
เอกเขนกดูหนัง:Brave
Brave : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
เพิ่งมีโอกาสได้ดูหนังแอนิเมชั่นรางวัลออสการ์มาสดๆ ร้อนๆ ครับ แม้ “Brave” จะโดนนักวิจารณ์บางคนค่อนขอด ในทำนองเดียวกับ “Argo” ว่า ตัวหนังไม่น่าถึงขั้นได้รางวัลยอดเยี่ยม เพราะยังมีหนังดีๆ มีคุณค่ากว่านี้ในสาขาเดียวกันที่สมควรจะได้รับรางวัลออสการ์อันทรงเกียรติมากกว่า แต่ไม่ว่า “Argo” หรือ “Brave” จะโดนคนบางกลุ่มครหาว่าไม่สมควรได้ออสการ์ แต่สิ่งที่หนังทั้งสองเรื่องมีคือ ‘ความสนุก’ และ ‘สมควร’แล้ว หากหนังทั้งสองเรื่องจะได้รับรางวัลเป็นเงินทองมากมายจากผู้ชมเป็นการตอบแทนในฐานะที่สร้างความสนุกตื่นเต้นอย่างออกรสออกชาติให้เกิดขึ้นในระหว่างการดูหนัง
“Brave” เป็นหนังแอนิเมชั่นจากค่ายดิสนีย์-พิกซ่าร์ หนึ่งในไม่กี่เรื่องที่มีตัวละครเอกเป็น‘ผู้หญิง’ และแน่นอนว่าหนังที่มีตัวละครลักษณะ ‘Heroine’ แบบนี้ หญิงสาวในหนังมักจะมีอุปนิสัยแก่นเซี้ยว เฮี้ยวกว่าหญิงสาวทั่วไป (ไม่เชื่อลองไล่เรียงในหนังการ์ตูนของดิสนีย์พิกซ่าร์ดูก็ได้ ตั้งแต่แม่ทัพหญิงฮัวมู่หลานใน Mulan, เจ้าหญิงผมยาวใน Tangled หรือแม้แต่สาวน้อยคาวเกิร์ลในหนังชุด Toy Story อย่างอีหนูเจสซี่ เธอก็ห้าวไม่แพ้ ชอบพะบู๊ไม่แพ้ตุ๊กตุ่นตุ๊กตาชาย)“Brave” ก็เช่นกัน เจ้าหญิงน้อยเมอริด้า ที่ถูกราชินีผู้เป็นมารดาจับให้เลือกคู่ตามประเพณี แต่สาวที่ชอบขี่ม้า ยิงธนู อย่างเธอมีหรือจะยอม ไม่เพียงอวดความเก่งกล้าทางการใช้อาวุธต่อหน้าหนุ่มๆ ที่มาให้เธอเลือก เมอริด้าทะเลาะกับแม่หนีออกจากปราสาท พลัดหลงเข้าไปในป่า เจอกระท่อมแม่มดและเผลอแลกมนต์คาถา ทำให้แม่ของเธอต้องคำสาป และเมอริด้าเองนั่นแหละ ที่ต้องหาทางช่วยแม่กลับคืนมาดังเดิมให้ได้
“Brave” เป็นหนังแอนิเมชั่นของดิสนีย์-พิกซ่าร์อีกเรื่องที่ดูจะมีความรุนแรงน้อยที่สุด พล็อตเบาบางที่สุด และเหมาะกับวัยรุ่นมากที่สุด ดูเหมือนว่าฮีโร่ในเรื่อง ไม่ต้องไปต่อสู้กับเหล่าร้ายที่ไหน แต่ต้องพยายามหาทางเอาชนะความผิดบาปที่ตัวเองก่อเอาไว้ ก่อนจะเรียนรู้ถึงความรักและพลังอันยิ่งใหญ่ของคำว่า ‘ครอบครัว’ (โถเด็กหนอ...เด็ก) “Brave” อาจจะเป็นหนังที่ดูจบแล้วก็ผ่านเลยไป ไม่มีอะไรติดค้างคาใจ ทิ้งความคำนึงเอาไว้ให้เก็บมาคิดใคร่ครวญ หรือดูจบแล้วจี๊ดขึ้นมาให้ห้วงอารมณ์ความรู้สึก จนอยากกลับมาดูซ้ำอีกรอบ เหมือนหนังอย่าง Toy Story ทั้ง 3 ภาค, Up, Wall-E, Finding Nemo
ในกรณีที่ดู “Brave” ในรูปแบบหนังแผ่น จะ VCD, DVD หรือ Blu-ray ก็ตาม นอกจากเสียงซาวนด์แทร็กภาษาอังกฤษต้นฉบับ บรรยายไทยแล้ว(Original Sound Track / Thai Subtitle) ใครที่อยากฟังเสียงพากย์ไทย ล้วนๆ (Thai Dubbed) รับรองไม่ผิดหวัง เพราะค่ายดิสนีย์ ได้ชื่อว่าประณีตและดูแลหนังตัวเองเป็นอย่างดีมานานหลายปีแล้ว ในกรณีเลือกฟังเสียงต้นฉบับ มีตัวอักษรบรรยายไทยซึ่งไม่มีปัญหาใดใดแล้ว หากฟังในเวอร์ชั่นพากย์ไทย จะพบว่าดิสนีย์ ให้ความสำคัญกับการพากย์ในภาษาท้องถิ่นของแต่ละประเทศเป็นอย่างมาก หากฟังเสียงพากย์ภาษาไทย จะพบว่า คนที่มาให้เสียงพากย์ จะมีน้ำเสียงคล้ายเสียงตัวละครต้นฉบับเป็นอย่างมาก หรือไม่ก็เครดิตคนพากย์ เป็นนักแสดงมากฝีมือเหมือนที่ดิสนีย์เลือกนักแสดงมากความสามารถและคาแรกเตอร์ใกล้เคียงตัวละครมาให้เสียงพากย์ (ผมชอบดู Toy Story เวอร์ชั่นพากย์ไทย เพราะได้ยินการประชันบทบาทกันของคุณสรพงษ์ ชาตรี ในบทนายอำเภอวู้ดดี้ และคุณสันติสุข พรหมศิริ ที่มาให้เสียงพากย์เจ้าหุ่นอวกาศ บัซไลท์เยียร์) “Brave” ก็เช่นกัน นอกจากน้ำเสียงของผู้พากย์จะใกล้เคียงต้นฉบับแล้ว เพลงประกอบในหนังยังถอดความร้องออกมาเป็นภาษาไทย ซึ่งได้ใจความและสื่อความหมายใกล้เคียงกับต้นฉบับเอามากๆ ที่สำคัญดนตรีและเสียงร้องฉบับภาษาไทยนั้น ไพเราะไม่แพ้ต้นฉบับเลยทีเดียว ในขณะที่ เวอร์ชั่นเสียงต้นฉบับ บรรยายไทย ไม่มีการแปลเนื้อเพลงออกมาให้อ่านด้วยซ้ำ
ไม่เพียงดิสนีย์-พิกซ่าร์ จะใส่ใจในคุณภาพหนังของตนแม้ถูกนำมาลงแผ่นจำหน่ายผ่านตลาดโฮมเอนเตอร์เทนเมนท์เท่านั้น หากแต่ค่ายหนังอย่าง ดรีมเวอร์ค ก็ใส่ใจในคุณภาพหนังแอนิเมชั่น เมื่อถูกนำไปใส่เสียงพากย์ในภาษาท้องถิ่นของแต่ละประเทศด้วยเช่นกัน ไม่เชื่อลองหาหนังแผ่นเรื่อง Shrek มาดู หากเลือกเมนูพากย์ไทย คุณจะได้ฟังเสียงของ จิ้ม ชวนชื่น พากย์เสียงเป็นเจ้ายักษ์เขียว และมี เอ็มสุรศักดิ์ วงษ์ไทย มาให้เสียงพากย์เป็นเจ้าลาดองกี้ ปรากฏในทุกภาคเลยทีเดียว
พิสูจน์ได้อย่างหนี่งว่า คนทำหนังแอนิเมชั่น ใส่ใจในงานของเขาจนวินาทีสุดท้าย และดูแลอย่างดีไม่ให้คุณภาพตกหล่น ไม่ว่าจะตกไปอยู่ ณ แห่งหน ตำบลใด หรือในมือคนเชื้อชาติใดก็ตาม
.......................................
(หมายเหตุ Brave : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)



