บันเทิง

'ศุภชัย'ปรับรายได้คนเบื้องหลังให้10%จากโชว์แทนซีดี

'ศุภชัย'ปรับรายได้คนเบื้องหลังให้10%จากโชว์แทนซีดี

27 ก.พ. 2556

ศุภชัย ปรับรายได้คนเบื้องหลังให้10%จากโชว์แทนซีดี

          "เณร-ศุภชัย นิลวรรณ" กรรมการผู้จัดการค่ายเพลงอาร์สยาม ในเครือบริษัท อาร์เอส จำกัด(มหาชน)เผยนโยบายปีนี้พร้อมปรับค่าตอบแทนทีมทำเพลงจากเปอร์เซ็นต์ซีดีมาผูกกับ10% งานโชว์จากนักร้อง 

          ศุภชัย นิลวรรณ กรรมการผู้จัดการค่ายเพลงอาร์สยาม กล่าวกับทีมข่าวบันเทิง ”คมชัดลึก” ถึงการปรับเปลี่ยนค่าตอบแทนให้กับทีมคนเบื้องหลังเป็นค่ายแรกว่า

          "เมื่อก่อนรายได้ของทีมคนเบื้องหลัง พวกนักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ คนเรียบเรียงเสียงประสาน พวกนี้จะมาจากเปอร์เซ็นต์จากยอดขายซีดีเป็นหลัก ซึ่งเราใช้กันมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว แต่ปัจจุบันนี้ยอดขายซีดีนั้นมีน้อยลง นักร้องเมื่อเพลงดังแล้วมีงานโชว์มากมาย บางคนมีซิงเกิ้ลดังแค่เพลงเดียวแต่ก็มีงานทุกวัน ค่าตัว 2-3 หมื่นต่องานร่ำรวยขึ้นมาทันที แต่คนที่อยู่เบื้องหลังยังลำบาก บางคนมาลาออกไปทำนาก็มีเพราะรายได้ไม่พอ ผมคิดเรื่องนี้ปรึกษากับทีมงานเพื่อจะได้เดินหน้าไปด้วยกันไม่ทิ้งกันเลยปรับเรื่องผลตอบแทนให้ทีมงานทำเพลงใหม่"

          ผู้สื่อข่าวถามถึงรายละเอียดค่าตอบแทนที่ให้กับคนเบื้องหลังว่าเป็นอย่างไร ศุภชัย เริ่มต้นอธิบายอย่างช้าๆ ว่า
          "เราเริ่มต้นนโยบายนี้มาเมื่อต้นเดือนกพ.ที่ผ่านมา โดยสัญญาที่เราทำกับนักร้องเราๆ หัก 25% จากงานโชว์เข้าบริษัท จากเดิมเราหักนักร้องแค่ 5-10% ใน 25% ที่เราหัก รายละเอียดคือ 15% เข้าบริษัทเหลืออีก 10% ให้คนทำเพลงเช่น คนเขียน เนื้อร้อง ทำนอง คนเรียบเรียงเสียงประสาน โปรดิวเซอร์ ซึ่งสัดส่วนคนที่แต่งเนื้อร้องได้เยอะหน่อยเพราะ เราให้ความสำคัญ นอกนั้นก็จะแบ่งตามสัดส่วนกันไป ซึ่งคำนวณตัวเลขแล้วพบว่าทีมคนทำเพลงนั้นมีรายได้เพิ่มขึ้นมากบ้างคนเดือนหนึ่งก็หลายแสนบาท มากกว่าดาวโหลด ซีดี อีก"

          ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า โครงสร้างนี้เป็นครั้งแรกในวงการเพลงที่ทำขึ้นหรือไม่และได้รับการตอบรับอย่างไรจาก ทีมเบื้องหลังทำเพลง กรรมการผู้จัดการค่ายเพลงอาร์สยามบอกว่า
          "ผมคิดว่ารายได้ทีมทำเพลงเมื่อก่อนมันผูกติดกับการขายแผ่น มันไม่ได้แล้ว เราเป็นเจ้าแรกที่ทำตรงนี้ นักแต่งยังลำบากอยู่ เลยใช้เรื่องโชว์เข้ามาแทนที่ ผมคิดไม่นานปรับเลยมันเป็นธรรมต่อคนเบื้องหลังที่เขาคิดงานมากกว่าเดิม ใครทำเพลงดังได้ก็รวยไปไม่ใช่นักร้องหรือ บริษัทรวยฝ่ายเดียว วันนี้มีคนทำเพลงเดินมาหาเราเยอะมาก ทำให้งานเราหลากหลายมากขึ้น"

          นอกจากนั้นศุภชัย ยังทิ้งท้ายถึงผลดีอีกอย่างที่ได้รับจากการใช้โครงสร้างการแบ่งรายได้ใหม่สู่ทีมคนเบื้องหลังว่า
          "ตอนนี้นักร้องดังได้เปรียบเพราะใครก็อยากทำเพลงให้ เขามีเพลงให้เลือกมากขึ้น ส่วน นักร้องที่ไม่ดังก็ไม่ถูกนักร้องดังตัดราคา เมื่อก่อนนักร้องไม่ดังแจ้งบริษัทว่ารับงานเต็มแต่จริงๆ ก็ไปตัดราคาให้ถูกซึ่ง นโยบายนี้แก้ปัญหาเหล่านี้ได้ดี ซึ่งการตอบรับดีมากทั้งนักแต่งเพลงในและนอกเขาชอบ เป็นนโยบายพัฒนาด้านทีมเพลงของอาร์สยามตอนนี้"

          ก่อนหน้านั้น เณร-ศุภชัย กรรมการผู้จัดการค่ายเพลงอาร์สยาม ได้แถลงออกมาย้ำว่าจะขอเป็นผู้นำวงการเพลงลูกทุ่งเมืองไทย พร้อมจับลูกทุ่งนุ่งสั้น "ใบเตย-สุธีวัน ทวีสิน" และ2 สาวคู่หู คู่ฮา "ลาล่า-ขวัญนภา เรืองศรี"  "ลูลู่-ดวงฤดี บุญบำรุงไ มารับหน้าที่เป็นพิธีกรรายการใหม่ล่าสุดอีกด้วย งานนี้ผู้บริหารมือฉมังของเราก็ได้เปิดเผยว่า

          "ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมของคนฟังเปลี่ยนไปนะครับ เพราะเดี๋ยวนี้คนฟังเลือกฟังได้ทั้งทางอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ ทำให้ธุรกิจเพลงต้องปรับตัวมากขึ้น แข่งขันกันมากขึ้น ดังนั้นเราก็เลยต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง อย่างคลื่นสบายดีเรดิโอ 88.5 ก็ตอบโจทย์ได้ดี เพราะมีคนฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนปัจจุบันช่องสบายดีทีวี สามารถชมเราได้ถึง 22 ประเทศ ทำให้คนเกือบทั่วโลกรู้จักศิลปินของอาร์สยาม ทำให้เรามีงานจ้างทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทีเด็ดของเราปีนี้ คือเราจะมีรายการเพิ่ม 2 รายการ เพื่อเรียกกระแสความสนใจจากผู้ชมมากขึ้น ที่มองไว้ก็จะเป็น ใบเตย 1 รายการ กับ 2 สาวลาล่า ลูลู่ 1 รายการ ส่วนจะเป็นรูปแบบไหน เราขอให้เรียบร้อยแล้วจะบอกอีกที รับรองว่าถูกใจแฟนๆ แน่นอน