
โรงเรียนตลกขายขำ : มายาวิชั่น
โรงเรียนตลกขายขำ : คอลัมน์มายาวิชั่น
ทิศทางรายการทีวีบ้านเราปีนี้ กระแสรายการเรียลิตี้มาแรงสุดๆ จุดเด่นที่เป็นเสน่ห์เรียลิตี้ คือ การดึงอารมณ์ร่วมคนดูไปกับผู้แข่งขันทั้งการตามติดชีวิตและการเอาใจช่วย ทำให้รายการแนวนี้ไม่เสื่อมมนต์ขลัง
แค่ 2 เดือนผุดเป็นดอกเห็ดทั้ง แดนซ์ ยัวร์ แฟต ออฟ เต้น...เปลี่ยนชีวิต, จูเนียร์ มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์, แดนซิ่ง วิธ เดอะสตาร์ ที่ล้วนเป็นของใหม่ แต่ที่อยู่มานานก็เดินหน้าต่ออย่าง เดอะ สตาร์ 9 และมาแน่ในปีนี้ไล่ตั้งแต่ ทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย 10, เคพีเอ็น อวอร์ด, เดอะ วอยซ์ พ่วงด้วย เดอะ วอยซ์ คิดส์ รวมถึง ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ 3
หนึ่งเรียลิตี้ที่มองข้ามไม่ได้ เมื่อถูกพูดถึงตั้งแต่ประกาศสร้าง จนเมื่อออกอากาศ กระแสแง่บวกยิ่งเพิ่มขึ้น เดอะ คอมเมเดี้ยน ไทยแลนด์ ที่ค้นคิดโดย เป็ด เชิญยิ้ม หัวเรือใหญ่บริษัท คอมเมดี้ ไลน์
ในปริมาณเรียลิตี้ที่มากขึ้นมีเรื่องน่ายินดี เพราะจะว่าไปเรียลิตี้ที่ยึดหน้าจอทีวีบ้านเราส่วนใหญ่เป็นประเภทประกวดร้องเพลงที่ต้องรสนิยมคนไทยเป็นพิเศษ แต่ที่เพิ่มมานั้นเป็นแนวแตกต่างออกไป ทั้งประกวดเต้น การแข่งขันทำอาหารของน้องๆ หนูๆ รวมถึงการค้นหาดาวตลก ซึ่งให้ความรู้สึกแปลกใหม่ขึ้นมา ไม่ซ้ำซาก จำเจ ไม่ใช่เอะอะอะไรก็มีแต่เรียลิตี้ประกวดร้องเพลงอยู่นั่นเอง
เดอะ คอมเมเดี้ยน ไทยแลนด์ เกิดจากแนวคิดที่อยากปั้นดาวตลกดวงใหม่ประดับวงการตลก จึงผุดรายการนี้ขึ้นมาเปรียบเหมือนโรงเรียนตลก ประเด็นแรกที่น่าชื่นชมรายการนี้ คือ การคิดขึ้นมาเองจากมันสมองคนไทย ไม่ใช่รายการที่ซื้อลิขสิทธิ์จากเมืองนอกเหมือนเรียลิตี้ส่วนใหญ่ ใครจะรู้อนาคตรายการนี้อาจถูกเมืองนอกซื้อไปทำในเวอร์ชั่นของตัวเองเหมือนที่เราซื้อรายการจากบ้านเขามาก็เป็นได้
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ เดอะ คอมเมเดี้ยน ไทยแลนด์ ถูกพูดถึงในวงกว้าง คือ วันอาทิตย์ที่เป็นวันโชว์นั้นออกอากาศทางช่อง 7 ที่ฐานคนดูเยอะ ส่วนวันอื่นๆ ก็สามารถตามติดชีวิต 20 ดาวตลกดวงใหม่ที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศได้ทางทรูวิชั่นส์ แบบ 24 ชั่วโมง โดยทั้งหมดได้เรียนรู้การร้องเพลง การเต้น และ การแสดง ในแบบที่ทรูเคยใช้ปั้นนักล่าฝันจากเวทีเอเอฟจนประสบผลสำเร็จมาแล้ว
การทำเรียลิตี้ปั้นตลกหากเทียบกับการค้นหานักร้องจากเวทีประกวดร้องเพลงต่างๆ ถือเป็นงานยากและท้าทายกว่า เมื่อการเป็นตลกไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะมือใหม่ จุดเสี่ยงที่สุด คือ การไม่ขำหรือมุกฝืด รวมถึงความสดและเป็นธรรมชาติ ทำโชว์ที่ตระเตรียมมาให้ดูเหมือนไม่ใช่นัดแนะกันมาให้มากที่สุด
แต่ต้องยอมรับว่าตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าที่ตลกคนดังในอนาคตต่างทำหน้าที่ตัวเองได้ดี มีพัฒนาการให้เห็นเด่นชัด บางคนทำให้อึ้งเมื่อฉายแววเป็นตลกมืออาชีพได้เลยทั้งๆ ที่เป็นเด็กใหม่ อย่างอาทิตย์แรก ทั้งหมดมีตลกรุ่นพี่เป็นพี่เลี้ยงขึ้นแสดงโชว์ร่วมกันเพื่อคุมเกม แต่ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 ตลกคลื่นลูกใหม่ต้องขึ้นแสดงเองเป็นทีม คอยช่วยเหลือกันปล่อยมุกให้โชว์ของทีมตัวเองผ่านไปอย่างราบรื่น บางทีมโกยเสียงหัวเราะล้นหลาม บางทีมอาจเจออุปสรรคเรื่องมุกที่มีฝืดอยู่บ้างให้เห็น แต่ก็แก้สถานการณ์จนผ่านไปได้อย่างดี ตรงนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวไปเป็นตลกมืออาชีพ
อีกหนึ่งเสน่ห์ของเรียลิตี้ คือ คอมเมนเตเตอร์ ที่จะวิจารณ์โชว์ผู้แข่งขัน ภาพรวมการคอมเมนต์รายการนี้ ภาษาที่ใช้ของเหล่าคอมเมนเตเตอร์อาจไม่แสบสันเหมือนเวทีประกวดร้องเพลงบางรายการ แต่ก็ตรงเป้า มีสาระมากกว่าจะเน้นสีสัน ดีในแง่ชี้ชัดให้เห็นถึงข้อดีที่น่าชื่นชม ขณะเดียวกันก็มีข้อติติงให้ไปปรับปรุง ทำให้รายการดูสนุก ไม่ใช่เอาแต่ชมจนเลี่ยนเหมือนเรียลิตี้บางรายการ ที่ดีก็ชมเว่อร์ ไม่ดีก็มองข้ามเสียอย่างนั้น ดูมากไปก็เอียน เห็นชัดการวิจารณ์ที่ดีมีทั้งชมและติจาก “พ่ออี๊ด” สุประวัติ กับ จาตุรงค์ มกจ๊ก แต่น่าเสียดายที่บางสัปดาห์การคอมเมนต์อาจถูกตัดทอน บางทีมก็คอมเมนต์ไม่ครบ หรือการคอมเมนต์บางครั้งก็ถูกรีบเร่งให้วิจารณ์ บางครารีบตัดทอนให้ทันเวลา ซึ่งความจริงควรจัดสรรเวลาให้ลงตัวกว่านี้ เพราะการวิจารณ์ของคอมเมนเตเตอร์ถือเป็นเสน่ห์ลำดับต้นๆ ของรายการเรียลิตี้เลยทีเดียว
ถึงตอนนี้ เดอะ คอมเมเดี้ยน ไทยแลนด์ สอบผ่านการเป็นเรียลิตี้น้องใหม่ที่มีสไตล์ของตัวเอง ไม่ต้องลอกเลียนแบบใคร แถมทำให้ช่วงเวลาบ่ายวันอาทิตย์ เวลาของครอบครัวในวันหยุดพักผ่อนเป็นเวลาแห่งความสุขสันต์ที่อบอวลด้วยเสียงหัวเราะ
.......................................
(โรงเรียนตลกขายขำ : คอลัมน์มายาวิชั่น)



