บันเทิง

ผีมีจริงหรือไม่..??? ตอน 1

ผีมีจริงหรือไม่..??? ตอน 1

18 ก.พ. 2556

ผีมีจริงหรือไม่..??? ตอน 1 : คอลัมน์ ร้อยพบพันจอ กับมิสเตอร์บางอ้อ โดย... คงกะพัน แสงสุริยะ

          ผีมีจริงหรือไม่..?-?? เป็นคำถามที่ทุกคนอยากรู้ความจริงแม้กระทั่งตัวผม ด้วยความที่เป็นคนรุ่นใหม่จึงไม่ค่อยเชื่ออะไรง่ายนัก ต้องพิสูจน์หรืออาจต้องเจอกับตัวต้องเห็นกับตาจึงจะเชื่อ สิ่งใดที่อยู่เหนือธรรมชาติและต้องรอการพิสูจน์จึงขอเลือกที่จะ "เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง" ครับ ในอดีตสิ่งไหนที่เราไม่รู้สาเหตุที่มา เราก็มักจะโทษโชคชะตาฟ้าดินไม่ก็ผีสางเทวดา แต่เพราะคนไทยชอบโทษผี ผีจึงตกเป็นจำเลยของสังคมโดยไม่รู้ตัว เช่น ตายไม่ทราบสาเหตุก็จะบอกว่าผีปอบหรือผีแม่ม่าย กินยาแล้วแพ้หรือป่วยตายก็จะบอกว่ายาผีบอก ทำอะไรผิดพลาดไปเผลอไผลลื่นล้มยังบอกผีผลัก คนไปยืนขายตัวใต้ต้นไม้แท้ๆ ยังเรียกผีขนุน หรือแม้แต่พฤติกรรมประทุษร้ายทางเพศทำใครท้องป่อง แหม..ยังมีการบอกว่าเป็นผีผ้าห่ม....:) สิ่งเหล่านี้ละครับที่ทำให้ผมรู้สึกเห็นอกเห็นใจผีขึ้นมา และด้วยความเคารพท่านจริงๆ ไม่ได้เป็นผีเจาะปากมาพูดนะครับแต่อยากเจอตัวเป็นๆ ท่านสักครั้งเพื่อเป็นตัวแทนมนุษย์อย่างเราๆกล่าวขอโทษสิ่งที่เราล่วงเกินมาอย่างยาวนาน แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรผมก็ไม่เคยเห็น "ผี" สักที จนมีความคิดตามคำพระท่านที่ว่า เขาอยู่คนละภพภูมิกับเราโอกาสเจอกันคงยาก....!!!

          จนกระทั่งวันหนึ่งผมมีโอกาสไปถ่ายทำรายการตอน “นิติวิทยาศาสตร์” ในสถานที่แห่งหนึ่ง สถานที่ที่เต็มไปด้วยศพมากมายที่มารอการผ่าพิสูจน์ทางนิติเวช แม้รู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพ บวกกับคาแรกเตอร์ หนุ่มหนังเหนียวมาดแมนจึงไม่สามารถแสดงอาการหวั่นกลัวได้ ก้าวแรกในห้องผ่าศพ ผมแทบหันหลังกลับ เพราะมีกลิ่นศพและกลิ่นคาวเลือดปะทะเข้ามาในจมูกผมอย่างแรง เสียงคุณหมอหัวหน้าทีมแว่วมาว่า “ห้ามพูดว่าเหม็นนะครับ เดี๋ยวเขาไม่ชอบ” ไอ้เราก็กำลังจะพูดสิ่งที่เขาไม่ชอบพอดี “หอมมากครับ หอมมาก” ผมตอบแบบตรงข้ามกับความเป็นจริง

          "ดีมากครับ" คุณหมอตอบ "ถ้าอย่างนั้นหนุ่มไม่ต้องสวมผ้าปิดจมูกหรอกนะ เพราะเวลาถ่ายภาพออกมา สัมภาษณ์คุณหมอจะได้สวยๆ" โปรดิวเซอร์รายการผมคงได้จังหวะพูดพอดี ผมคิดในใจ “เยี่ยมมาก ขอบใจ“ จึงมีเพียงผมกับคุณหมอที่น่าจะชินกับกลิ่นพวกนี้แล้วเท่านั้นที่ไม่มีผ้าปิดจมูก จากนั้นคุณหมอก็พาเราเดินชมสถานที่อย่างภาคภูมิใจอธิบายโน่นนี่เหมือนทีวีไดเรค แต่ด้วยความที่ยังไม่คุ้นชินกับกลิ่นที่แรงมากผมจึง หน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลา เสียงนุ่มๆ ของคุณหมอจึงแว่วลอยมาอีกครั้ง....“คุณหนุ่มต้องลองสูดลมหายใจเข้าแรงๆ ดูสัก 3 ครั้งครับ มันถึงจะชิน” ผมคิดในใจว่าแค่นี้ยังไม่อยากหายใจเข้าหรือไม่อยากแม้แต่หายใจเลย แล้วยังต้องสูดหายใจแรงๆ อีก มันจะไหวหรือ...? แต่ ณ จุดนี้ไม่มีสิ่งใดดีกว่าการลองครับ เผื่อจะดีจริง...ผมเลยต้องสูดมัน 3 ครั้ง อย่างแรง... หลัง

          จากนั้นผมก็อมยิ้มส่งให้คุณหมอ “เห็นไหมครับ....ดีขึ้นใช่ไหมครับ คนที่นี่เขาทำกันแบบนี้“ คุณหมอชื่นชมไอเดียของตัวเอง ขณะที่ผมคิดในใจว่า มันไม่เห็นจะดีขึ้นตรงไหน แถมยิ่งตลบอบอวนลึกเข้าไปในสมองส่วนในเข้าไปอีก...แล้วยังมีการบอกว่าคนที่นี่เขาทำกัน ตั้งแต่เข้ามาผมไม่เห็นมีใครทำแบบนั้นกันเลย ไม่เป็นไรครับ ผมรู้ว่าแกหวังดี และตอนนี้โพรงจมูกผมก็ดูเหมือนจะชาไปหมดแล้ว....และนั่น...น่าจะเป็นกุศโลบายของคุณหมอที่พยายามจะช่วยผม....สรุปว่าในห้องนี้มีศพอยู่ 8 ศพ ทุกๆ ศพเสียชีวิตมานานแล้วไม่น้อยกว่า 3-4 วัน มีทั้งเพศชาย เพศหญิงนะครับ... สภาพศพอยู่ในลักษณะเปลือยเปล่าไม่สวมเสื้อผ้า บางศพมีการเปิดช่องท้องเพื่อนำอวัยวะภายในมาผ่าพิสูจน์หาสารพิษ บางศพเปิดกะโหลกศีรษะ เพื่อนำสมองมาผ่าพิสูจน์เช่นกัน....ที่ต้องทำเช่นนี้ เพราะทุกๆ ศพในนี้เป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ หรือไม่ปกตินะครับ...คือไม่ได้แก่ตายหรือป่วยตายแต่เป็นการถูกฆาตรกรรม หรืออุบัติเหตุเท่านั้น หรือที่ภาษาชาวบ้านเขาเรียกกันว่า ตายโหง นั่นละครับ..เราเร่งรีบตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันอย่างรวดเร็ว แบบที่ไม่เคยขยันอย่างนี้มาก่อน เหมือนคนเมายาม้าหรือยาบ้า...... เพราะต้องการจะออกจากสถานที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด...บางศพถูกรถสิบล้อทับตาย ฆ่าตัวตาย  ถูกรุมทำร้ายด้วยของแข็งเสียชีวิต....แต่ที่ผมสะดุดตาและสงสารเป็นอย่างมากคือเด็กสาวหน้าตาดีคนหนึ่งเธอถูกคนร้ายข่มขืนฆ่าปาดคอเสียชีวิต และที่สำคัญเธอมีลูกเล็กๆ ในท้องด้วย....ผมมองหน้าเธอและสวดมนต์แผ่เมตตาให้ด้วยความเวทนา ว่าไม่น่ามาจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถแบบนี้....ทันใดนั้นเองก็มีเสียงกระซิบของช่างภาพแว่วมาที่ข้างหูว่า "โอ้โห....ตายทั้งกลม....อย่างนี้เฮี้ยนน่าดูนะพี่หนุ่ม" ผมหันไปพยักหน้า แล้วคิดในใจแต่ไม่กล้าพูดเพราะกลัวกลิ่นที่ยังคงรบกวนจิตใจเข้าปาก "มึงจะพูดทำไมเนี่ย...? แค่นี้ก็กลัวจะตายอยู่แล้ว“ เวลาในห้องนี้ผ่านไปอย่างช้าๆ แต่แล้วเราก็ทำงาน ทุกอย่างจบลงในเวลาพลบค่ำ.... หลังจากเสร็จงานทุกคนออกมานอกห้อง บ้างก็ไปดื่มน้ำ สูบบุหรี่ ส่วนผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพราะรู้สึกสะอิดสะเอียนเต็มทน...

          โปรดอ่านต่อสัปดาห์หน้านะครับ
.......................................
(หมายเหตุ  ผีมีจริงหรือไม่..??? ตอน 1 : คอลัมน์ ร้อยพบพันจอ กับมิสเตอร์บางอ้อ โดย... คงกะพัน แสงสุริยะ)