บันเทิง

มองโลกแบบวิกรม:พิพิธภัณฑ์จีน

มองโลกแบบวิกรม:พิพิธภัณฑ์จีน

04 มี.ค. 2556

พิพิธภัณฑ์จีน : คอลัมน์ มองโลกแบบวิกรม โดย... วิกรม กรมดิษฐ์

          ผมได้มาเห็นพิพิธภัณฑ์ที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะจากสถิติของปีที่แล้ว จีนมีพิพิธภัณฑ์ทั้งหมด 3,400 แห่ง และในแต่ละปีมีตัวเลขการเพิ่มขึ้นของพิพิธภัณฑ์ ปีละ 100 แห่ง นอกจากนี้พิพิธภัณฑ์ในประเทศจีนทั้งหมดมีของเก่ารวมกันกว่า 20 ล้านชิ้น และในแต่ละปีจะมีการจัดงานนิทรรศการกว่า 8,000 ครั้ง เฉพาะในเมืองปักกิ่งมีพิพิธภัณฑ์อยู่ 159 แห่ง ถือว่ามากเป็นอันดับที่สองของโลก 
 
          วันนี้หากมองถึงพิพิธภัณฑ์แล้ว จะเห็นว่าพิพิธภัณฑ์มีส่วนสำคัญ ในประเทศที่พัฒนาแล้วประชาชนของเขาจะสนใจเรื่องประวัติศาสตร์ เช่น ในเมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นเมืองที่มีพิพิธภัณฑ์มากเป็นอันดับหนึ่งของโลก แน่นอนว่าอังกฤษนั้นมีของเก่าจำนวนมากอยู่ทั่วโลก แต่สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นคือ ในประเทศนั้นๆ คุณภาพของประชาชนจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนพิพิธภัณฑ์
 
          นอกจากนี้ มณฑลที่ผมอยากนำเสนอคือ มณฑลซานตง (Shandong) เพราะผมได้มีโอกาสเข้าไปที่พิพิธภัณฑ์ซานตง พิพิธภัณฑ์ซานตงนั้น ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์อัจฉริยะ มีพื้นที่กว่า 8 หมื่นตารางเมตร ใช้เวลาสร้างประมาณ 3 ปี และสร้างหลังคาแบบหลังคาแสงอาทิตย์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 5.6 แสนกิโลวัตต์ต่อปี  จึงหมายความว่า พิพิธภัณฑ์อัจฉริยะนี้สามารถใช้พลังงานของตนเองได้มากทีเดียว ในพิพิธภัณฑ์ซานตงนั้นมีของเก่าจำนวนมาก  โดยเฉพาะของจำพวกหิน ที่พิพิธภัณฑ์นี้ถือว่ามีหินมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนหินโบราณที่มีในประเทศจีนทีเดียว ถือเป็นความโดดเด่นของพิพิธภัณฑ์ซานตง 
 
          ซานตง ถือเป็นเมืองเอกในอดีต และซานตงถือว่าเป็นเมืองที่มีคนเก่งและผู้นำจำนวนมาก ฉะนั้นในอดีตซานตงเคยเป็นเมืองเอกทางด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เป็นที่น่าสนใจว่า การที่เขาทำอะไรขึ้นมา เขาจะวาดรูปจำลอง และนำของเก่าที่มีมาตั้ง ซึ่งดูแล้วเหมือนสมัยโบราณทีเดียว ตัวอย่างเช่น รถม้า เขาจะนำซากรถม้าในสมัยโบราณที่ถูกฝังไว้มาตั้ง และออกแบบสิ่งแวดล้อมให้เหมือนในยุคนั้น หรือแม้กระทั่งมีการนำกระดูกจากการฝังวัวหรือควายในสมัยนั้นมาเรียงไว้ ทำให้มีความรู้สึกเหมือนเราเข้าไปอยู่ในบริเวณนั้นจริง สิ่งสำคัญที่ผมประทับใจมากที่สุดคือ พิพิธภัณฑ์ซานตง หรือพิพิธภัณฑ์อื่นๆ ในจีนนั้น มีไกด์เป็นเด็กๆ ในวัยประถมถึงมัธยมมาอธิบายประวัติศาสตร์ สิ่งนี้แสเดงให้เห็นว่าเขาจะต้องมีการศึกษา มีการควบคุมเรื่องข้อมูลดีมาก จนได้มาตรฐานมาเป็นไกด์ได้ 
 
          และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ บางเมืองที่ผมได้ผ่านไปนั้น เขาส่งเสริมให้เด็กนักเรียนมาเป็นนักข่าว และทำได้ดีเสียด้วย เพราะเป็นนักข่าวที่ถามเก่งเหลือเกิน เด็กๆ นั้นมีความกล้ามากขึ้นกว่าอดีต และนักข่าวรุ่นจิ๋วนี้ก็ได้เขียนข่าวให้หนังสือพิมพ์หลายฉบับ นับว่าน่านำมาเป็นแบบอย่างใช้ในบ้านเราบ้าง
.......................................
(หมายเหตุ พิพิธภัณฑ์จีน : คอลัมน์ มองโลกแบบวิกรม โดย... วิกรม กรมดิษฐ์  <http://www.facebook.com/VikromKromadit>  )