บันเทิง

อยากรู้ไหม?ทำไมระบบจองตั๋ว'เดี่ยว10'ถึงล่ม!?

อยากรู้ไหม?ทำไมระบบจองตั๋ว'เดี่ยว10'ถึงล่ม!?

19 ก.พ. 2556

อยากรู้ไหม? ทำไมระบบจองตั๋ว "เดี่ยว 10" ถึงล่ม!? และจะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนี้?... : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow

          เหตุการณ์ในนาทีที่ 8 ของเข็มนาฬิกา 10 โมงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมามันร้อนระอุถึงขั้นทำให้ผมเปลี่ยนใจไม่เขียนบทความฉบับนี้ถึง "สพฐ." กระทรวงศึกษาธิการ (ต้องขออภัยท่านที่ติดตามรออ่านต่อจาก Facebook.com/nuishow ด้วยครับ ผมตัดสินใจจะบอก สพฐ.ด้วยรูปแบบอื่นที่จะได้ผลกว่า)

          ฉบับนี้ไม่เขียนถึงเรื่องนี้คงไม่ได้กับ "โศกนาฏกรรมย่อมๆ" ของระบบการจองตั๋วชมมหรสพของไทยที่เปิดให้จองด้วยจำนวนจุดที่มากที่สุดคือ 8,500 สาขา และมีจำนวนที่นั่งให้จองมากที่สุดคือ 80,000 ใบ (ตามประกาศ) กับหนึ่งเดียวในไทย "อุดม แต้พานิช" ที่กลับมาพร้อมโชว์ครั้ง 10 ที่มีความผูกพันกันมาอย่างยาวนานกับผู้ชม "เดี่ยวไมโครโฟน" ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในเมืองไทยเมื่อ 17 ปีก่อน โดยเขาและปัจจุบันก็ยังไม่มีใครสามารถแย่งคนดูไปจากเขา หรือหาใครมาลอกเลียนแบบเขาได้ (ยกเว้นคนก๊อปแผ่นขาย...ฮา!)
 
          หากนับเฉพาะงานทอล์กโชว์แล้ว..เดี่ยวไมโครโฟนคือโชว์ซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุด ทั้งด้านระยะเวลาความนิยม, จำนวนที่นั่งที่ขายได้มากขึ้นเรื่อยๆ, แผ่น DVD/VCD, สินค้าที่ระลึก, การออกทัวร์ (เชียงใหม่) ไม่น่าเชื่อเลยว่าชายจมูกโตตัวเล็กๆ จะมาได้ไกลขนาดนี้ ผมยังจดจำภาพเขาบนเวทีแรก "หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต" ถนนรัชดาภิเษกได้เป็นอย่างดี ตอนนั้นดูกัน 500 ที่นั่ง จัดแสดงน้อยรอบ พัฒนามาถึงยุคนำโชว์ขึ้นฮอลล์กับห้างแรก "อิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว" (สมัยยังไม่ถูก นปช.เช่าเป็นฐานกำลัง) ย้ายมา MCC Hall เดอะมอลล์บางกะปิ, โรงภาพยนตร์ Scala อันสุดคลาสสิก และ Royal Paragon Hall ในทุกวันนี้ จุผู้ชมได้ถึงรอบละ 3,000 คนในครั้งที่ผ่านมา และจัดกันได้กว่า 20 รอบต่อครั้ง) การแสดงของเขาก็โตตามสเกลคนดู คือฉาก-แสงสีเสียงดีขึ้นอย่างมากในเดี่ยว 7-8-9

          อุดม แต้พานิช ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะนำขุมทรัพย์คือตั๋ว "เดี่ยว 10" กว่า 100,000 ใบ (จากรอบการแสดงทั้งหมด 17 รอบ รอบละ 4,000 ที่นั่ง+ก๊อกสอง-เบาะเสริมนั่งพื้น) ออกจากอ้อมอกอ้อมใจ ThaiTicketMajor "นักขายตั๋วมืออาชีพ" ที่รับใช้อุดมมาตั้งแต่เดี่ยว 5-9 ไปสู่อ้อมกอด Counter Service "นักรับจ่ายบิลมืออาชีพ" ที่ตั้งเครื่องอยู่ข้าง "ขนมจีบ-ซาลาเปา" ทั่วประเทศกว่า 7,000 สาขา รวมจุดอื่นนอกเหนือเซเว่นฯ ก็ 8,500 สาขา "ขุมทรัพย์" นี้ถูกยกออกจากอก TTM ไปด้วยเหตุผลอะไรนั้น ไม่ทราบได้ แต่ "สัมพันธภาพ+ศักยภาพ" ของเพื่อนใหม่ๆ ของอุดมก็น่าจะมีส่วนในการตัดสินใจทำเรื่องห่ามๆ ครั้งนี้
 
          ผลปรากฏชัดว่า "ระบบล่ม" ไม่เป็นท่า ตั้งแต่นาทีที่ 8 ของการเปิดจอง (แหล่งข่าววงในแจ้งว่า ระบบเริ่มรวนตั้งแต่นาทีที่ 6 แล้ว และเมาหมัดจนน็อกไปในนาทีที่ 8) ในนาทีนั้นผู้บริหาร Counter Service เองยังเข้าใจว่าเป็นปรากฏการณ์ "Sold Out" แต่แท้ที่จริงแล้ว "Knock Out" คือแทบไม่มีใครได้จองตั๋ว จะมีก็เพียง "ตั๋วราคา 1,000 บาท" เท่านั้นที่ "เต็ม" ในรอบสุดท้าย เลาๆ ได้ว่าไม่กี่พันใบ
 
          มูลค่าการเสียหายจากระบบล่มครั้งนี้ถูกประเมินจากมือขายตั๋วคนเก๋าในวงการว่า "ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท" เนื่องด้วยการโปรโมททั้งหมดที่ทำขึ้นก่อนหน้านี้มันทำขึ้นเพื่อ "วันขายตั๋ว" เท่านั้น และแทบไม่ได้พูดถึงวันแสดงเลย (ใครซื้อวันไหนก็ไปจำกันเอาเองสิจ้ะ จะโปรโมททำไมหึ?) สื่อโฆษณา โปสเตอร์ แผ่นพับ กระดาษทิชชูแฝงวิธีการจอง ทีมทำโซเชียลมีเดีย, สื่อ AR บนแอพ Layar ฯลฯ ที่ออกไปแล้ว รวมไปถึงการเดินสายประชาสัมพันธ์อย่างหนักจากตัวเขาเองที่ยอมคลี่กายออกจากผ้าห่มบนที่นอนนุ่มยามเช้าไปนั่งในรายการข่าวเช้ากับนักเล่าข่าวแห่งสยามประเทศถึงหลายวันติดกัน (ซึ่งผิดวิสัยของเขามาก) และยังไปให้หนุ่มหน้ามนคนตาเล็ก-วีที คุณวิทวัส สุนทรวิเนตร สัมภาษณ์ในรายการตีสิบ ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับการจะมีโชว์ใหญ่ที่ต้องการโหมกระแส และเขาก็ยอมเหนื่อยแบบนี้ทุกปี

          แต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามันกลับเป็น "ฝันร้ายของอุดม แต้พานิช" ที่ทั้งโกรธ ทั้งหัวใจสลาย ..ฝันที่ถูกทำให้เชื่อไว้ว่า "ย้ายค่ายจะทำให้ชีวิตดีขึ้น" กลับไม่เป็นเช่นนั้น (คล้ายกรณีย้ายค่ายเบอร์เดิมและครับ สายก็หลุดก็เหมือนเดิม!) ..จะต่างก็ตรงมันน่าเจ็บใจที่ "เมียคนแรก" อย่าง ThaiTicketMajor ไม่เคยทำให้อุดมผิดหวังถึงขนาดนี้ จะมีก็แต่ล่มชั่วครั้งชั่วคราวจากระบบจองผ่านเว็บ ซึ่งแก้ไขปัญหาได้ทุกครั้งแบบนาทีต่อนาที
 
          เป็นผมผมก็คงนอตหลุดครับ (เพราะปกติรูนอตผมก็ตื้นอยู่แล้ว) นาทีที่ 30 อุดมยกหูขอให้ Counter Service ยุติการจอง...แบบว่ายกเลิกไปเลย และเปลี่ยนไปใช้ระบบ Manual สุดแสนคลาสสิกแทน พาคนดูย้อนเวลากลับไปซื้อตั๋วกระดาษแบบเดี่ยว 1-4 ซะ (ผมเคยเป็นสตาฟฟ์ขายตั๋วให้พี่โน้สตอนเดี่ยว 3 ซึ่งเหมือนถูกจ้างไปปราบจราจลครับ..ได้ประสบการณ์ชีวิตค่อนข้างมากจนถึงกับฉลาด!)
 
          ซึ่งถึงตอนนี้ (16.00 น.วันอาทิตย์ตอนปิดต้นฉบับ) ก็ยังไม่มีทีท่าว่า "สัญญา" จะยกเลิกกันได้เหมือนอารมณ์ที่เดือดพล่านหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ อุดม แต้พานิช ซึมและเครียดมากครับ เพื่อนซี้อย่างคุณตัน ภาสกรนที เที่ยวพม่าอย่างไม่เป็นสุข ทีมงานก็ไม่มีความสุข
 
          นาทีนี้ "อัศวินขี่ม้าขาว" ที่จะช่วยกู้สถานการณ์ได้อาจเป็น ThaiTicketMajor (หวังว่าจะดีลกันจบก่อน นสพ.ตีพิมพ์ออกมาครับ) อยากสะท้อนความรู้สึกห่วงใยในสวัสดิภาพคนดูที่ไปตากแอร์ในเซเว่นฯ ซื้อน้ำ-ซาลาเปา-ไส้กรอกกินจนพุงกางรอระบบ ในชั่วโมงคับขันนั้นพี่โน้สแกขอเปิด Speaker ฟังสิ่งที่ "ว่าที่ลูกค้า" กำลังโทรต่อว่าคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งบางรายด่ากันถึงบุพการี อุดมก็คนครับแบบเดียวกับอริสมันต์ที่ "ใจไม่ด้านพอ" ก็ช็อกและถึงกับซึม
 
          และเพื่อให้เป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านมากกว่าการเล่าเหตุการณ์เอามัน ผมชวน "อาจารย์ศุภเดช สุทธิพงศ์คณาสัย" แห่งรายการ "แบไต๋ไฮเทค" มาร่วมวิเคราะห์ "ระบบล่ม" ครั้งนี้ให้ท่านอ่านเป็นความรู้ครับ
 
          "ระบบล่ม" เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในวงการคอมพิวเตอร์ซึ่งสาเหตุก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าคำว่า "ระบบที่เตรียมไว้ไม่เพียงพอต่อการรองรับจำนวนผู้คนที่เข้ามาใช้บริการ" นั่นเอง
 
          หลักการทำงานของ Server ทั่วๆ ไปก็จะมีอยู่ไม่กี่ Step ครับได้แก่
Request : รับการร้องขอจากผู้เข้าใช้
Compute : นำไปประมวลผลว่าผู้ใช้ต้องการอะไร
Response : นำข้อมูลที่ประมวลผลเสร็จ ส่งกลับไปยังผู้ร้องขอ
 
          ซึ่งในขั้นตอนแต่ละขั้นตอนจะมีเวลากำกับเอาไว้ว่า หากยังไม่มีการตอบสนองจากขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ก็ถือว่า "หมดเวลา" (Time-Out) ให้ทำการร้องขอใหม่ แล้วเริ่มต้นใหม่มาอีกครั้ง ลองจินตนาการถึงร้านขายอาหารที่มีพนักงานแค่ 3 คน แต่มีคนเป็นร้อยเข้าใช้บริการนะครับ ทุกคนเดินเข้ามาสั่งอาหารพร้อมๆ กัน แต่พนักงานก็อาจจะรับลูกค้าได้แค่ไม่กี่คน ระหว่างที่ทำก็มีแค่คนตะโกนสั่งมาเพิ่ม ทีมรับสั่งก็รับไป ทีมทำก็ทำไป บางคนรอไม่ไหวก็เดินออกแต่พอเดินออกไปแล้วท้องหิว ก็กลับมาสั่งใหม่ ซ้ำไปซ้ำมา จนทำให้พนักงานในร้านขาดใจตาย! งานนี้ระบบ Cloud Computing (คอมพิวเตอร์กลุ่มเมฆ) ช่วยได้ครับ!
 
          ลองนึกถึงเครื่อง Server ที่ข้างในประกอบไปด้วย CPU, RAM และ Harddisk ทั้ง 3 อย่างจะมีข้อจำกัดคือในเครื่อง 1 เครื่องจะมีลิมิตในการเพิ่มขนาดอันเนื่องจากที่เต็ม! แต่บริการ Cloud มีทรัพยากรให้เลือกได้เป็น Server นับพันๆ ตัว เรียงต่อกันเป็นฟาร์ม เชื่อมผ่านระบบ Network ความเร็วสูง โดยที่ผู้ให้บริการ Cloud (เช่น Microsoft Windows Azure) ก็จะให้เช่า ปริมาณ CPU, RAM และ Harddisk ให้กับเราโดยที่เราเลือกได้ว่าจะเอาเท่าไหร่ โดยคิดค่าบริการเป็นรายเดือน

          เหตุการณ์อย่างการจองบัตรเดี่ยว 10 ถ้ารู้ล่วงหน้า (ซึ่งแน่นอนว่าต้องรู้) คุณก็เช่า Cloud ที่รองรับได้ 20,000 เครื่องไว้ล่วงหน้ารอสัก 2-3 วัน พอการจองจบ คุณก็ลด Scale ลงมาได้เลย ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายซื้อเครื่องมานั่งกองรอไว้ แค่เช่าที่ต้องใช้ ใช้เสร็จก็จบครับ งานนี้ผมขอสรุปสั้นๆ ง่ายว่า ThaiTicketMajor กับ Counter Service เก่งกันคนละแบบ ครับ "อาชีพใครอาชีพมัน" คนหนึ่งเก่งขายตั๋ว อีกคนหนึ่งเก่งรับจ่ายบิล …ซึ่งก็เหมือนเอานักกีฬาฟุตบอลไปปั่นจักรยานนั่นแหละครับ ขนาด Counter Service มีข้อจำกัดคือเขา "ทำให้คนซื้อตั๋วระบุที่นั่งไม่ได้" และไม่มีบริการจองผ่านเว็บหรือแอพบนสมาร์ทโฟนแบบที่ TTM มี งานนี้จึงต้องได้บทเรียนกันทุกคนครับ โดยเฉพาะชายจมูกโตที่คงเกลียดเทคโนโลยีไปอีกนาน..
.......................................
(หมายเหตุ อยากรู้ไหม? ทำไมระบบจองตั๋ว "เดี่ยว 10" ถึงล่ม!? และจะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนี้?... : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow)