
'เต้ย'ชวนท้าลมหนาวตะลุยหิมะที่ญี่ปุ่น
พักยก : ท้าลมหนาวตะลุยหิมะ ณ ญี่ปุ่น กับ 'เต้ย-จรินทร์พร' : เรื่อง/ภาพ...เพ็ญนภา ดำเล็ก
ว้าว...ว พักยกสัปดาห์นี้จะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกับบรรยากาศอันหนาวเหน็บ หิมะโปรยปรายไปกับนางเอกสาวแสนสวย "เต้ย" จรินทร์พร จุนเกียรติ กับกิจกรรมทัศนศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมของผู้ชนะเลิศโครงการประกวดไอเดียรักษ์โลก "โตโยต้า อีโค ดี.ไอ.วาย. คอนเทสต์ (Toyota Eco D.I.Y. contest) ณ ประเทศญี่ปุ่น กับเมืองนาโกยา ชิราคาวา-โก โอซากา เรียกว่าโตโยต้าจัดเต็ม จัดหนัก กับทริปท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่สถาบันสิ่งแวดล้อมโตโยต้า ชิราคาวา-โก หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวา-โก ด้วยจ้า
งานนี้สาวเต้ยกับผู้ชนะเลิศทั้ง 10 ท่าน พร้อมเพรียงกันที่สนามบินสุวรรณภูมิในช่วงค่ำๆ ก่อนจะบินลัดฟ้าไปแดนปลาดิบ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง ล้อเครื่องบินก็แตะพื้นรันเวย์สนามบินนาโกยา ในเขต จ.ไอจิ ทันที และเมื่อก้าวท้าวสู่ภายนอกสนามบินเท่านั้นแหละ ทุกคนได้สัมผัสกับอากาศเย็นยะเยือก แถมยังมีฝนโปรยปรายเล็กน้อย "โอ๊ย....หนาวนะเนี่ย" เต้ยบ่นพรึมพรำ พลางตัวสั่นก่อนจะก้าวเท้าขึ้นรถบัส
ประเดิมกันที่สาวเต้ย พร้อมกับแก๊งผู้ชนะเลิศไปชมต้นกำเนิดของรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ที่พิพิธภัณฑ์โตโยต้า ทำให้ทุกคนในทริปได้มีโอกาสเรียนรู้ประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่น และได้รู้ว่าแท้จริงแล้วโตโยต้าเริ่มผลิตเครื่องยนต์สิ่งทอและการปั่นด้ายมาก่อน อั๊ยยะ! ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย แหม...งานนี้เราได้แบรนด์แอมบาสเดอร์ของโครงการนี้อย่างสาวเต้ย มาร่วมทั้งที มีหรือที่สาวเต้ยจะพลาดโอกาสฟังและเก็บรายละเอียดของที่มาที่ไปของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ "โอ้โห....นี่รถยนต์โบราณของโตโยต้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเลยนะเนี่ย" นักแสดงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นที่ได้ชม
เพลิดเพลินกับการทัศนศึกษาที่พิพิธภัณฑ์เสร็จ สาวเต้ยและชาวคณะก็มุ่งหน้าไปกันต่อที่หมู่บ้านโบราณ ชิราคาวา-โก หมู่บ้านที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง อ๊ะ...อ๊ะ แต่ระหว่างทางนั่นเอง สองข้างทางที่เต็มไปด้วยเทือกเขาที่มีหิมะปกคลุม ทำให้สาวเต้ยไม่พลาดที่จะแชะภาพวิวทิวทัศน์ระหว่างนั่งอยู่ในรถ "ว้าว...ว วิวสวยมาก" นักแสดงสาวหยิบไอโฟนคู่ใจมาถ่ายภาพประทับใจอย่างสนุกสนาน
เมื่อถึงหมู่บ้านโบราณปุ๊บ....เต้ยถึงกับตัวสั่นเพราะอากาศที่หนาวจับใจ แต่ก็มิวายจะเก็บภาพประทับใจของหมู่บ้านแห่งนี้ ขอบอกว่าบ้านในละแวกนี้ทั้งหมดจะเป็นบ้านหลังคาสูง แบบกัสโชจึคุริ ทำจากฟางและไม้แห้งเท่านั้น เป็นสถาปัตยกรรมเพื่อให้เหมาะสมกับฤดูหิมะ และปัจจุบันยังมีคนพักอาศัยอยู่ "เต้ยเคยมาที่นี่แล้วนะ มาตอนฤดูร้อน ก็คนละฟิลด์กับตอนนี้ สวยไปคนละแบบ" เต้ยเล่าให้ฟังด้วยรอยยิ้ม
วันถัดมาในเช้าตรู่ สาวเต้ยและทีมได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติที่สถาบันสิ่งแวดล้อมโตโยต้า ชิราคาวา-โก โรงเรียนศึกษาธรรมชาติ ซึ่งผู้ร่วมทริปทุกคนได้บุกป่า เอ้ย ! เดินป่าฝ่าหิมะ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบป่าที่ได้รับการดูแลรักษา และป่าที่เติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติ งานนี้ยังได้รู้วิธีการเก็บรักษาหิมะไว้ใช้ในฤดูร้อน และการอนุรักษ์พลังงานต่างๆ ด้วย โอ้ว...เรียกว่าลูกทัวร์เห็นแล้วถึงกันอึ้งกันเลยทีเดียว
งานนี้สาวเต้ยดูตื่นเต้น เพราะแค่เริ่มใส่อุปกรณ์รองเท้าบู๊ท รองเท้าลุยหิมะเต้ยก็ทำอย่างตั้งอกตั้งใจ แถมระหว่างทางเข้าป่ายังเก็บภาพสวยๆ ไว้เป็นที่ระลึก กระทั่งมาถึงไฮไลท์ของการเข้าป่าที่ทุกคนได้ตื่นตาตื่นใจกับการเล่นสไลเดอร์หิมะแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน ด้วยการนำกระสอบมารองนั่งและสไลด์ลงมานั่นเอง ทำเอาเต้ยติดอกติดใจ เล่นถึง 2 รอบ จนลืมอากาศหนาวเย็นกันเลยทีเดียว
"สนุกมากเลยพี่....ปะไปเล่นกัน" เต้ยเชิญชวนให้ทุกคนไปเล่น พลางเดินขึ้นเนินหิมะเพื่อลงไปสไลด์อีกรอบหนึ่ง และหลังจากได้รับความรู้และเต็มอิ่มกับการเล่นหิมะ เต้ยกับชาวคณะมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองนาโกยาอีกครั้ง เพื่อขึ้นรถไฟด่วน "ชินคันเซน" ไปยังเมือง "โอซากา"
วันต่อมาเดินทางสู่เมืองเกียวโต เพื่อชมเมืองหลวงเก่าที่ยังคงอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่นและถือเป็นเมืองมรกดกโลก ประเดิมที่ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ หรือศาลเจ้าพ่อจิ้งจอก แหม...เดินทางไกลมาถึงศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ทั้งที สาวเต้ยเลยไม่รอช้ารีบโยนเหรียญอธิษฐานพร้อมสั่นระฆังขอพรทันที แถมยังเขียนคำอธิษฐานลงบนแผ่นไม้รูปสุนัขจิ้งจอก อ๊ะ อ๊ะ ยังไม่หมดแค่นั้นคร้า....เพราะสาวเต้ยยังเสี่ยงเซียมซี แต่แหม...ใบเซียมซีเป็นภาษาญี่ปุ่น สาวเต้ยเลยต้องพึ่งไกด์ผู้ใจดีแปลให้ ปรากฏว่าคำทำนายที่ออกมามีแต่เรื่องดีๆ ทั้งโชค ลาภ วาสนา การงาน โดยเฉพาะเรื่องความรัก อั๊ยยะ ! แบบนี้ อเล็กซ์ เรนเดลล์ สบายใจได้เลยจ้า
หลังจากนั้นเดินทางไปชมตำหนักทองที่วัดคินคะคุจิ เป็นที่มาของการ์ตูนเรื่องดัง "อิคคิวซัง" เณรน้อยเจ้าปัญญา และต่อกันที่ "วัดเคียวโยมิตสึ" หรือ "วัดน้ำใส" วัดโบราณอันศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่บนเชิงเขาฮิงาชิยามา เต้ยเลยไม่รอช้าร่วมดื่มน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ ขอพรด้านความรัก วาสนา และสุขภาพ พร้อมชมวิหารซึ่งมีเสาค้ำยันถึง 139 ต้น ว้าว....ว "วิวสวยมาก มาถ่ายรูปตรงนี้กัน" เต้ยแชะภาพกับวิหารก่อนจะเดินชมบรรยากาศ
วันสุดท้ายของทริปนี้ เต้ยได้ชมปราสาทโอซากา ที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1583 มีความสูง 55 เมตร มี 5 ส่วน 8 ชั้น เครื่องประดับหลังคาและภาพเสือบนตัวกำแพงปราสาทและหลายๆ ส่วนลงทองอร่าม ปิดท้ายด้วยการช็อปปิ้งย่านชินไชบาชิ ต่อด้วยริงกุ พรีเมียมเอาท์เล็ท และห้างอิออน เรียกว่าเต้ยก็จัดเต็มกับการช็อปปิ้งเหมือนกัน งานนี้สาวเต้ยยังบอกว่าเป็นทริปนี้เป็นทริปที่สนุกสนาน ครบถ้วน ทั้งกิน ช็อป เที่ยว ได้ความรู้ หนำใจจริง...จริ๊ง และแล้วทั้งเต้ยและชาวคณะเดินทางถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ พร้อมกับรอยยิ้มอันเปี่ยมสุข



