
หนังโรงเล็ก:เด็กผู้ชายเขาไม่ร้องไห้กัน
เด็กผู้ชายเขาไม่ร้องไห้กัน : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
ระหว่างนั่งแท็กซี่กลับบ้านเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ผมนั่งคิดไปถึงตัวละครคู่รักในหนัง silver linings playbook ซึ่งมีสภาพของการเป็น “คนนอก” อย่างชัดเจน (หรืออย่างน้อยถูกผลักอย่างเป็นรูปธรรมที่จะให้เป็น outsider)
แง่มุมหนึ่งที่สอดแทรกเข้ามาในหนังเรื่องนั้นก็คือ การปะทะกันระหว่างตัวละครกับ “สถาบัน” ซึ่งมีทั้งโรงพยาบาล, ตำรวจ และแพทย์ ซึ่งบ่อยครั้งสัญญะเหล่านี้ โผล่มาทำหน้าที่ในการวิพากษ์วิจารณ์สังคมของมันเอง และแน่นอนว่า มันทำให้ตัวละครเล็กๆ ในสังคมต้องปวดร้าว
ผมคิดถึงในหนังสือบันทึกส่วนตัวเล่มหนึ่งของ ซูซานน่า เคย์เซ่น ผู้ป่วยในโรงพยาบาลโรคประสาทแห่งหนึ่ง ซูซานน่าได้เขียนถึงประสบการณ์เลวร้ายหลายๆ อย่างที่เธอได้รับการรักษาตัวในช่วงปลายทศวรรษที่ 60 (เจมส์ แมนโกลด์ เอามาทำเป็นหนังเรื่อง Girl, Interrupted)
การควบคุมตัวเองไม่ได้ในหลายๆ เรื่องของ ซูซานน่า อันเกิดจากความบกพร่องของร่างกายและประสาท ทำให้เธอถูกสังคม (ผ่านตัวแทนของครอบครัวและโรงพยาบาล) ตัดสินว่าเป็น “คนบ้า”
ทั้งที่หากมองไปในบริบทของสังคมอเมริกันในยุค 60 แล้ว ทั้งสังคมและการเมืองเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและมีอาการ “ป่วย” หรือ “หลง” ไม่แพ้กัน
หลายๆ ครั้ง “คนที่ป่วยทางใจ” ถูกพิพากษาง่าย ให้เป็นเสมือน “คนนอก” มีตั้งแต่ถ้าไม่หายใจแบบนี้ กะพริบตาแบบนั้น เขาหรือเธอก็คือใครสักคนที่ไม่ใช่คนของสังคมนั้นๆ
ถ้าซูซานน่าใน Girl, Interrupted คือเหยื่อของยุคสมัยและทัศนคติที่ว่า ชะตากรรมของสาววัยรุ่นอีกคนอย่างแบรนดอน ทีน่า ใน Boys Don’t Cry ก็คือ “ผล” จากค่านิยมในความเกลียดชังของสภาพสังคม ซึ่งมีไม้บรรทัดทางความคิดว่า ผู้ชายต้องเป็นผู้ชาย ผู้หญิงก็ไม่ควรเป็นอย่างอื่น
แบรนดอน คือสาววัยรุ่นที่อายุ 20 ท่ามกลางชีวิตที่ถูกกดทับ เธออยากแต่งตัวเป็น “ผู้ชาย” และออกเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง และสถานที่ที่เธอเลือกก็คือ ฟอลส์ ซิตี้ แน่นอน-ในที่แห่งนั้น เธอคือผู้มาใหม่และทำตัวได้น่าสนใจ แบรนดอนเหมือนเด็กผู้ชาย เธอตัดผมสั้น แต่งตัวทะมัดทะแมง เดินคอเอียงๆ และพร้อมจะปกป้องผู้หญิงสักคนที่ถูกรังแกในบาร์เหล้า
บุคลิกแบบนี้กับการมีคารมส่วนหนึ่ง ทำให้เธอกลายเป็นขวัญใจของสาวๆ หลายคน ไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงแท้ๆ คนหนึ่ง อย่าว่าแต่จะให้คนอื่นมารู้ แบรนดอนเองก็ยังไม่รู้ว่าบางครั้งตัวเองจะเป็นใคร หนังทำให้เราเห็นว่าแบรนดอนเองก็มีความสับสนในตัวเองอยู่บ้าง บางเวลาเธอไม่รู้ว่าตัวเองควรจะเป็นชายหรือหญิง ไม่ว่า “ชายเทียม” หรือ “หญิงแท้”
สังคมทุกยุคที่พยายามจะแบ่งกันให้ได้ทั้ง “ชนชั้นและเพศ” แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วก็มีคนแบบแบรนดอนอีกมากที่อยู่ร่วมตรงนี้ เราบอกว่าคนควรมีเสรีภาพ และเมื่อสถาบันตั้งกรอบขึ้นมามากๆ มนุษย์ควรแหกคอกออกไป แต่แค่มนุษย์คนหนึ่งอยากจะเป็น “ตัวเอง” ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นชายหรือหญิง ไม่ได้เป็นทอม ดี้ ตุ๊ด หรือเกย์ แต่เป็นตัวเธอเอง
โลกก็จะไม่ยอมรับเธอ
ทัศนคติแบบนี้ยังฝังแน่นอยู่ในเมืองใหญ่อีกหลายแห่งทั่วโลกและหนาแน่นมากมายในสังคมชนบท ซึ่งไม่มีวันจะหายไป ขณะที่สังคมยุคเก่าหรือใหม่บอกว่าแบรนดอนนั้น “ป่วย” โลกใบนี้ก็กำลัง “ไม่สบาย” อยู่เช่นกัน
และเมื่อความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ทำให้สังคมในฟอลส์ ซิตี้ รู้ว่าแท้จริงแล้ว แบรนดอนไม่ใช่เด็กผู้ชายที่น่าสนใจ เธอคือผู้หญิงวัยรุ่นที่มีความปกติทางเพศ โทษที่ผู้ชายสองคนเลือกจะลงให้แก่เธอด้วยการข่มขืน ก็กลายเป็นบาดแผลที่ไม่มีวันหาย
เมื่อแบรนดอนบอกความจริงต่อตำรวจ เธอถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งก็น่าจะตั้งคำถามว่าเอาเข้าจริงๆ แล้ว แบรนดอนถูกสังหารเพราะสิ่งที่ “เธอทำ” (แสร้งเป็นชาย) หรือถูกฆ่าเพราะสิ่งที่ “เธอเป็น” จริงๆ
คนเดียวที่ “เข้าใจ” แบรนดอนก็คือสาวน้อยที่ชื่อ “ลาน่า” ผู้หญิงอีกคนที่ถูก “ล้อมกรอบรอบด้าน” ด้วยค่านิยมและทัศนคติแบบเดียวกัน ลาน่าชอบแบรนดอนและอยู่ในความอ่อนไหวแรกๆ ท่ามกลางความเข้าใจที่ว่าแบรนดอนคือผู้ชาย
แต่เมื่อมีเวลาช่วงหนึ่งให้กัน และความลับถูกความความจริงเปิดโปงว่า แท้จริงแล้วแบรนดอนนั้นเป็นผู้หญิง เธอไม่มีแม้แต่ความผิดหวัง มีแต่คนและค่านิยมในสังคมที่เจ็บแค้น
เพดานในทัศนคติของลาน่าไม่เคยถูกสั่นคลอน แม้ว่าเธอจะอยู่ในโลกที่ปกคลุมไปด้วยหลังคาทางความคิดหลายชั้นแน่นอน-ถึงจุดจุดหนึ่ง ไม่ว่าแบรนดอนจะชายหรือหญิง ลาน่าจะไม่สนใจอีกต่อไป
หลายๆ ครั้ง-เรื่องราวแบบนี้ “ไม่เคยถูกมองเห็น” ด้วยสายตาของความเข้าใจ มีแต่การจับจ้องและ (พร้อมจะ) เจ็บแค้น ระหว่างการเป็นเพศชายกับหญิง คนกับคน ยังมีรายละเอียดและแง่มุมอ่อนไหวมากมาย ชีวิตมันไม่ใช่เรื่องของผู้ชายต้องเป็น “แม่ทัพ” ผู้หญิงต้องเป็น “แม่ครัว” เพราะกลางวันกับกลางคืนก็ยังถูกเชื่อมร้อยด้วยเวลาของยามเย็น
ถ้าใครสักคนยังมองและคิดแต่ว่า เมืองจะต้องเป็นเมือง และก้อนหินไม่มีวันจะเป็นดอกไม้ ใครคนนั้นก็จะไม่มีวันเข้าใจเรื่องบางเรื่องในชีวิต
.......................................
(หมายเหตุ เด็กผู้ชายเขาไม่ร้องไห้กัน : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



