
เล่นหูเล่นตา:หล่อ?!
หล่อ?! : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
กลับจากตะลุยกินที่เชียงใหม่ งานก็มาจ่อรอที่คอหอยในวันถัดไป … สีเกดพาพาหนะคู่ใจคันใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งถอยมาวันแรกฝ่ารถติดแถวรามคำแหงเข้าไปถึงสนามราชมังคลากีฬาสถานซึ่งผู้คนมากมายเดินกันให้ขวักไขว่ ส่วนใหญ่จะใส่ชุดครุย... นี่คือเหตุผลของรถติดยาวร่วมชั่วโมง…
2 ชั่วโมงที่นั่งอยู่ในรถจนมดลูกจะฝ่อเร็วกว่าปกติ ฉันก็ได้เดินเหยียดแข้งเหยียดขาในสนามฟุตบอลกว้างจุคนเต็มที่ได้ถึง 6 หมื่นคน โอ้แม่เจ้า! สถานที่จัดงานปราบเซียนทั้งส่วนของเวที แสง สี เสียง และตัวผู้แสดงหรือผู้ร้อง… ช่างห่างไกลกันเหลือเกิน
ฉันยืนอยู่ห่างจากเวทีช่วงครึ่งสนามฟุตบอล ยังไม่รู้ว่าใครกำลังซ้อมอยู่บนเวที มีทั้งเวทีกลาง และเวทีย่อยที่แยกออกไปเพื่อกระจายความสุขไปสู่คนดูได้ใกล้ขึ้น... เกิดมาก็เพิ่งเคยเจอนี่แหละ น้องที่ดูแลคิวซ้อมพาฉันมุดใต้เวที ต้องเดินค่อมไปตลอดทางกันหัวโขกเวที ทั้งๆ ที่ฉันก็เตี้ยแค่นั้น นึกสงสารคนตัวสูงๆ ที่ต้องมุดรูนี้ก่อนขึ้นเวที ทางยาวไปจนถึงบันไดทางขึ้นอีกฝั่งเวที มีเก้าอี้พลาสติกสีขาววางเรียงให้นักร้องนั่งสุมหัวนินทากัน เอ๊ย! รอคิวร้อง
ความคิดแวบเข้ามาขณะที่ก้มหัวมุดใต้เวที ฉันนึกถึงตอนเด็กๆ ที่แอบมุดเข้าไปดูพวกงิ้วแต่งตัวกันอยู่ใต้ถุนเวทีแบบนี้ รู้สึกกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งในเวลาไม่ถึงนาที... สาวๆ เสียงจริง ตัวจริง ทั้งชะนี ทอม และกะเทย จับกลุ่มเม้าท์กันเสียงจ๊อกแจ๊กเป็นนกกระจอกแตกรัง แต่พอดูหน้าแต่ละนางที่งามงดแล้ว ฉันว่า... เหมือนบรรยากาศในโรงน้ำชาเมื่อ 50 ปีที่แล้วมากกว่า (เกิดไม่ทันแต่พอนึกภาพออก) อือ... เข้าใจ! ไม่ได้เจอกันนานหลายเดือน สาวๆ จึงมีเรื่องคุย เม้าท์ และนินทาสารพัด ฉันไต่บันไดแอ่นๆ 6-7 ขั้น ขึ้นไปอย่างระมัดระวัง กลัวหกล้มเข่าพังไม่ได้กลัวหน้าฟาดบันไดเพราะไม่ขี้เหร่ไปกว่านี้แล้ว แค่บันไดทำอะไรหนังหน้าฉันไม่ได้หรอกจะบอกให้ !
จากกระตือรือร้นสนใจตั้งแต่เวที แสงสีเสียง และผู้คน พอยืนรอนานๆ เข้าก็เริ่มเบื่อเพราะต้องรอโค้ชผู้ชายตัวผู้อีก 2 ตัว ก้อง สหรัถ และโจอี้ บอย มาซ้อมด้วย (ซ้อมวันแรกไม่เห็นแสตมป์คงติดธุระ) เกิดเป็นชะนีต้องรู้จักสะกดคำว่า “รอ” โดยเฉพาะ “รอผู้ชาย”
... ก็ผู้ชายมันหายากขึ้นเรื่อยๆ นิ ขนาดมารอคิวแรกยังโดนชะนีนางอื่นปาดหน้าเค้กไปต่อหน้าต่อตา อันนี้ก็ต้องรอ... ต่อไป!
1 ชั่วโมงผ่านไป เฮียโจอี้ กับคุณพี่ก้อง สหรัถ ก็มาไล่เลี่ยกัน ... หล่อกว่ามาทีหลัง คุณก้องมาถึงก็จับกีตาร์ที่มาถึงก่อนคนเล่นล่วงหน้าเกือบ 2 ชั่วโมง (มี “ยศ” หัวฟูตั้งสายกีตาร์พร้อมใช้ไว้ให้ล่วงหน้า คุณชายของจริงอะ) ขึ้นมายืนตัวสูงทำเป็นพร้อมสุดๆ กลางเวที ก้านยาว... คุณค่าที่ชะนีไทยคู่ควร หล่อแต่กินไม่ได้มันเป็นแบบนี้นี่เอง!
ยืนมองสักพักก็เริ่มเบื่อเหมือนคนยืนจ้องลูกทุเรียนที่ห้อยอยู่บนต้นจะปีนขึ้นไปก็กลัวจะถลอกปอกเปิก จะเอาไม้สอยก็กลัวจะหล่นใส่หน้า แม้ว่าเอาลงมาได้ก็ไม่รู้จะแกะกินยังไง... กินยากขนาดนั้นก็ปล่อยให้มันห้อยจนเหี่ยวคาต้นก็ได้วะ! (’รมณ์เสีย)เพิ่งได้ตระหนักรู้ว่าหล่อเนี่ยมองนานๆ ก็เบื่อ เวลาผ่านไปก็แก่เหลืออยู่แต่ความดีที่จะเก็บเอาไว้ให้คิดถึง
หันไปมองโจอี้ อือ... คนนี้แหละไม่หล่อลากแต่เฮียเหลือเกิน เห็นเป็นเจ้าพ่อแร็พเมืองไทยที่ท่าเฮี้ยวๆ แต่เป็นคนอ่อนไหวและอ่อนโยนตรงข้ามกับการพูดจามึงวาพาโวย เวลาที่ฉันจะเดินขึ้นเดินลงบันได เฮียโจอี้จะคอยประคับประคองยังกับกลัวหมอนรองกระดูกฉันจะเคลื่อน เวลาเขากินอะไรก็จะหันมาถามว่ากินมั้ย?
ผิดกับคุณชายก้อง สหรัถ อันนี้ขอเม้าท์ อีแก่อย่างฉันยืนหัวโด่หิวน้ำข้างเวที พอดีมีคนยกมาเสิร์ฟ คุณก้องคว้าน้ำแดงมายืนดูดหน้าตาเฉย
“นี่มรึงไม่คิดจะถามกรูสักคำหรือคะอีพี่ก้อง?” น้ำตาจะไหล น้อยใจคิดถึงพี่โก้ มิสเตอร์แซกแมน ที่คอยดูแลฉันไม่เคยให้ตกฟากลากพื้น นอกจากตกกะใจว่ามันจะมาทันงานมั้ย?
โก้จะหยิบยื่นทุกสิ่งให้ผู้อื่นก่อนเสมอ บางครั้งก็ไม่เหลือถึงโก้ อยู่กับโก้เหมือนอยู่กับหลวงตาแก่ๆ ที่เมตตาเด็กวัดและญาติโยม คุณก้องยืนดูดน้ำแดงปรืดๆ ฉันทนไม่ไหวหันไปฟาดแขนแรงๆ 2-3 ที แล้วแว้ดใส่
“นี่… กินน้ำกินท่าไม่เผื่อใครเลยรึไง?”
เขาหันหน้าหล่อๆ (แต่กินไม่ได้) มาช้าๆ ประทับยิ้มบนใบหน้าแล้วตอบเสียงเรียบๆ แต่กวนตีนโคตรว่า “คิ้มไม่ต้องกินอะไรแล้วทั้งนั้น คิ้มอ้วนแล้ว…!”
คุณก้องเร่งทีมงานให้ลงมือซ้อมไวๆ เพลงฝรั่งที่ไม่คิดว่าจะเอาก้องมายืนหัวโด่อยู่ทำไร? แต่หล่อขนาดนี้ขโมยซีนได้ตลอด โน่น … ขึ้นมาดีดกีตาร์แค่นี้สาวๆ ก็กรี๊ดกันจนไส้ติ่งสั่นแล้ว อือ... ตูไม่หน้าตาดีแบบนี้บ้างก็แล้วไป! ยืนอยู่กับโก้ มิสเตอร์แซกแมนไม่เคยรู้สึกเป็นปมด้อยเลยเพราะหน้าเละพอกัน อย่างเก่งก็แค่ “น้อยใจ” ทำไมเราสองพี่น้องต้องเกิดมาหน้าตาแบบนี้ด้วยฟะ? … ก็แค่นั้น แต่ทุกครั้งที่ยืนข้างๆ ผู้ชายชื่อ ก้อง สหรัถ อีกนิดนะ ยืนนานอีกนิด... ฉันจะกลายร่างเป็นคางคกให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย ไม่ต้องเป็นคนจะได้ไม่ถูกเปรียบเทียบ...
อ.ต๋อง วงบีกินส์ที่คอยควบคุมการซ้อมให้กับเดอะวอยซ์มาแต่ต้นยังคงยืนทำหน้าเป็นหมอผีคอยบอกท่อนบอกส่วนเราอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นี่ถ้าไม่ฟังแก แกจะเสกหนังควายเข้าท้องฉันมั้ยนะ?
ฉันยืนอยู่ติดกันกับก้องก็ต้องคอยสะกิดบอกคิวกัน ตอน อ.ต๋องบอกฉันก็ตั้งใจฟังและจดจำไว้เป็นอย่างดีว่าร้องต่อจากท่อนไหน พอซ้อมจริงก็ต้องไปยืนรอคิวข้างเวทีกับก้อง เฮียโจอี้ กับพี่กบ ทรงสิทธิ์ อยู่อีกฝั่ง พอนักร้องบนเวทีร้องท่อนฮุกจนจบ 1 รอบ เราค่อยออกไปสวมต่อท่อนต่อไป
ปรากฏว่า ... ขณะกำลังฟังคิวยิ่งกว่ารอฟังหวยเลขท้ายจากวิทยุ ก้องก็พยักหน้าชี้โบ้ยบ้ายให้ฉันออกไป แอบนึกในใจว่า … “ยังไม่น่าถึงท่อนเรา” แต่ก้องทำหน้า “โคตรมั่นใจ” ฉันเลยเดินร้องออกไปปรากฏว่าเละ ต้องซ้อมใหม่อีกรอบ พุทโธ่! แล้วมาคุยเสียมากมายว่าก้องชอบเดินป่า ไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ไม่เคยหลง... “กรูไม่เชื่อค่ะ” คุณก้อง สหรัถ ร้องเพลงยังพาหลงท่อน ถ้าพาหลงป่ากรูตายแน่ๆ ค่ะ!
พอซ้อมเสร็จก็ต้องเดินไต่ลงบันไดลิงเล็กๆ แอ่นๆ อันเดิม ก้องเดินนำหน้าลงไปไม่หันมามองอีแก่อย่างฉันว่าจะหกล้มหกลุก ถ้าเฮียโจอี้อยู่ใกล้ๆ คงจะประคองฉันลงไปแล้วพูดว่า “พี่... ค่อยๆ เดิน ระวังนะ” โถ! พ่อคุณ ผิดกับอีที่หล่อๆ เดินนำหน้าฉันเป็นคนละคน เฮ้อ...
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า หล่อ… นอกจากกินไม่ได้แล้ว ยังพึ่งไม่ได้อีก !
ก่อนกลับ พวกเด็กมานั่งรอซ้อมต่อเพลงอื่นๆ จับกลุ่มรวมกันทีไรคนที่พูดไม่หยุดปากและเสียงดังแต่เรียกเสียงหัวเราะได้มากที่สุดคือ “สวย สโรชา” ทีมก้อง นางหันมาชวนฉันเล่นเกมด่าโดยไม่มีคำหยาบ แต่ต้องเจ็บแสบสุดๆ มีคนเริ่มเล่นพูดขึ้นว่า “อีสวย !” อือ สวยบอกว่าเป็นคำด่าที่เจ็บสุดๆ แล้วสำหรับนาง แต่ถ้าเป็นฉัน “อีคิ้ม” จะเฉยๆ จะฉุนก็ตอน... “อีแก่” ... เนี่ยแหละ !
.......................................
(หมายเหตุ หล่อ?! : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



