
มองผ่านเลนส์คม:ปฏิรูปสื่อเพื่อใคร?
ปฏิรูปสื่อเพื่อใคร? : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร
หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ประเด็นการปฏิรูปสื่อมีการพูดถึงมากมายในเวทีสัมมนาและเวทีเสวนา โดยเฉพาะคลื่นความถี่วิทยุโทรทัศน์ที่ถูกครอบครองโดยภาครัฐและสัมปทานเอกชนมายาวนาน
การกำเนิด "คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ" (กสทช.) ก็เป็นความหวังของคนไทยทั้งชาติ ในอันที่จะเห็นการปฏิรูปสื่ออย่างแท้จริง
ล่าสุด คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) หรือบอร์ดกระจายเสียง ในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) วางกรอบเวลาการเปิดประมูลช่องรายการโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ทีวีดิจิตอล) 48 ช่อง
เดือนพฤษภาคมจะออกใบอนุญาตช่องรายการ ประเภทสาธารณะ 12 ช่อง เดือน กรกฎาคม-สิงหาคม ประมูลช่องรายการ ประเภทธุรกิจ 24 ช่อง และไตรมาสสุดท้ายออกใบอนุญาตช่องรายการประเภทชุมชน 12 ช่อง
ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นเรื่องการกำหนดเพดานจำนวนช่องรายการ สำหรับการให้บริการโทรทัศน์ระบบดิจิตอลประเภทธุรกิจ โดยกำหนดเพดานประมูล 2 โมเดลคือ ผู้ประกอบการ 1 ราย ประมูลได้ 3 ช่อง ครบทุกประเภท ทั้งช่องเด็ก ช่องข่าว และช่องทั่วไป (วาไรตี้) และผู้ประกอบการ 1 ราย ประมูลได้ 2 ช่อง ห้ามประมูลช่องวาไรตี้
ในบอร์ด กสท.เอง ก็มีความเห็นแตกต่างกัน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ในฐานะประธาน กสท. เห็นว่าโมเดล 1 รายประมูลได้ 3 ช่องนั้น จะดึงดูดการลงทุนจากผู้ประกอบการรายใหญ่
ฝ่าย สุภิญญา กลางณรงค์ ในฐานะกรรมการ กสท. กลับเห็นว่า "ดีที่สุดกำหนดให้ 1 ราย ประมูล 1 ช่อง เพื่อเพิ่มความหลากหลาย โอกาสและการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการรายใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด"
เหตุผลที่สุภิญญาเลือกโมเดล 1 รายประมูล 1 ช่อง เพราะแนวทางการปฏิรูปสื่อจากระบบสัมปทานมาสู่ระบบใบอนุญาต เพื่อต้องการเลิกระบบผูกขาดในกิจการสื่อที่อยู่ในมือภาครัฐและผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย การออกหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ ที่ทำให้มีผู้ประกอบการ "น้อยราย" เข้าสู่ตลาด หรือไม่สนับสนุนรายใหม่ให้มีโอกาสเข้าสู่ตลาด จึงมีแนวโน้มที่จะเกิดการผูกขาด ขัดต่อเจตนารมณ์การปฏิรูปสื่อ
ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการบรอดแคสต์จำนวนไม่น้อย เห็นด้วยกับแนวทางประนีประนอมคือ 1 ราย ประมูลได้ 2 ช่อง ภายใต้เงื่อนไขห้ามประมูลช่องวาไรตี้และข่าวคู่กัน
ส่วนผู้ประกอบการบรอดแคสต์รายใหญ่ ที่มีความพร้อมการประมูลทีวีดิจิตอล ประเภทช่องธุรกิจ 3 ช่อง ทั้งช่องเด็ก ช่องข่าว และช่องวาไรตี้ เท่าที่ตรวจสอบข่าวสารจากสื่อหลายสำนัก ก็พบว่า ช่อง 3 และช่อง 7 สี ได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร สำหรับการผลิตรายการไว้พร้อมแล้วเช่นกัน
ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม นายใหญ่แกรมมี่ ก็ยืนยันว่ามีความสนใจประมูลทีวีดิจิตอล 3 ช่อง ทั้งช่องเด็ก ช่องข่าว และช่องวาไรตี้ โดยเตรียมงบประมาณไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท
ด้านกลุ่มโทรคมนาคม สมประสงค์ บุญยะชัย แห่งกลุ่มอินทัช ได้ให้ทีมงานศึกษาว่าจะประมูลช่องทีวีดิจิตอลจำนวน 3 ช่อง สรุปสุดท้ายว่ากี่ช่อง ขึ้นอยู่กับความเป็นไปได้ในทางธุรกิจ
พูดอย่างนี้ มิได้คิดจำกัดสิทธิในการทำธุรกิจของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่เขียนมาข้างต้นนั้นว่าด้วยเรื่องหลักการในแง่ของการปฏิรูปสื่อ เพราะเราเห็นด้วยว่าการวางเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการน้อยรายเข้าสู่ตลาด ไม่สนับสนุนโอกาสแก่รายใหม่เข้าสู่ตลาด จะเป็นหนทางไปสู่การผูกขาด ขัดเจตนารมณ์การปฏิรูปสื่อ
เราออกแรงก่อการปฏิรูปสื่อมา 20 กว่าปีแล้ว เราจะย้อนรอยถอยหลังกลับไปสู่การผูกขาดอีกหรือ ?
.......................................
(หมายเหตุ ปฏิรูปสื่อเพื่อใคร? : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)



