
ชาวบ้าน ... ร้าน ... ตลาด (I)
ชาวบ้าน ... ร้าน ... ตลาด (I) : คอลัมน์เล่นหูเล่นตา : โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
วิถีชีวิตคนเมืองที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนและดีดตัวให้ต่างช่างซ้ำซากและตามกระแสจนกลายเป็นความชินชาที่ไม่น่าสนใจสำหรับฉันอีกต่อไป ผู้คนใช้ข้าวของตามๆ กัน กินอาหารเหมือนๆ กัน คิดคล้ายๆ กัน ก่อเกิดเป็นสังคมเมือง จะมีบ้างที่ทำตัวต่างเพื่อเป็นตัวของตัวเองหรือต้องการความโดดเด่นเหนือใครก็ยากที่จะเข้าใจให้ปวดหัว ตึกสร้างใหม่ที่โผล่อยู่ใจกลางเมืองเพื่อท้าทายความธรรมดารอบข้าง คอมมูนิตี้มอลล์เล็กๆ ที่ผุดขึ้นยิ่งกว่าดอกเห็ดในหน้าฝน ทุกสิ่งอย่างเกิดใหม่ในเมืองอัดแน่นจนแทบจะไม่มีช่องว่างให้คิดและปล่อยวาง อุปสงค์-อุปทานมันเป็นของมันแบบนั้น ...
ฉันจัดของไม่กี่ชิ้นลงในกระเป๋าใบน้อย (เอาเท่าที่จำเป็น) เพื่อจะได้ละทิ้งหรือหลีกหนีความแปลกใหม่ที่ไม่จบสิ้นในกรุงไปหาความเป็นธรรมดาที่พอเพียงในต่างจังหวัด ... การได้ร่วมงานกับอายิโนะโมะโต๊ะที่ตระเวนจัดงานตามร้านโชห่วยเจ้าใหญ่ในหลายจังหวัดทำให้ฉันได้มีโอกาสผ่อนคลายและเรียนรู้ความเป็นชาวบ้านร้านตลาดมากยิ่งขึ้น ... ฉันโตมากับชีวิตแบบนั้น ... ตอนเด็กแม่เอาไปฝากให้ตากับยายเลี้ยงที่ต่างจังหวัด ตายายเลี้ยงฉันกับพี่สาวพร้อมๆ กับเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย นิสัยตอนโตมันเลยดื้อดึงแบบนั้น! ในเวลานั้นฉันยังไม่เข้าใจได้แต่รับรู้ในความเสมอภาคของความเป็นคนที่มีน้ำจิตน้ำใจ ใช้ชีวิตอยู่อย่างยั่งยืนและพอเพียงอย่างที่ตายายและคนในหมู่บ้านชนบทจนๆ พึงจะอยู่และเป็น ร้านขายของชำเล็กๆ อยู่ห่างจากบ้านตายายไปเล็กน้อย มีขนมแห้งๆ สีส้มๆ โง่ๆ คล้ายขนมผิงอันโตๆ ที่เด็กในหมู่บ้านโหยหาแต่ฉันกับพี่เชิดใส่ตามประสาเด็กเมืองดัดจริต! แต่เวลานี้ ... ทุกครั้งที่ได้เห็นขนมโง่ๆ นั้น ฉันอมยิ้มทุกครั้งและขอบคุณสิ่งเหล่านั้นที่ทำให้ฉันได้เข้าใจความเป็นธรรมดาที่เป็นพื้นฐานของมนุษย์ทุกผู้คน ... เมื่อเราเข้าใจและยอมรับความเป็นธรรมดาในตัวเรา คนทุกคนก็ไม่ต่างกัน ... เราต่างเท่าเทียมกัน ... แม้เทคโนโลยีจะครองโลกในยุคนี้ จิตใจของมนุษย์เราก็ไม่ได้ถูกสร้างหรือป้อนข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์จากบริษัทที่มีเครื่องหมายผลไม้นั้น เรายังค้นหาตัวตนและความหมายของชีวิตอยู่ตลอดเวลาตราบเท่าที่เรายังหายใจ บางครั้ง ... การหยุดค้นหาก็คือการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ... อย่างน้อยก็ได้เรียนรู้ตัวเองในสภาวะของความไม่อยากได้ใคร่มี หรือ อยากเป็นอะไร ... ช่วงเวลานั้นเกิดขึ้นกับฉันตอนเดินอยู่ท่ามกลางชาวบ้านร้านตลาด ... ที่ภูเก็ตเสร็จจากงานอายิโนะโมะโต๊ะตอน 5 โมงเย็นวันเสาร์ ฉันก็ตรงดิ่งไปที่ถนนคนเดินย่าน ถ.ดีบุก ถ.ถลางที่มีสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีสอันงดงามเหนือกาลเวลายิ่งตอนกลางคืนฟ้ามืดแสงไฟที่ส่องเข้าหาตัวตึกยิ่งดึงดูดความรู้สึกได้ย้อนกลับไปสู่ยุคเฟื่องฟูของภูเก็ตสมัยที่ยังมีนายหัว (เจ้าของเหมืองแร่) พ่อค้า คหบดีจีนที่ร่ำรวยอาศัยอยู่มากมายในภูเก็ต ตึกรามบ้านช่องสะท้อนความเป็นจีนผสมโปรตุเกสอยู่ทั่วทุกหนแห่ง จะมีสิ่งใดงดงามกว่าความเป็นตัวของตัวเองที่ยั่งยืนอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและความแตกต่าง ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด คนจีนก็ยังแสดงความเป็นคนจีนที่แข็งแกร่งทั้งทางประเพณี วัฒนธรรม และแม้แต่สถาปัตยกรรมที่สะท้อนตัวตนที่ไม่ต้องเหมือนใคร!
ชื่นชมตึกรามบ้านช่องได้ไม่เท่าไหร่ กลิ่นอาหารก็ลอยมาขโมยความสนใจจากฉัน (เสมอ) ทอดมันก้อนกลมๆ ที่แม่ค้ายืนปั้นแล้วหย่อนมันลงในน้ำมันร้อนๆ ในกระทะใบเขื่องเริ่มพองขึ้นๆ อึ๋ย ... น่ากินอ่ะ! ความตะกละแสดงตัวอย่างชัดเจน ฉันยืนจ้องมันอย่างกับจะเข้าสิง เคืองแม่ค้าเอามันใส่ชามโฟม ... เสียอารมณ์เป็นที่สุด! กระทงใบตองแห้งๆ ทำไมไม่ใช้กันละคะ คุณแม่ค้า แต่พอจิ้มทอดมันราดน้ำจิ้มเข้มข้นโรยแตงกวาซอยเข้าปาก ฉันก็ลืมทุกอย่าง ... หอมกลิ่นขมิ้นในพริกแกงที่ผสมอยู่ในทอดมัน ทั้งสีเกด พี่โรจน์ (คนคุมระบบเสียง) และทาเคชิแห่กันมากินยังกับห่าลง หมดเลยกู ... กินไปแค่ชิ้นเดียว ไม่เป็นไร! ร้านถัดไปยังมี ... นี่อะไร? เต้าหู้ทอด แล้วอะไรหน้าตาเป็นหลอดๆ ห่อด้วยฟองเต้าหู้ทอด ลูกค้าที่ยืนข้างๆ บอกว่า “ เกี้ยน ” หมูสับปรุงรสห่อด้วยฟองเต้าหู้ หน้าคล้ายๆ หอยจ๊อ แล้วยังมีเครื่องในหมูพะโล้ ทั้งม้าม หัวใจ ไส้ ปอด และหัว แม่ค้าหั่นเสร็จเอาลงไปทดในน้ำมันร้อนๆ เอาขึ้นมาใส่ลงในจานกระดาษเพื่อซับน้ำมัน วางแตงกวาซอยไว้หย่อมนึงข้างๆ ตักน้ำจิ้มข้นๆ สีน้ำตาลให้หนึ่งถ้วย ฉันเอาไม้จิ้มหูหมูพะโล้ลงไปในน้ำจิ้ม รสชาติเปรี้ยวน้ำมะขาม หวาน เค็ม เผ็ดนิดๆ เขาเรียกจานนี้ว่า “ โลบะ ” ... วุ้ย! มะรุมมะตุ้มกินกันทั้งวงจนหมด หมูปิ้งร้านข้างๆ กับข้าวเหนียวร้อนๆ ก็หน้าตาดีนะ ... เอ่อ ... ยังไม่ไปถึงไหนจะจุกตายซะก่อน พวกเราเลยทำเป็นมองข้ามของคาวอีกหลายอย่าง แล้วมุ่งไปเอาดีด้านของหวาน เขามีซุ้มสาธิตการทำขนมโบราณของภูเก็ต ... น่าสนใจ! พวกเราก็แห่กันเข้าซุ้มเขาจนมิดหน้าร้าน มี ขนมโค ทำจากแป้งข้าวเหนียวห่อน้ำตาลปี๊บ เอาไปต้มจนสุกแล้วคลุกมะพร้าวขูด ... นุ่มลิ้นเป็นที่สุด ขณะกำลังจกของเขาอย่างเมามัน ชาวบ้านและคนเดินถนนแถวนั้นก็เรียงคิวมาถ่ายรูปกับเมียงู (หลาม) รู้งี้ล้างหน้าให้เกลี้ยงแล้วเดินหน้าซีดๆ ไม่มีใครจำได้แน่ๆ จะได้กินกระจายไม่ขาดช่วง แต่คนแถวนั้นคงกลัว! ยังมีขนม “ เกี่ยมโก้ย ” หน้าคล้ายขนมจุ๋ยก๊วยของจีนที่โรยหน้าด้วยไชโป้วผัดกระเทียม แต่อันนี้เขาโรยกุ้งแห้งป่นแทนแล้วราดน้ำจิ้มเปรี้ยวหวานเค็ม โรยต้นหอมซอย ไม่ทันจิ้มเจอคนอื่นจกไปซะก่อน ไม่อิ่มต้องหาอย่างอื่นแทนอันนี้เขาให้แค่ชิมๆ แต่เรากินจริงจังเลยต้องเดินไปซื้อตามร้าน มีทั้งข้าวเหนียวปิ้งไส้กระฉีกกุ้งหอมอร่อยจริงๆ เรียกว่า “ ป่าวล้าง ” มีข้าวเหนียวจี่รสชาติเหมือนข้าวหลามข้าวเหนียวดำ รสชาติเค็มมันหอมหวานนิดๆ เรียกว่า “ ขนมนั่งห้าง ” มาสุดตรงที่ขนมเปี๊ยะภูเก็ต หรือ “ เต้าซ้อ ” อบใหม่ๆ จากเตา หอมยั่วใจเหลือเกิน มีไส้ถั่ว, มัน, เผือก ใส่ไข่เค็ม หน้าตาจี๊น จีน กวาดไปร่วม 10 กล่องกลับกรุงเทพฯ ... ชิมจนแน่นตัวจะแตกเลยต้องหยุดชิมแล้วกลับมาเดินชมร้านที่เป็นตึกขายอาหาร ขนมและเครื่องดื่ม แค่กระเบื้องปูพื้นฉันก็หลงใหลไปกับมันซะแล้ว เป็นกระเบื้องโบราณที่คุ้นตาในภูเก็ต หน้าร้านมีป้ายภาษาจีน ประตูจีนสีสดๆ แกะสลักตามช่อง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเมืองภูเก็ตจริงๆ ... ร้านขายโรตี มะตะบะ และแกงต่างๆ ก็มี ... แป้งโรตีดิบปั้นเป็นก้อนกลมๆ คุณลุงพ่อค้าใส่หมวกทรงสูงสีแดงมีพู่ห้อยสีดำ มีตราฮาลาลอยู่หน้าร้าน ช่างเป็นเสน่ห์ของที่นี่ ที่ๆ คนหลายเชื้อชาติอยู่ร่วมกันอย่างมีเอกลักษณ์และเป็นปัจเจกอย่างเสมอภาคกัน ... เดินหลุดออกมาจากผู้คน เลาะตามตรอกซอกซอยออกถนนใหญ่เจอศาลเจ้าจีน ไม่มีคนเข้าไปทำพิธีกรรมใดๆ ในเวลา 3 ทุ่ม แต่มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวออกมาทางลำโพงที่อู้อี้และแตกพร่า ฉันมองหาที่มาของเสียงนั้น ... จอหนังกลางแปลงที่มีคนนำมาฉายแก้บนศาลเจ้านั่นเอง นับวันก็จะยิ่งหาดูยากเป็นเพียงเครื่องมือแก้บนที่ไม่มีคนสนใจจะดู ในเมื่อทุกสิ่งอย่างอยู่ในมือ ... มือถือ! บางทีก็น่าน้อยใจนะ ที่เทคโนโลยีได้เบียดบังและบดบังหลายสิ่งจนสูญหายไปจากบ้านเรา ... ในการหยุดนิ่งฉันก็ยังได้เรียนรู้ว่า ... นั่นก็คือวัฏจักรของชีวิต เกิดใหม่ ตั้งอยู่ และดับสูญ ...
..............................................
(ชาวบ้าน ... ร้าน ... ตลาด (I) : คอลัมน์เล่นหูเล่นตา : โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



