บันเทิง

เป็นคุ้งเป็นแคว:บทเรียนไหมไทย

เป็นคุ้งเป็นแคว:บทเรียนไหมไทย

07 ก.พ. 2556

บทเรียนไหมไทย : คอลัมน์ เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว

          ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวนักร้องหนุ่มพระเอกหมอลำ ไหมไทย ใจตะวัน ถูกจับกุมตัวกลางคอนเสิร์ตที่พัทยา ข้อหาร้องเพลงละเมิดลิขสิทธิ์ หลังจากที่หมดสัญญากับค่ายแกรมมี่โกลด์แล้ว ไหมไทยถูกปรับเป็นเงิน 5 หมื่นบาทและได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวออกไปเป็นวงเงิน 1 แสนบาท
 
          งานนี้เจ้าตัวโอดครวญว่า ไม่รู้กฎหมาย และเสียหายไปถึงคอนเสิร์ตต่อไปในอีกแห่งใกล้เคียงที่ต้องถูกยกเลิกไปโดยปริยายก่อนหน้านั้น ค่ายแกรมมี่โกลด์ได้มีจดหมายเตือนไหมไทยไปหลายครั้ง แต่เจ้าตัวยังเพิกเฉยจะเป็นด้วยไม่รู้ไม่สนใจ เพราะไม่ได้ศึกษากฎหมาย ซึ่งเรื่องของกฎหมายเราจะไม่สามารถนำมาอ้างได้ว่า ไม่รู้ เรื่องจบลงที่ไหมไทยจะไปกราบขอโทษ ขอขมาผู้บริหารบริษัท และจะขอเข้าพบเพื่อพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยในเรื่องคดีภายหลัง
 
          เรื่องนี้ ถือเป็นกรณีศึกษาให้ศิลปินนักร้องในวงการเป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของการหมดสัญญาจากค่ายเดิมแล้ว ตามกฎหมายลิขสิทธิ์แล้วจะไม่สามารถร้องเพลงที่เคยบันทึกไว้ในค่าย ยกเว้นแต่จะได้รับอนุญาตหรือจ่ายค่าลิขสิทธิ์ เรื่องนี้เป็นธรรมเนียมสากลของประเทศที่พัฒนาแล้วเขาทำกัน แต่บ้านเราละเมิดลิขสิทธิ์กันจนเคยตัว
 
          ส่วนใหญ่แล้ว นักร้องที่ละเมิดลิขสิทธิ์เพลงมักจะเป็นเพลงที่เคยสร้างชื่อเสียงให้นักร้องคนนั้นๆ ด้วย ซึ่งเรื่องนี้นักร้องสตริงรุ่นใหญ่จากค่ายดังๆ เขาทราบเรื่องกันดี
 
          ผมเคยเห็นนักร้องดูโอรุ่นใหญ่ ชมพู กับปิง แห่งวงฟรุ๊ตตี้ เมื่อไปร้องเพลงในงานที่มีการถ่ายทอดสดหรือเผยแพร่ภาพและเสียงเพื่อการค้า เขาทั้งคู่ก็เลี่ยงไปร้องเพลงสากลหรือไม่ก็เป็นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผลงานของตัวเอง
 
          ยกเว้นเสียว่า ถ้านักร้องไปร้องเพลงในร้านมีจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่คาราโอเกะ มีดวงตราได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ก็สามารถร้องเพลงดังนั้นๆ ได้ แต่ก็ห้ามนำภาพและเสียงไปเผยแพร่ออกอากาศ เพราะมันจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง คือการดัดแปลงทำซ้ำเพื่อการค้า ต้องศึกษากันให้ถ้วนถี่ จะทำเป็นเล่นๆ ไม่ได้
 
          บางคนอาจจะมองว่า ค่ายเพลงเข้มงวดเกินไปไหม แต่ในเรื่องนี้ เราจะต้องมองกันอย่างเป็นกลางว่า กว่าค่ายเพลงจะสร้างนักร้องให้โด่งดังทั่วประเทศกลายเป็นนักร้องเบอร์หนึ่งที่รับงานค่าตัวหลายหมื่น ค่ายเพลงเขาก็ทุ่มเทเงินทองไปหลายสิบล้านบาท ทั้งค่าผลิตงานที่มีทีมเบื้องหลังนักแต่งเพลงนักดนตรี การถ่ายทำมิวสิกวิดีโอที่เดี๋ยวนี้ลงทุนกันเป็นหลักล้านต่อชุด อีกทั้งค่าลงสื่อโฆษณาอีกหลายล้านบาท นักร้องศิลปินควรเห็นใจคนลงทุนกันบ้าง
 
          หลายค่ายเพลงที่ประสบภาวะขาดทุน เลิกกิจการไปแล้ว แต่นักร้องยังเดินสายหากินได้อีกหลายสิบปี อย่างน้อยควรรู้จักบุญคุณกันบ้าง อย่าคิดเข้าข้างตัวเองหรือเอาแต่ได้แต่ฝ่ายเดียว
 
          เรื่องลิขสิทธิ์เพลงหรือภาพต่างๆ ในปัจจุบัน เป็นรายได้ที่ค่ายเพลงพึงจะได้ตามกฎหมายทดแทนการขายแผ่นซีดี วีซีดีที่ยอดรายได้แทบจะไม่มีแล้ว เนื่องจากของปลอมของเถื่อนเต็มเมือง เรื่องลิขสิทธิ์เพลงที่เหมือนจะยุ่งๆ ยังต้องคุยกันอีกยาว แต่ถ้าทุกคนเคารพกฎหมาย ปัญหาก็จะไม่เกิดขึ้น
.......................................
(หมายเหตุ บทเรียนไหมไทย : คอลัมน์ เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว)