บันเทิง

Eat play live:เธอไม่อยากโผล่ขึ้นจากบ่อน้ำ

Eat play live:เธอไม่อยากโผล่ขึ้นจากบ่อน้ำ

05 มี.ค. 2556

เธอไม่อยากโผล่ขึ้นจากบ่อน้ำ : คอลัมน์ Eat play live โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

          ไม่ว่าใครจะได้เป็นผู้ว่ากทม. ผมว่าการดูแลเมืองชื่อนี้คงไม่ง่ายและไม่ราบรื่นเมื่อมองจากบริบทของภาพรวมที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปเพราะว่ามีเรื่องของผลประโยชน์และความฝัน


          ไม่ว่าใครจะเป็นคนแรกที่บัญญัติความหมายของคำว่า American Dream ก็ตาม ใครคนนั้นคงไม่รู้หรอกว่าคำๆ นี้ได้ทำลายคุณค่าและการมีอยู่ที่ (น่าจะ) ดีของชีวิตหลายๆ คนในเวลาต่อมา ความฝันน่าจะเป็นสิ่งสวยงามตามความเข้าใจ แต่ความฝันแบบอเมริกันชนถูกให้ค่าที่ผิดรูปรอยรวมไปถึงมาตรฐานที่สูงเกินจริง

          แทนที่ความฝันแบบนี้จะหมายถึงการมีครอบครัวที่ดี...ก็กลายเป็นเข้าใจไปว่า ต้องมีครอบครัวที่รวย แทนที่จะรู้สึกไปถึงที่พักพิงที่อบอุ่น..ก็กลายเป็นการคาดหวังถึงบ้านหลังใหญ่ที่ครบถ้วนทางวัตถุ

          ว่าไป, คนอย่างเลสเตอร์ เบิร์นแฮม และ แคโรลีน รวมทั้งลูกสาวอย่างเจน ใน American Beauty นั้น สามารถเป็นตัวแทนทั้งหมดของสังคมยุคใหม่ได้ ผู้ชายวัยกลางคนอย่าง เลสเตอร์ ก็ไม่ได้ต่างจากคนอเมริกันส่วนใหญ่ที่อยากจะมีบ้านหลังโต รถตระกูลหรูสักคัน เงินในธนาคารและภรรยาที่สวย เซ็กซี่แบบมาริลีน มอนโร แบบตาสีฟ้า..ผมสีบลอนด์..ผิวสีขาว..

          และมากกว่าครึ่งที่ผู้ชายอย่างเลสเตอร์อยากมีและอยากเป็นนี้ แคโรลีน ก็ทำทุกอย่างเพื่อจะได้มีและได้เป็น เธอก็เหมือนตัวแทนของผู้หญิงหลายคนในความฝันแบบอเมริกัน ดรีม ที่อยากแต่งตัวดีๆ ทุกวัน มีรถขับ มีเงินใช้จ่าย ออกงานสังคมหรูๆ และทำตัวทุกอย่างเพื่อให้อยู่ในกระแส

          ความหมายของแคโรลีนก็คือ เธออยากจะเป็น “คนที่สมบูรณ์แบบ” บ้านของเธอต้องดูดี มีสวนดอกไม้สวยๆ หน้าบ้าน สีที่ทาบ้านจะเป็นสีอะไรก็ได้ แต่ต้องสวย เราจึงเห็นได้ว่าบ้านของเธอกับสามีในหนัง “ดูครบ” ทั้งโซฟา คอมพิวเตอร์ ห้องนั่งเล่นและเทคโนโลยีแต่เป็นบ้านที่ว่างเปล่าและไม่มีหัวใจให้ค้นหาในห้องไหนๆ บ้านแบบนี้ทางเดินจะให้ความรู้สึกน่ากลัว พื้นจะเย็นเท้า..และสนามหญ้าหลังบ้านจะไม่น่าวิ่งเล่น เพราะคนที่อยู่ไม่เคยมีความฝันพอคนไม่ฝัน..บ้านของเขาก็จะไม่ฝัน..

          ที่อยู่ที่น่าเป็นบ้านอันรื่นรมย์..ก็แปรสภาพไม่ต่างอะไรไปจากสุสานขนาดใหญ่ ที่มาของชีวิตแบบนี้ก็เพราะคนสองคนจำความหมายของชีวิตที่ดีไม่ได้ คนหนึ่งทอดทิ้งตัวเองไปนานขณะอีกคนหนึ่งรักตัวเองมากเกินไป บ้านแบบนี้หรือเปล่า...ที่เตียงนอนของเขาไม่เคยมีอ้อมกอด และห้องพักผ่อนของเธอไม่เคยมีการนั่งเล่น

          บุคลิกที่เย็นชาของเลสเตอร์และแคโรลีนในหนังเรื่องนี้ทำให้ผมคิดไปถึงหนังสือ Men are from Mars, Women are from Venus ของจอห์น เกรย์ เขาบอกว่านิสัยของผู้ชาย เหมือน “หนังสติ๊ก” ที่เมื่อยืดไปจนถึงสุดด้านหนึ่งแล้ว ก็มักจะกลับมาอยู่ที่เดิม ขณะที่อารมณ์ของผู้หญิงเหมือน “ลูกคลื่นในท้องทะเล” ที่จะขึ้นสูงและลงต่ำสลับไปมาเป็นช่วงๆ

          เมื่อเกิดปัญหา-เพศหญิงต้องการความเข้าใจ ส่วนผู้ชายต้องการช่องว่างหรือระยะห่าง (บ้าง) อารมณ์และความต้องการแบบนี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากการที่คนหนึ่งต้องการหลบเข้าถ้ำส่วนอีกคนชอบที่จะจมตัวเองลงในบ่อน้ำ แต่ “ถ้ำของเลสเตอร์” ในหนังเรื่องนี้ดูมืดและมองไม่เห็น พอๆ กับที่ “บ่อน้ำของแคโรลีน” ดูลึกและขาดออกซิเจน

          และไม่ใช่เธอที่ไม่ปรารถนาจะโผล่ขึ้นจากบ่อน้ำ เขาเองก็ไม่เคยคิดจะออกจากถ้ำของตัวเอง

          และความจริงอย่างหนึ่งก็คือ ไม่เคยมีการสนทนาที่เข้าใจเกิดขึ้น ระหว่างคนที่พูดอยู่ในถ้ำ กับ ใครสักคนที่ตะโกนตอบอยู่ในบ่อน้ำ การมีอยู่ของคนสองคนจึงจบสิ้น เพราะในความอยากจะสมบูรณืแบบของชีวิตนั้นยังเต็มไปด้วยร่องรอยที่บกพร่องของผู้อยู่อาศัย เลสเตอร์ไม่เคยขัดถูมลพิษในความรู้สึกทางเพศ

          ส่วนแคโรลีนก็ไม่ยอมเก็บกวาดและทำความสะอาดในอารมณ์ส่วนลึก คนแบบนี้-คงจะรักใครอีกไม่ได้ และชอบใครจริงๆ ไม่เป็นแม้แต่ “ตัวเธอเอง”
.......................................
(หมายเหตุ เธอไม่อยากโผล่ขึ้นจากบ่อน้ำ : คอลัมน์ Eat play live โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)