
หนังโรงเล็ก:ฮอลลีวู้ดสูง6นิ้ว?
ฮอลลีวู้ดสูง6นิ้ว? : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
ท่ามกลางข่าวสารของเดวิด เบ็คแฮม ที่ย้ายไปแบรนด์ปารีส แซงต์ฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จนเอ่อท้วมนสพ.ทุกฉบับในอังกฤษ ผมไปพบข่าวเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง ระหว่างเดินทางไปนิวยอร์ก อันแสนโรแมนติก
ข่าวที่ว่านี้ลงในแท็บลอย์ด และตั้งข้อสังเกตว่า ระยะหลังๆ นางเอกหรือตัวละครในหนังของฮอลลีวู้ด ดูจะใส่ส้นสูงที่ “สูง” มากขึ้นเรื่อยๆ ผมไม่ค่อยแปลกใจ เพราะเคยเขียนไว้ในเนชั่นและ GM แล้วว่า อาการส้นสูงนั้น มีเรื่องของ “การตลาด” แฝงอยู่ และมันมักอยู่ในหนังที่เชื่อมโยง ที่จะเปิดช่องให้ fashionista ได้เล่นกับสินค้า
ว่ากันตามตรง ลองมองย้อนจากปี 2013 กลับไปในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา หนังอะไรก็ตามที่อยู่ในกลุ่ม chic flict แทบไม่เคยขาดส้นสูง แถมยังดันออกมาให้เห็นถึงความชัดเจนของมัน ตัวละครที่มักมี รีส วิทเธอร์สพูน ไปแสดงนั้น เธอแทบจะไม่เคยขาดมัน เท่าๆ กับที่มือจะต้องจูง “น้องหมา” มันจึงไม่แปลกที่ สาวๆ ยุคใหม่ต้องใส่รองเท้าส้นสูง
ยิ่งตอนนี้ “เทรนด์” ที่แฝงความเข้าใจว่า “ยิ่งสูงยิ่งสวยสง่า” ถูกโฆษณาไปทั่ว ทำให้สาวๆ อาจจะไม่ได้นึกถึงผลบางอย่างของมัน แต่คุณทราบไหมว่าภายใต้ “ทุกท่วงท่า” ที่ “ก้าวเดิน” เป็นที่มาของปัญหาสุขภาพและสารพัดโรคภัยที่คาดไม่ถึงที่ตามมาไม่รู้จบ
สาวป๊อปอย่าง Belinda Luscombe คอลัมนิสต์สาวจากนิตยสาร TIME ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ”พิษร้ายรองเท้าส้นสูง” หลังจากได้เข้าร่วมเวิร์กช็อปที่ชื่อว่า High Heel Fitness Class & High Heel Walking Workshop ที่สอนท่วงท่าการเดินแบบ “อกผาย” ด้วย “อาวุธสูง 6 นิ้ว”
อาการติดเชื้อต่างๆ ที่ผู้หญิงประสบ แถมยังยากแก่การอธิบายนั้น มีการวิจัยกันว่า รองเท้าส้นสูงนี่แหล่ะ ที่น่าฉงนสนเท่ห์มากที่สุด มีเสียงเตือนจากนักวิทยาศาสตร์ว่าการสวมรองเท้าส้นสูงอาจทำให้เกิดโรคชนิดร้ายแรงต่างๆ นานา มากมายอย่างคาดไม่ถึงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
อาทิ กระดูกพรุน ข้ออักเสบ อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อสะโพกขั้นรุนแรง ข้อนิ้วหัวแม่เท้าเสื่อม หรือ “เล็บขบ”
แต่ก็มีอาการที่ไม่ถึงกับรุนแรงนัก ที่มีชื่อเรียกประหลาดๆ อย่าง hammertoe หรือ Haglund’s deformity (โรคที่มีก้อนเนื้อผุดขึ้นมาตรงเส้นเอ็นของส้นเท้าหรือมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า pump bump)
เคยมีการศึกษาอย่างจริงจังในหลายประเทศ ที่หนึ่งที่น่าสนใจก็คือข้อมูลจากการศึกษาที่สวีเดนมีการนำ “รองเท้าส้นสูง” มาโยงกับโรค “ซกิดโซฟรีเนีย” (โรคจิตชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วย มีอาการแปลกๆ หรือบางครั้งก็ทำตัวแปลกๆ เกิดภาพหลอนบางอย่าง และบางคนหนักถึงเก็บตัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนอื่น) อีกด้วย (อ้างจากนิตยสาร time)
ปี 2008 วงการแฟชั่นผลิตรองเท้าที่สูงปรี๊ดขึ้นไปอีกแถว 6 นิ้วออกมาขาย (อนาคตอาจจะ 7 นิ้ว) นักวิจารณ์บางคนบอกว่า มันก็คือสร้างตึกไว้ใต้เท้าตัวเองดีๆ นี่เอง และเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี่เอง “ส้นสูง” ได้สร้างความวุ่นวายให้กับเหล่านางแบบขณะเดินอยู่ที่ “มิลาน รันเวย์” เนื่องเพราะพวกเธอล้มหน้าคว่ำไปตามๆ กันอย่างไม่ต้องสงสัย
“แหม ก็เล่นสร้างตึกให้ตัวเองแบบนั้น มันก็ท่ากับเป็นการพยายามจะเดินทอดน่องลงจากภูเขาอวกาศ” Belinda Luscombe ให้ความเห็น เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ต้องลองถามพวกสาวๆ เอาเองแล้วกันว่าทำไมนะ พวกเธอถึงสนุกกับการทำศึกบนภูเขาแบบนั้น ซึ่งก็พบคำตอบมากมาย อันดับแรกเลยคือ “อิทธิพลของแฟชั่น” เพราะต้องใส่เพื่อเสริมบุคลิกภาพ หรือถ้าไม่ใส่ก็จะรู้สึกว่า
“ได้รับความกดดันจากเพื่อนฝูง” ที่ถูกมองว่าเตี้ยไป
เอาเถอะ เท่าที่ผ่านมา แม้จะมีข่าวออกมาเป็นระยะๆ ว่า สาวๆ หลายคนไปหาหมอพร้อมกับบอกว่า มีอาการเจ็บปวดข้อเท้าอย่างไม่รู้สาเหตุ แม้จะมีข่าวว่าสาวๆ บางคน เกิดอาการ “ตกส้นสูง” จนได้รับบาดเจ็บถึงขั้นไปทำงานไม่ได้ และแม้อีกว่า หมอทุกคนจะบอกว่าสาเหตุหลายครั้งมาจากการพยายามจะสวมใส่ส้นสูงอย่างเกินเหตุ และอย่างไม่เหมาะสมก็ตามนั้น
แต่อาการเจ็บปวดทรมานเหล่านี้ ไม่ได้เป็นประเด็นหนักหนาอะไรให้สาวๆ ยอมถอดใจเลิกใส่ “ส้นสูง” บางคนถึงกับประกาศว่า ยอมทรมานเพราะเจ็บเท้า ดีกว่าถูกมองว่าไม่สูง หรือมีหุ่นไม่สมสัดส่วน (อะไรทำนองนี้)
เรื่องสาวๆ กับ “ส้นสูง” นั้น อาจจะเป็นเรื่องเกินอธิบายแล้ว(แต่ต้องเข้าใจ) ทว่า เรื่องหนึ่งที่อาจจะซุกซ่อนอยู่ในส้นสูงที่สาวๆ มองไม่เห็นก็คือ นัยหรือความรู้สึกบางอย่างที่แฝงอยู่จากการใส่ส้นสูงนั่นเอง
มีการวิเคราะห์ออกมาจากจิตแพทย์ของตะวันตกว่า รูปทรงส้นสูงของสาวๆ นั้น สามารถอธิบายและบอกได้หลายนัย ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ดูปราดเปรียว เซ็กซี่ และที่หลายคนไม่ได้นึกถึงก็คือ การแสดงอำนาจ (power) ผ่านรูปทรงและความสูงของมัน
นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมนิตยสารแฟชั่นพวก street magazine ถึงพยายามจะดันให้ส้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเข้าใจว่าอีกหน่อยอาจจะสูงกับตึกใบหยก
มองในมุมของจิตวิทยาแล้ว “ส้นสูง” จึงทำหน้าที่เชิงจิตวิทยาด้วย ที่ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่เพียง function ในการเป็นที่รองรับเท้า และอาจเป็นเพราะนัยยะซ่อนเร้นเหล่านี้ ที่แฝงมากับตัว “ส้นสูง” เหล่านักเขียนละครชุด หนังชุด ซีรีส์และนักเขียนยุคใหม่ที่คลอดไหลหนังสือแนว chic flict จึงมักจะต้องมี “ส้นสูง” เป็นวิชาบังคับออกมา
และจะว่าไป ตอนนี้ปี 2013 เรายังไม่ได้พูดเรื่องของสินค้าที่ประดับประดาอยู่ตามตัวของนางเอกสาว นังตัวร้ายขาวีน หรือตัวประกอบมากมายที่พร้อมจะบรรทุกสินค้าแฟชั่นเข้าไปในจอ
พวกเธอพร้อมแบกหอบ
เพราะมันมีอะไรมากกว่าใส่เล่นๆ แล้วถอด
.......................................
(หมายเหตุ ฮอลลีวู้ดสูง6นิ้ว? : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



