
มองโลกแบบวิกรม:'มองโกเลีย'
'มองโกเลีย' : คอลัมน์ มองโลกแบบวิกรม โดย... วิกรม กรมดิษฐ์
ประเทศมองโกเลียเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 3 เท่า แต่มีประชากรน้อยกว่าประเทศไทยถึง 20 เท่า และการที่มองโกเลียมีประชากรน้อยในพื้นที่ที่มากเช่นนี้ ทำให้การปศุสัตว์ของเขาดีมาก มีต้นทุนไม่สูง เพราะไม่ต้องปลูกหญ้าและไม่ต้องมีต้นทุนเรื่องที่ดิน หญ้านั้นขึ้นตามธรรมชาติบนพื้นที่ที่กว้างใหญ่ คนทำปศุสัตว์นั้นทำเพียงแค่ต้อนสัตว์ไปกินหญ้า
ลักษณะการเลี้ยงสัตว์แบบคนมองโกเลียคือสัตว์ออกไปหากินเองและกลับคอกเองในตอนเย็น ไม่จำเป็นต้องใช้คนไปดูแลมากนัก
ผมได้เดินทางไปในเมืองเก่าของมองโกเลียชื่อ คาราโครัม(Karakoram) เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมสูงมายาวนาน ที่นี่มีวัดแห่งแรกของมองโกเลียตั้งอยู่ เมื่อประมาณ 70 ปีที่แล้ว ที่รัสเซียได้เข้ามาปกครองมองโกเลีย ได้มีการทำลายวัดและฆ่าพระไปหลายหมื่นรูป จนทำให้พระพุทธศาสนาเกือบจะหายไปจากมองโกเลียในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา แต่เนื่องจากอดีตนายกรัฐมนตรีของมองโกเลียในขณะนั้นได้ขอร้องเลนินว่าอย่าได้ทำลายวัดแห่งแรกของมองโกเลียเลย จึงทำให้วัดแห่งนี้ยังคงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบันนี้
ศาสนาพุทธในมองโกเลียนั้นเป็นนิกายมหายาน ในปัจจุบันพระมองโกเลียมีจำนวนมากขึ้น ส่วนใหญ่คนที่จะบวชเป็นพระในมองโกเลียจะเป็นในลักษณะสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ฉะนั้น พระในมองโกเลียจึงต่างจากบ้านเราอย่างเห็นได้ชัด เขาสามารถมีกิจกรรมที่จะทำมากกว่าและสามารถมีครอบครัวได้
พระองค์หนึ่งที่ผมได้ไปพบมาชื่อ “พระอาจารย์นิกกี้” เป็นเจ้าอาวาสของวัด ที่เมืองนาเลก์ (Nalayh) อยู่ห่างจากเมืองหลวงของมองโกเลีย คือ เมืองอูลานบาตอร์ (Ulaanbaatar) ประมาณ 40 กม. เป็นวัดที่จัดว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 อยู่ในเมืองอูลานบาตอร์ พระนิกกี้สามารถที่จะขับรถยนต์ ทำธุรกิจต่างๆ ได้ นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้ที่สร้างวัดที่เน้นทางด้านการให้การศึกษาเพื่อเป็นโรงเรียนให้แก่เณรที่ต่อไปมีความประสงค์จะเป็นพระสงฆ์ในอนาคต รวมถึงสนับสนุนในการแข่งม้า
เดินทางไปมองโกเลียคราวนี้ ผมได้มีโอกาสไปดูการแข่งม้า น่าสนใจมากที่เขานำเด็กๆ อายุประมาณ 5-8 ขวบ มาขี่ม้าแข่งกันในงานเทศกาลนาดาม (Naadam Festival) ในงานนี้มีเด็กเข้าร่วมจำนวนมาก และมีม้านับร้อยตัวเข้าแข่งขัน
งานเทศกาลนาดามนี้ถือว่าเป็นงานประจำชาติที่ทุกเมืองนั้นจะมีการแข่งม้า และคนที่ได้เป็นแชมป์ในแต่ละเมืองจะเข้าไปแข่งที่เมืองหลวง (มีการจัดแข่งม้าที่แบ่งตามอายุของม้า และผู้ขี่) ในช่วงวันที่ 11-12 กรกฎาคมของทุกปี ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวมองโกเลียทั่วประเทศและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่นับวันจะเดินทางมาเยือนมองโกเลียมากขึ้นๆ ทุกปี
และนี่คือวิถีชีวิตของคนมองโกเลีย ซึ่งมีความแตกต่างจากชาวเอเชียทั่วไป
.......................................
(หมายเหตุ 'มองโกเลีย' : คอลัมน์ มองโลกแบบวิกรม โดย... วิกรม กรมดิษฐ์)



