บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม:เที่ยวบ้าน'กนกพงศ์'

มองผ่านเลนส์คม:เที่ยวบ้าน'กนกพงศ์'

11 ก.พ. 2556

เที่ยวบ้าน'กนกพงศ์' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์

          ยังขนลุกไม่หาย สำหรับการเดินทางไป จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
 
          เปล่า ไม่ได้เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว ทว่าบรรยากาศในงานประกาศผลงานเขียนเรื่องสั้น รางวัล "กนกพงศ์ สงสมพันธุ์" ครั้งที่ 3 ที่ได้พ่วงงานใหญ่ คือกิจกรรมค่ายวรรณกรรม ที่มีนักเรียน ม.ต้น และม.ปลายกว่าร้อยชีวิต ทำให้อาณาบริเวณพิพิธภัณฑ์บ้านนักเขียนของเขามีชีวิตชีวาขึ้นจนเกินบรรยาย
 
          นับเฉพาะนักเขียนระดับครูเจ้าของพื้นที่ และนักเขียนจากส่วนต่างๆ ของประเทศ รวมถึงนักเขียนซีไรต์ ดิฉันว่าที่นี่น่าจะรวบรวมไว้มากที่สุดงานหนึ่ง
 
          ที่น่าสนใจก็คือทุกคนมาด้วยความรู้สึกที่มีต่อนักเขียนผู้ล่วงลับ กนกพงศ์ อย่างที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับใครง่ายนัก
 
          นักเขียนจำนวนไม่น้อยที่ศรัทธาในงานเขียนของเขา ศรัทธาในความทุ่มเทที่จะบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคม อย่างที่ยกย่องให้เขาเป็นนักเขียนเพื่อชีวิตคนสุดท้าย
 
          และอีกมากที่เคารพในวิถีชีวิตที่เลือกแล้ว ก็จะมีสักกี่คนที่กล้าประกาศว่าตัวเองเป็น "นักเขียน" ทั้งยังมั่นคงกับการใช้ชีวิตเพื่อเขียนหนังสือเพียงอย่างเดียวจนวาระสุดท้าย
 
          กนกพงศ์ เป็นต้นแบบทั้งแนวความคิดและความกล้าหาญในการดำรงตน
 
          การเลือกใช้สถานที่ที่เป็นทั้งบ้านเกิดและฉากในงานเขียนของเขา จึงน่าจะเป็นการซึมซับและสร้างแรงบันดาลใจของ "ว่าที่" นักเขียนน้อยๆ ครั้งนี้
 
          พร้อมกันนั้นยังมีสิ่งที่ไม่น่าเชื่องอกงามขึ้นมาอีกครั้ง นั่นคือ บรรยากาศการชุมนุมของนักเขียนด้วยกัน
 
          การชุมนุมทางวรรณกรรมห่างหายไปนานมาก กนกพงศ์ ได้เรียกมันกลับคืนมาได้อย่างอบอุ่น เหมือนอย่างที่คุณเจน สงสมพันธุ์ พี่ชายของเขาบอกว่านี่ถือเป็นงานบุญของคนวรรณกรรม  
 
          เพราะ "กนกพงศ์" คือของจริงในวงการวรรณกรรม ทำให้นักเขียนใหญ่น้อยที่สมัครใจเดินทางมาเป็นวิทยากรขอไม่รับค่าตอบแทนใดๆ ซึ่งพอๆ กับผู้ที่อยากมาคารวะนักเขียนที่เขาชื่นชม...
 
          หลายมุมเราจึงเห็นกลุ่มนักเขียนนั่งสนทนาแลกเปลี่ยนความคิด และพูดคุยถึงการเขียนการอ่านกันจนดึกดื่น   
          การร่วมไม้ร่วมมือครั้งนี้ ได้สร้างความประทับใจและอยากเล่าถึง...
         
          การอบรมในค่ายเป็นความรับผิดชอบของนักเขียนกลุ่มนาคร การมอบรางวัลเรื่องสั้นกนกพงศ์ เป็นของกองทุนกนกพงศ์ และกองบรรณาธิการนิตยสารราหูอมจันทร์ การประสานโครงการเป็นหน้าที่ของกลุ่มโรงเรียนใน จ.พัทลุง ส่วนงานรื่นเริงในภาคของดนตรีและมโนราห์เป็นของร้านกาแฟใต้โหมด ที่ดูแลโดย นิยุติ สงสมพันธุ์ พี่ชายของกนกพงศ์
 
          และที่ทำให้ดิฉันอมยิ้มจนถึงตอนนี้ เมื่อรู้ว่าอาหารการกินในค่ำคืนที่จัดคอนเสิร์ตเป็นของ "แม่บ้านกลุ่มนาคร" ที่ยกมืออาสาขอโชว์ฝีมือเอง
 
          คุณเจนพูดไม่ผิด นี่คือ "งานบุญทางวัฒนธรรม" แม้กระทั่ง หงา คาราวาน ก็ยังออกปากชม
 
          นี่คือสิ่งที่กนกพงศ์ได้ฝากไว้ ...เขาเป็นแรงบันดาลใจไม่เฉพาะคนในแวดวงวรรณกรรมเท่านั้น แต่วิถีการทำงานและความมุ่งมั่น เป็นแรงกระเพื่อมไปสู่งานศิลปะแขนงต่างๆ
 
          นี่คือเหตุผลที่เขายังอยู่ และไม่เคยไปไหนไกล ..
.......................................
(หมายเหตุ เที่ยวบ้าน'กนกพงศ์' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์)