ม มานพ ยอมรับว่ายังต้องศึกษารายละเอียดหลายอย่าง ทั้งเรื่องราคาประมูล ค่าธรรมเนียม และความสนใจของตลาด
 
          "เราต้องดูว่า นโยบายหรือว่าตัวเลขราคาเริ่มต้นมันอยู่ที่เท่าไหร่ และเงื่อนไขต่างๆ ซึ่งทาง กสทช. ยังไม่ได้กำหนดมาอย่างชัดเจน รวมถึงที่ กสทช.กำหนดนโยบายเรื่องของการแจกคูปองออกมาว่ามันจะมีผลทางด้านการตลาดอย่างไรบ้าง ถ้าดูแล้วผลทางการตลาดของคูปองมีความแรง ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ..
 
          "แต่หลักก็คือดูความคุ้มค่า จุดที่สำคัญเลย นอกจากค่าเริ่มต้นที่ประมูลแล้ว เรายังไม่ได้ตัวเลขค่าโครงข่ายมาเลย อันนี้เป็นตัวแปรที่ใช้ในการตัดสินใจ เพราะว่าค่าโครงข่ายมันจะเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงต่อเดือน"
 
          ทั้งนี้ มานพ ระบุว่า ในการทำทีวิดิจิตอล ยังมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ที่จะต้องตั้งรับเอาไว้ คือ นอกจากค่าประมูลใบอนุญาตในการประกอบกิจการแล้ว ยังมีค่าเช่าโครงข่ายทั่วประเทศ
 
          "อันนี้ก็ต้องเช่ากันเป็นสถานีเลย แล้วในแต่ละสถานีก็ยังมีสื่อสัญญาณที่จะต้องลิงค์ ผู้ให้บริการโครงข่ายก็ต้องเชื่อมสัญญาณไปหาแต่ละสถานีด้วย ซึ่งผู้ให้บริการโครงข่ายก็คงต้องมีต้นทุนพอสมควร เพราะฉะนั้น ต้นทุนทั้งหมดมันก็ต้องถูกผลักมาที่ผู้เช่าโครงข่ายอยู่แล้ว"
 
          นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมอื่นๆ ใดอีกที่จะอยู่ในกติกาตรงนี้ ซึ่งรวมเบ็ดเสร็จผู้ประกอบการที่ประมูลไปแล้ว จะต้องมีค่าใช้จ่ายต่อปี และต่อเดือน
 
          "อันนี้ตัวเลขมันยังไม่ออกมาชัดเจน ก็ทำให้ผู้ประกอบการยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าตกลงจะเอาหนึ่งช่อง หรือสองช่อง แต่ความสนใจเราก็มีทีมงานที่เข้าไปศึกษา และดูในรายละเอียดการจะเข้าประมูลตรงนี้แล้ว"
 
          ทั้งนี้ไอพีเอ็มสนใจช่องเด็ก และช่องบันเทิง โดยจะเลือกประมูลเพียงช่องใดช่องหนึ่ง
 
          "เราน่าจะเลือกประเภทใดประเภทหนึ่งครับ ซึ่งตรงนี้ต้องดูผู้สนใจรายอื่นๆ ด้วย คือว่าถ้าเอาจริงๆ ราคาเริ่มต้นไม่สูงเกินไป แล้วก็การแข่งขันในแต่ละประเภทไม่มากเกินไป เราก็ลงไปในตลาดนี้ แต่ก็คาดว่าน่าจะเป็นช่องบันเทิง ถ้าเป็นไปได้"
 
          ส่วนที่มานพเสริมก็คือ ในอีกทางหนึ่งไอพีเอ็มเองก็จะผลิต "กล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี" (set top box) ซึ่งเป็นแบรนด์ไอพีเอ็มโดยเฉพาะ
 
          "เราตั้งรับอยู่แล้ว เซตท็อปบ็อกซ์ เราก็มีการเตรียมการทางการผลิตทุกอย่าง ถ้า กสทช.อนุมัติในส่วนของการอนุญาตนำเข้า อนุญาตผลิตจาก กสทช. มาปุ๊บ เราก็ผลิตและจำหน่ายได้เลย โดยเป็นการผลิตในแบรนด์ของไอพีเอ็มเลยครับ ซึ่งสามารถวางจำหน่ายแก่ลูกค้าทั่วไปใช้ได้"
 
          โดยความพิเศษของกล่องแบรนด์สีส้ม ก็คือ เป็นกล่องรับสัญญาณแบบไฮบริดที่เปลี่ยนจูนเนอร์เพียงตัวเดียวก็สามารถรับชมได้ 2 ระบบ คือ 1.ระบบ DVB-T29 ตามมาตรฐานของ กสทช. เพื่อรับชมช่องทีวีดิจิตอลในอนาคต และ 2.ระบบ DVB-S28 กับช่องรายการของทางไอพีเอ็มจำนวน 300+40 ช่องเอชดี เบื้องต้นวางราคาไว้ที่ 2,500 บาทเท่ากล่องเอชดีที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน
 
          มิเพียงเท่านั้น เจ้าพ่อจานส้มยังทุ่มเงินกว่า 150 ล้าน สร้างโรงถ่ายละครสไตล์รีสอร์ทบนพื้นที่กว่า 300 ไร่ ในอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นโรงถ่ายสำหรับการผลิตละครของทางไอพีเอ็ม
 
          เรียกว่านับจากนี้ ไอพีเอ็มจะเป็นทั้งเจ้าของแพล็ตฟอร์ม และเป็นคอนเทนท์โปรวายเดอร์ จึงไม่กังวลต่อกระแสตื่นทีวีดิจิตอลของชาวบ้านร้านตลาดยามนี้
.......................................
(หมายเหตุ ตื่นทีวีดิจิตอล!ตลาดค้าจานดาวเทียมฟุบ'ไอพีเอ็ม'ประมูลช่อง-ขายกล่อง : โลกไร้เสา)