
บทความชิ้นที่ 55 เรามาเมา'กาแฟ'กันครับ!
บทความชิ้นที่ 55 เรามาเมา'กาแฟ'กันครับ! : คอลัมน์หนุ่ยรู้-โลกรู้ : โดย...หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow
เกิดมาจนหมาเลียตูดไม่ถึง อายุอานามก็จะปา 35 ปีในมีนาคมนี้แล้ว ผมก็เพิ่งจะเคย "เมากาแฟ" กับเค้านี่แหละครับ อาการเมานี้ต่างจากการ "เมาโค้ก" ที่แท้จริงแล้วเป็นเพียงข้ออ้างเวลาผมไปร่วมวงชนแก้วกับเพื่อนฝูงที่ชอบบังคับให้ผมดื่มเหล้ากับพวกเขาเท่านั้น ปากผมก็อ้างเมาโค้กแล้วๆ จะได้ไม่ต้องดื่มเหล้ากะเขา แต่วันนี้.."กาแฟทำผมเมา" จริงๆ เป็นธรรมดาของนักออกกำลังกายยามเช้าทุกผู้ที่ต้อง "หาข้ออ้าง" ในการวิ่งไปยังจุดหมาย ซึ่งร้อยละ 90 ที่จุดหมายเป็นการรับประทานอะไรอร่อยๆ เช่น เครื่องดื่มโดนๆ อาหารอร่อยๆ บางรายถึงกับรับแคลอรีไปมากกว่าที่สูญเสียไปจากการออกกำลังกายก่อนหน้า เรียกว่าเป็นการออกำลังกายที่ได้ไม่คุ้มเสียจริงๆ เล้ย..!
เช้าในย่านสวนหลวงก็เช่นเดียวกันครับ มิตรรักแฟนจักรยาน-วิ่ง จะมาสิงสถิตอยู่ที่ร้าน "Totti Coffee" ของคุณอา "จรูญ ชาติสุวรรณ" หนุ่มใหญ่วัย 67 ปีที่ถ้าไม่บอกก็คงเดาเลขต่ำกว่านี้ ..แกใช้ "จักรยาน" นวดปั้นสุขภาพแกมาตลอด 2 ทศวรรษนี้ครับแกจึง "หนุ่มเฟ้อ" ได้ในวัยเลยเกษียนมาแล้วถึง 7 ปี
เห็นโลโก้ร้านแกก็คงมองออก "แกต้องเป็นคนบ้าจักรยาน" ...ผมนึกในใจไว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่มายืนประจันหน้าอยู่กับร้านนี้โดยคำแนะนำของวรวุฒิ วรวิทยานันท์ หรือ "บก.แซงแซว" แห่งสนพ.วิบูลย์กิจผู้พิมพ์การ์ตูนญี่ปุ่นชื่อก้อง เมนูที่ผมติดใจคือ "ชาเขียวร้อนลาเต้" ซึ่งรสชาติอาจเป็นรองร้าน Coffee Place ย่านวัดหนามแดงของคุณพัชรี พรหมช่วย พิธีกรสาวจากโต๊ะข่าวบันเทิงช่อง 3 อยู่พอตัว
เช้าตรู่วันก่อนผมปั่นจักรยานออกจากบ้านด้วยเส้นทางปกติ ราม2-บึงหนองบอน แหล่งธรรมชาติที่มองแทบไม่ออกว่ามันแอบซุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานครได้อย่างไร บึงหนองบอนอยู่ถัดจากสวนหลวงร.๙ มีทางเข้าแยกกันต่างหาก แต่อยู่บนถนนเส้นเดียวกันคือ "เฉลิมพระเกียรติ" เห็น "บึงหนองบอน" ครั้งแรกแล้วก็ต้องทึ่ง ทึ่งในความกว้างใหญ่และสวยงาม แท้จริงแล้วคือ "โครงการแก้มลิง" ของในหลวงที่เราได้ยินกันแต่เด็ก ทำหน้าที่เป็น "บ่อรับน้ำท่วมแทนกรุงเทพฯ" เห็นด้วยตาแล้วจะทึ่งในพระอัจฉริยภาพครับ
ขากลับบ้านทุกครั้งผมจะวกไปตลาดในหมู่บ้านเสรีหลัง Paradise Park ตลาดที่ป่วนความรู้สึกคฤหาสน์บ้านข้างๆ จนเขาติดป้ายประท้วงจนท่วมประตูบ้าน เห็นแล้วก็สงสารและเห็นใจ แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไรนอกเสียจากอยากเปิดเพลง LIVE AND LEARN ของป้ากมลา สุโกศลให้เจ้าของบ้านฟัง
มาร้าน Totti Coffee ครั้งนี้ เฮียเต่กผู้มีภรรยาสวยระดับนางงาม คู่แฝดคนละฝาของพี่หลามจิ๊กโก๋ไอที ได้แนะนำให้ผมรู้จักกับคุณอาจรูญเจ้าของร้าน ซึ่งประจำการอยู่ ณ บาร์หลังร้าน เดิมทีผมไม่เคยเดินเข้ามาทานในส่วนนี้ เพราะส่วนใหญ่จะมาทานอาหารเช้ากับร้าน "คุณป้าโลกหมุนช้า" ร้านข้างๆ ...ก็เลยเพิ่งได้ทราบว่าร้านนี้เขามีบริการ Premium สำหรับคอกาแฟตัวจริง เขาขึ้นป้ายว่า "Specialty Coffee Drip & Syphon" กล่าวคือเป็นส่วนของกาแฟพิเศษที่ปรุงสดๆให้คุณดื่มด้วยการ Drip คือการหยอดน้ำลงบนกาแฟคั่วบดอย่างพิถีพิถัน ด้วยกาน้ำที่ควบคุมสายน้ำร้อนได้อย่างแม่นยำ อาจรูญเล่าว่า เดิมเคยใช้ถ้วยกาธรรมดาๆรินน้ำ แต่พอมาเจอกาน้ำญี่ปุ่นราคา 3,000 บาทที่ตอนแรกเห็นราคาแล้วซื้อไม่ลง พอนำมาใช้พบว่ามันควบคุมแรงน้ำให้ทะลุกาแฟบดได้อย่างดีมากๆ เมื่อผงกาแฟโดนน้ำจะฟูขึ้น ต้องรอให้ยุบลงก่อนจึงจะหยอดต่อได้ 1 แก้วใช้เวลาปรุงให้ลูกค้าราว 3นาที แต่ก็อร่อยคุ้มค่าฝีมือการเทน้ำและการคั่วกาแฟของแก แกเตือนว่า Drip นานเกิน กาแฟจะปล่อยสารไม่อร่อยออกมา เสียรสชาติ ต้องกะอย่างพอดีจริงๆ และอย่ารินน้ำเลยออกไปนอกวงโดนกระดาษกรองเพราะนั่นจะเป็นน้ำเปล่าๆ ไปผสมกับเนื้อกาแฟ (เรื่องมากจริ๊งงงงง..ไม่ทำกินเองหรอกคร้าบบบบ :)
แก้วแรกที่ผ่านกระบวนการ Drip เป็น "Ethiopia Sidamo" เมล็ดกาแฟมาจากดินแดนแห้งแล้งอันไกลโพ้น แห้งแล้งซะจนไมเคิล แจ็กสัน ต้องรวบรวมศิลปินมาร้องเพลง We Are The World เพื่อหาทุนช่วยเหลือ (ไม่รู้ป่านนี้เป็นอย่างไรบ้างนะ?)
การดื่มที่อาจรูญแกแนะนำให้ผมทานคือ "อมไว้ใต้ลิ้น" กลิ่นหอมเชิงผลไม้จะพลันลอยมาแตะจมูก …ทำให้เราไม่ลืมว่าแท้จริงเมล็ดกาแฟมันคือผลไม้ชนิดหนึ่งนี่นา.. หอมแบบที่ไม่มีทางได้จากกาแฟสำเร็จรูป
อีกแก้วที่ถูก(บังคับ)ให้ดื่มคือ "CostaRica Blend" อันนี้เป็นกาแฟเย็นที่ประหลาดมากครับ คือมันถูก Drip ด้วย "น้ำแข็ง" เรียกเป็นศัพท์ในวงการว่า ICE Drip ต้องมีอุปกรณ์พิเศษเป็นโถรองหยดน้ำที่ละลายออกมาจากน้ำแข็งทีละหยดๆ ICE Drip นี้วินาทีละ 1 หยด เป็นเทคนิคที่นิยมในญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส (ละเมียดสมใจเขาล่ะ) 1 หม้อต้องใช้เวลา Drip ประมาณ 5-6 ชม. ไอ้แก้วที่ผมกินไปก็กะว่าต้องใช้เวลา 1 ชม. ถึงได้เต็มแก้ว แกขาย 150 บาทไทย ถามว่าคุ้มไหม คงไม่ครับ แต่ได้ Story Telling ได้นำเสนอสิ่งดีๆ ให้ลูกค้า แกเอากาแฟใส่ขวดเสียบจักรยานให้ผมมาแช่ตู้เย็นทานต่อที่บ้าน ปรากฏเนื้อกาแฟมันเกิดการ Firmment คือมันได้หมักตัวต่อ รสชาติดีขึ้นอีก แต่ต้องดื่มใน 12 ชม.
ยังมีเทคนิคการชงกาแฟอีกประเภทที่เรียกว่า "Syphon" (ไซฟ่อน) เป็นหม้อต้มสุญญากาศที่ทหารเรือสกอตแลนด์คิดค้นขึ้นและไปวิวัฒน์ที่ญี่ปุ่นจนโด่งดัง
แต่ท้องผมไม่พร้อมสำหรับกาแฟแก้วต่อไปแล้ว (ขืนพร้อมมีหวังชักตาตั้งครับ เพราะแก้วที่ 2 นี่เข้าขั้น "เมา" เลยล่ะ)
เห็นอาจรูญ แก "ฟิตกับกาแฟ" ขนาดนี้ มีหรือผมจะไม่สงสัยว่าชีวิตแกผ่านอะไรมาบ้าง แกทำงานกับคนญี่ปุ่นมา 23 ปี ปั่นจักรยานจากบ้านไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไป-กลับ 1,500 กม. ใช้เวลา 8 วัน แกก็ปั่นมาแล้วกับเพื่อน 3 คน หรือจะขึ้นอีสานทะลุถึงลาว-วังเวียงแกก็ไป ตลอดชีวิตการปั่นของแก แกสะสมจักรยานไว้กว่า 100 คัน …ผมถามทันทีว่าซื้อจักรยานเยอะขนาดนี้เมียด่าไหม? ...อาตอบว่า "เมียเป็นคนดี ไม่พูดอะไรเลย!" ..โอ้คำตอบลึกซึ้งมากครับ คุณผู้หญิงจำไว้นะครับ อยากเป็นคนดี ต้องไม่พูดอะไรเลย... (ฮา!)
ก่อนจบการสนทนา อาจรูญจะไม่คิดเงินผม แต่ผมขอจ่ายเพื่อที่จะวิจารณ์ได้เต็มๆ ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจกันครับ
เอาเป็นว่าคุณผู้อ่านที่อยากมาลองชิมบ้าง ก็ตามไปได้ที่ตลาดหลังที่ 2 (กลาง) ในหมู่บ้านเสรี หน้าสวนหลวงร.๙ เข้าทางพาราไดซ์พาร์คครับ
ร้านไม่หรูหรานักแต่ลูกค้าที่นี่มีตั้งแต่เศรษฐี และคนสารพัดอาชีพ (บก.อดิศักดิ์แห่งเนชั่นแชนแนลก็เป็นลูกค้าประจำ) แพทย์สาวที่นั่งข้างผมยืนยัน "ร้านนี้ไม่ใช่ชุ่ยๆ"
......................................................
(บทความชิ้นที่ 55 เรามาเมา'กาแฟ'กันครับ! : คอลัมน์หนุ่ยรู้-โลกรู้ : โดย...หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow)



