บันเทิง

ทวนย้อนภาพสะท้อน10ปีหนัง'คมชัดลึก อวอร์ด'

ทวนย้อนภาพสะท้อน10ปีหนัง'คมชัดลึก อวอร์ด'

22 ก.พ. 2556

ทวนย้อนภาพสะท้อน10ปีหนัง'คมชัดลึก อวอร์ด' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

          ไม่ว่า "หนังเรื่องใด" จะขึ้นไปคว้ารางวัลใหญ่ๆ ในส่วนของภาพยนตร์จาก "คมชัดลึก อวอร์ด" ปีที่ 10 (ของ 2555) ผมคิดว่า "ตัวตน" ของรางวัลนี้ ค่อนข้างชัดเจนแล้วจากแนวทางที่เดินมา ตั้งแต่ปีแรก หรือเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
 
          ผมไม่ชอบเขียนหนังสือที่พูดถึงตัวเองมากนัก หนึ่งเพราะไม่มีอะไรน่าสนใจ และสอง ผมคิดว่าคนที่เขียนถึงเรื่องส่วนตัวแล้วน่าสนใจจริงๆ มีน้อยมาก แต่สัปดาห์นี้จะขอเขียนถึงงานที่ตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องตั้งแต่ปีแรก ซึ่งก็คือ "คมชัดลึก อวอร์ด" ที่เติบโตมาพร้อมกับตัวนสพ.เอง โดยหลักๆ แล้วรางวัลตัวนี้ เท่าที่ผ่านมาทั้งหมดทุกปี

          เป็นหน้าที่และความสามารถ รวมทั้งความดีที่ต้องยกให้กองบรรณาธิการ "ข่าวบันเทิง" เป็นตัวหลัก เพราะเครดิตของน้องๆ กองนี้ สามารถเชิญดารานักแสดงมาร่วมงานได้มากมายในทุกๆ ปี
 
          ผมเองมีส่วนน้อยมาก ด้วยการรับบทของการคัดเลือกคณะกรรมการของสายภาพยนตร์ในแต่ละปี การประชุมและขั้นตอนกติกาต่างๆ ที่เห็นร่วมกัน ในสายหนังนั้น เราจะวนกรรมการกันอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้มีความหลากหลาย และที่แน่นอนที่สุดก็คือ เปิดโอกาสให้กรรมการมาจากหลายแวดวง มาจากส่วนของวรรณกรรมก็มี วงการหนัง และวงการจากคนทำงาน โปรดิวเซอร์ คนเขียนบท และคนแปลบทภาพยนตร์
 
          กติกาที่มีมาก็คือ ระหว่างการทำงานนั้น ถ้ามีหนังไทยที่ออกมา และเกิดมีการเข้าไปเกี่ยวข้องของกรรมการ จะมีการถอนชื่อออกทันที เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา (หรือบางครั้ง ก็ไม่ให้มีการร่วมประชุมของกรรมการท่านนั้น หากมีการส่วนกับเรื่องใด) เหมือนรางวัลอื่นๆ ที่เครดิตนั้นต้องอาศัยการสั่งสมและใช้เวลาพอสมควร แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่ามีส่วนอย่างมากในการทำให้รางวัลมีความน่าเชื่อถือ ก็คือกรรมการที่คัดมานั้น ต้องมีความเข้มข้นจากการทำงานและสถานะที่อยู่ในบทบาทจริงๆ ไม่ใช่ไปเอาใครที่ไหนมาเป็น หรือเอาแค่คนดัง แต่ไม่มีสมองมาทำงาน ฉะนั้น การคัดกรรมการ ผมจึงร่วมเสมอชื่ออยู่ในทุกๆ ปี และภาคภูมิใจที่รางวัลนี้เคยได้รับเกียรติจากรุ่นใหญ่อย่าง อ.กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน, อ.นพมาส แววหงษ์, จิรนันท์ พิตรปรีชา, สกุล บุณยทัต, ประวิทย์ แต่งอักษร, สิทธิรักษ์ ตุลาพิทักษ์, มโนธรรม เทียมเทียบรัตน์ ไล่มาจนถึงโปรดิวเซอร์อย่าง ศิวากรณ์ พงษ์สุวรรณ และอื่นๆ อีกมากมาย

          ถ้าเทียบ "คมชัดลึก อวอร์ด" กับรางวัลทั่วๆ ไป ผมคิดว่าจุดหนึ่งที่แข็งแรงของรางวัลสถาบันนี้ก็คือ ความหลากหลายของผู้รับรางวัล หมายความว่า ถ้าย้อนกลับไปดูผลของหนังเยี่ยมของทั้ง 10 ปีที่ผ่านมา นี่คือรางวัลตัวหนึ่งที่หนังยอดเยี่ยม ครอบคลุมทั้งอินดี้และหนังในกระแส เคยมีหนังอย่าง 5 แพร่งได้ ก็มีงานของคุณเจ้ย อภิชาตพงษ์ ได้...เคยมีหนังของ เป็นเอก รัตนเรืองได้ ก็มีหนังอย่าง “ลัดดาแลนด์” ได้ หรือเคยมีหนังอย่าง "มหาลัยเหมืองแร่" ได้ ก็ต้องไม่ลืมว่า เคยมีหนังมีหนังที่หลายคนอ้าปากค้าง อย่าง "พลเมืองจูหลิง" ได้ ตอนที่หนังเรื่องนี้ได้นั้น หลายคนอ้าปากหวอเพราะไม่เคยรู้จัก เนื่องจากมันเป็นหนังสารคดีที่ยาวหลายชั่วโมง และไม่ได้ถูกฉายในโรงหนังกระแสหลัก ใครจะดูต้องไปชมที่โรงหนังเฮ้าส์

          นั่นหมายความว่า ถ้ามีหนังสารคดีที่ไม่เอาใจตลาดอย่าง "พลเมืองจูหลิง" ได้ พร้อมกับในเวลาต่อมา มีหนังอย่าง ชั่วฟ้าดินสลาย หรือ ลัดดาแลนด์ ได้หนังเยี่ยมนั้น มันสะท้อนตัวตนจองคนทำงานว่า หนังอะไรก็ตามที่ดีพอ เราก็พร้อมจะเลือกขึ้นมา แม้ว่าหนังเรื่องนั้นจะไม่ใช่ภาพยนตร์ทำเงิน หรือหนังป๊อปปูลาร์ กระทั่งงานที่ทำเงินถล่มทลาย

          เหตุผลก็ง่ายที่สุดคือ ถ้า "คมชัดลึก อวอร์ด" มุ่งแต่จะให้หนังดังๆ หนังทำเงิน หรือหนังที่อยู่ในกระแสนั้น มันก็ทำลายโอกาสตัวเองและบั่นทอนคนทำงานดีๆ ที่อาจจะทำหนังไม่ได้อยู่สายเมนสตรีม หรือในขณะเดียวกัน ถ้ารางวัลตัวนี้เน้นที่จะให้แต่หนังนอกกระแส มันก็ไม่แฟร์กับหนังที่อาจจะฟอร์มใหญ่ มีบุคลิกที่เข้าถึงง่าย แต่ถ้ามันดีจะหมดโอกาสเพราะเงื่อนไขแบบนั้นหรือ

          ทุกๆ ปีเวลางานจบลง ผมจะมีเวลาในการแชร์ไอเดียกับกรรมการตัวหลัก บางทีมีการเสนอว่า น่าจะลองให้รางวัลนี้มอบเฉพาะหนังนอกกระแส ซึ่งความเห็นนี้แม้มีเหตุผลบางอย่าง แต่ผมก็ค้านให้ตกไป เพราะอย่างที่เรียนครับว่า รางวัลมันควรจะให้กับหนังที่มีความเหมาะสม มากกว่า ให้เพราะนอกกระแส หรือในกระแส ซึ่งน่าเสียดายถ้าจะเป็นอย่างนั้น

          และ ถ้าจะพูดจริงๆ อีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบมาตลอดก็คือ ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เมื่อมีการโหวตลงคะแนน ถกเถียงในรอบสุดท้ายทีไร คะแนนที่ชนะกันมักจะไม่เอกฉันท์ หรือบางทีเฉือนกันแค่ "คะแนนเดียว" (เช่นปีที่ "5 แพร่ง" ชนะ) หรือหนังที่ชนะแบบ 100 % ดูเหมือนจะมีอยู่เรื่องเดียวคือ "ชั่วฟ้าดินสลาย" เมื่อ 2 ปีที่แล้ว)

          "คมชัดลึก อวอร์ด" เดินทางมาถึงปีที่ 10 และแม้จะมีทีมงาน คนทำงานอยู่หลายฝ่าย

          แต่ในฐานะ "คนนอก" กลุ่มคนทำงานที่ควรปรบมือให้ ทำให้งานเดินหน้าและลุล่วงมาทุกปี ก็คือ นักข่าวและกองบรรณาธิการข่าวบันเทิง ของนสพ.คมชัดลึก นั่นเอง

          ปีที่ 10 เพิ่งจบลงไป และแรงยังไม่หมดนะครับ
          เพราะเราจะจัดกันอย่างน้อยที่สุด 30 ปี !
.......................................
(หมายเหตุ ทวนย้อนภาพสะท้อน10ปีหนัง'คมชัดลึก อวอร์ด' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)